ช่วงปีนึงมานี้ ไต้หวันเริ่มกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทย เพราะที่นี่มีความเจริญ มีเทคโนโลยี มีระเบียบสังคมดี๊ดี เที่ยวง่ายเหมือนญี่ปุ่น อาหารอร่อย ผู้คนเป็นมิตร แถมมีที่เที่ยวหลากหลายทั่วทั้งเกาะ

ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงไปเที่ยวไต้หวันกันมาแล้วล่ะ ดังนั้นบทความนี้ผมจะไม่ลงรายละเอียดเรื่องการเดินทางในไต้หวันกันแล้วนะครับ (ถ้าสนใจแนะนำให้ไปอ่านรีวิวเก่าๆ ของเราครับ เริ่มจากอันนี้เลย)

แต่วันนี้จะมาพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับตัวตนของไต้หวัน ผ่าน 3 เมืองโบราณอันโด่งดัง ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง 3 เมืองที่พูดถึงนั่นคือ Jiufen (จิ่วเฟิ่น) Shifen (ฉือเฟิ่น) และ Lukang (ลู่กัง) ตามมาเลยครับ ผมจะพาไปเที่ยวแบบไม่ซ้ำใคร

แผนที่แสดงตำแหน่งของ 3 ถนนโบราณ จิ่วเฟิ่น / ฉือเฟิ่น / ลู่กัง

 

จิ่วเฟิ่น (Jiufen) – จากเหมืองทองโบราณกลางหุบเขาสู่เมืองท่องเที่ยวอันมีมนต์เสน่ห์

ในอดีตจิ่วเฟิ่นเป็นชุมชนคนทำเหมืองทองของไต้หวัน เมืองตั้งอยู่ในหุบเขาทางตะวันออกเฉียงเหนือของไทเป มีภูมิประเทศสลับซับซ้อน มีสถาปัตยกรรมสไตล์จีนโบราณอันมีเอกลักษณ์

ในสมัยที่เหมืองทองยังไม่ปิด ที่นี่รุ่งเรืองมาก มีชุมชนใหญ่ มีโรงเรียน ผู้คนมากมายมุ่งมาที่นี่เพื่อทำมาหากิน…

อนุสาวรีย์รำลึกถึงการทำเหมืองทอง

ต่อมาเมื่อไม่มีการทำเหมืองทองแล้ว ผู้คนก็ค่อยๆ ย้ายออกไป ชุนชนแห่งนี้เริ่มถูกทิ้งร้าง จนหลายปีต่อมาทางรัฐบาลก็เข้ามาพัฒนาเมืองนี้ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว

จิ่วเฟิ่นฟื้นคืนชีวิตอีกครั้ง กลายเป็นสวรรค์สำหรับคนชอบกิน ชอบท่องเที่ยว ด้วยทัศนียภาพอันสวยงามมีเอกลักษณ์ มีอาหารและขนมอร่อยมากมาย จิ่วเฟิ่นจึงไม่เคยร้างผู้คนอีกเลยนับแต่นั้นมา

บรรยากาศถนนสายหลักในจิ่วเฟิ่น

 

มาแล้วห้ามพลาดที่จะชิมลูกชิ้นกับน้ำซุบอร่อยๆ นะ

 

ขายดีจนแม่ค้าหน้าเมื่อยเลย 55555

 

ไอศครีมถั่วตัด ร้านนี้ดังมาก ต้องแวะมา

 

แฟนลองชิม บอกว่าอร่อยมากค่า!!

 

อันนี้เป็นขนมคล้ายๆ ที่บ้านเราครับ แต่ไส้จะหอมหวานกว่า

 

ของที่ระลึกก็มีนะ ศิลปินคนนี้เพนท์สีลงตุ๊กตาให้สดๆ เลย

 

ของที่ระลึกก็มีนะ ศิลปินคนนี้เพนท์สีลงตุ๊กตาให้สดๆ เลย

 

จากตัวเมืองจิ่วเฟิ่น ถ้าฟ้าเปิด เราสามารถมองไปได้ไกลมาก

 

หรือจะมานั่งร้านน้ำชา หาอะไรดื่มชิลล์ๆ ไปพร้อมๆ กับชมวิวก็ดี

จิ่วเฟิ่นนี่แปลกนะครับ แม้จะเป็นเมืองบนเนินเขา (ถ้าจะเดินเที่ยวให้ทั่วนี่ต้องพกยาไปนวดขาด้วย) แต่กลับเป็นเมืองโบราณที่มีชีวิตชีวามาก อาหารอร่อย ผู้คนอารมณ์ดี วิวสวย

เป็นเมืองโบราณที่ประดับด้วยโคมไฟจีนสีแดงอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์ของขุนเขา มีเสน่ห์มากมายเหลือเกิน เมืองนี้สวยทั้งกลางวัน – กลางคืนเชียวล่ะ ใครลองได้มาเที่ยวจิ่วเฟิ่นก็จะหวนระลึกถึงที่นี่เสมอ

ด้วยเสน่ห์อันล้นเหลือนี่เอง จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ “ฮะยะโอะ มิยะซะกิ (Hayao Miyazaki) และสตูดิโอจิบลิ (Studio Ghibli)” ใช้ธีมของเมืองนี้เป็นฉากหลังในการ์ตูนเรื่อง Spirited Away อันโด่งดังนั่นเอง

จะมา Check in ที่นี่ได้ยังไง?

  • จาก Taipei Main Station ให้นั่งรถไฟ TRA มายังสถานี Ruifung Station (ใช้เวลาประมาณ 50 นาที)
  • ออกจากสถานี Ruifang เดินข้ามถนนแล้วเลี้ยวไปทางซ้ายจะเจอป้ายรถเมล์อยู่ ให้นั่งรถบัสสาย 1062, 788, 827 หรือ 856 ก็ได้ครับ (ถ้ากลัวหลง สอบถามคนขับรถบัสได้เลย)
  • หากกระเป๋าเยอะ ไม่อยากนั่งรถบัส ก็ใช้บริการ Taxi ได้ครับ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 180-300 NT แล้วแต่ระยะใกล้ไกล แล้วแต่ช่วงเทศกาลด้วยครับ

รถไฟ TRA มีซุ้มประตูโค้งๆ ด้วย ได้กลิ่นเอเชีย

 

บรรยากาศหน้าสถานี Ruifang

 

ฉือเฟิ่น (Shifen) – จากหมู่บ้านปลายทางรถไฟสู่หมู่บ้านโคมลอยและน้ำตกสุดอลังการ

หมู่บ้านฉือเฟิ่นเป็นหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ในอำเภอผิงสี เป็นหมู่บ้านโบราณที่มีทางรถไฟพาดผ่านกลางหมู่บ้าน เนื่องจากในอดีตเคยเป็นปลายทางของรถไฟที่ใช้ขนถ่านหิน เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป

อุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินกลายเป็นแค่เรื่องเล่าในพิพิธภัณฑ์ ทางการไต้หวันก็ได้เข้ามาพัฒนาหมู่บ้านโดยร่วมกับชุมชน ที่นี่มีทั้งน้ำตกขนาดใหญ่ มีของกินอร่อย มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งหมดนั้นเพียงพอที่จะทำให้ฉือเฟิ่นกลายเป็นสถานที่เที่ยวที่เราไม่ควรพลาด!!

ใครมาเที่ยวที่นี่ก็ไม่พลาดที่จะถ่ายภาพคู่กับรถไฟ

 

ดอกไม้ข้างทางเดินกับวิวทิวเขาด้านหลัง ชุ่มฉ่ำมาก ฝนตกตลอดเลย

มีทางรถไฟพาดผ่านกลางหมู่บ้านเลย

ฉือเฟิ่นเป็นหมู่บ้านโบราณที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว กลางหมู่บ้านมีทางรถไฟพาดผ่าน มีอาหารท้องถิ่นรถชาติดี มีน้ำตก Shifen ที่ยิ่งใหญ่อลังการสวยงามมาก

ใครที่แวะมาเที่ยวที่หมู่บ้านนี้นอกจากจะได้เที่ยวน้ำตกแล้ว ยังได้เพลิดเพลินกับการปล่อยโคมลอย (คล้ายโคมยี่เป็ง) และทานของอร่อยๆ ได้ตลอดสองข้างทางครับ

โคมลอยของไต้หวัน มีชื่อว่า “โคมขงหมิง” ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยขงเบ้ง ที่ปรึกษาด้านการทหารคนสำคัญในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารของกองทัพตั้งแต่เมื่อครั้งอดีต

ปัจจุบันจะมีเทศกาลโคมไฟผิงสี หรือ PingXi Sky Lantern Festival จัดขึ้นทุกปีในวันหยวนเซียว คือวันที่ 15 ของเดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งเป็นคืนที่พระจันทร์เต็มดวงครั้งแรกในรอบปีหลังผ่านพ้นตรุษจีน คล้ายกับเป็นวันส่งท้ายเทศกาลตรุษจีนนั่นเองครับ

ร้านขายโคม ที่ให้เราเขียนคำอธิษฐานได้ และมีของที่ระลึกขายด้วย

 

ของที่ระลึกเป็นโคมห้อยน่ารัก

 

แบบแขวน

 

แบบเป็นโคมไฟ

 

อยากขอพรอะไรก็เขียนลงไป

 

ฝนจะตกยังไง นักท่องเที่ยวก็ไม่หวั่น ยังคงปล่อยโคมไม่แคร์ฝน

แม้ช่วงที่ไปจะมีมรสุมเข้า ฝนตกตลอดเวลาเลยครับ แต่บรรดานักท่องเที่ยว (และตัวผม) ก็ไม่ได้กลัวฝนแต่อย่างใด ยังคงตากฝนปล่อยโคม และตากฝนเที่ยวน้ำตกกันอย่างสนุกสนาน

หากเดินจากหมู่บ้านออกไปสัก 1 กม. เราจะไปถึงยังน้ำตก Shifen ครับ ซึ่งเป็นน้ำตกใหญ่ที่สวยและอลังการมาก ต้องชื่นชมทางการไต้หวันที่มาพัฒนาเส้นทางให้ท่องเที่ยวได้สะดวกมาก

บริเวณน้ำตกจะมีอาคารทำการ ที่มีห้องน้ำสะอาดไว้บริการ มีอาหาร + เครื่องดื่มจำหน่าย มีที่จอดรถไว้รองรับ ที่สำคัญบริเวณน้ำตกได้มีการปรับภูมิทัศน์ให้สะดวกต่อการเยี่ยมชมได้อย่างปลอดภัยเลยครับ

เส้นทางสู่น้ำตก ถูกทำไว้อย่างดีเลยครับ เดินสะดวก

 

น้ำตกใหญ่อลังการมาก ด้านซ้ายมือทำเป็นที่นั่งไว้นั่งทานอาหารด้วย

 

มีการทำทางเดิน ที่กั้น ไว้ให้ชมน้ำตกได้อย่างปลอดภัยครับ

เสร็จจากเดินชมน้ำตก ท้องก็เริ่มหิวซะแล้ว งั้นเราไปดูกันครับว่ามีอะไรให้ได้ไปชิมกันบ้าง อย่างแรกก็นี่เลยครับ

ข้าวโพดปิ้ง 55555 ดูไปคล้ายบ้านเราครับ แต่ของเค้ามีให้เลือกด้วยว่าจะคลุงผงเครื่องเทศหรือไม่ ซึ่งรสชาติใช้ได้นะครับ เดินเพลินๆ แทะเพลินๆ

ข้าวโพดปิ้ง คลุกผงเครื่องเทศ อร่อยดี

หมูปิ้ง เนื้อปิ้ง ไก่ปิ้ง อันนี้จะเป็นการนำหมู ไก่ เนื้อ มาหมักด้วยซอสพิเศษครับ เมื่อปิ้งเสร็จก็จะมาจุ่มซอสอีกทีนึง เมนูนี้ผมไม่ได้ซื้อชิม (เนื่องจากอิ่มมาก) แต่เห็นคนต่อแถวซื้อกันเยอะเลย

หมู ไก่ เนื้อ ปิ้ง หมักซอสสูตรพิเศษ

ถ้ากระหายน้ำ ผมแนะนำร้านนี้ครับ เป็นร้านน้ำปั่นที่ใช้แต่เนื้อผลไม้เพียวๆ ไม่เติมน้ำ ไม่ใส่น้ำตาล มีทั้งน้ำแตงโม น้ำแครอท น้ำส้ม น้ำสตรอว์เบอร์รี่ ที่สำคัญพ่อค้าหล่อแซ่บน่าลิ้มลอง เอ๊ย!! น่าอุดหนุนๆ

น้ำปั่นอร่อยชื่นใจ พ่อค้าแซ่บ น่าลอง (อุดหนุน)

ถัดไปเป็นร้านอาหารจีนสไตล์ฉือเฟิ่นครับ สารภาพเลยว่าอ่านเมนูไม่ออก คนขายพูดอังกฤษไม่ได้ ผมเลยสั่งว่าขอเมนูเด็ด “นัมเบอร์วัน” ของร้าน คนขายพอเข้าใจ เลยจัดเมนูนี้มาให้ครับ

จุดเด่นจะเป็นก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ ในน้ำซุบข้นเหนียว รสชาติดี หอมกระเทียมเจียว เสิร์ฟมาพร้อมถั่วต้ม ฟองเต้าหู้ยัดไส้ รสชาติดีมากเลยครับ

อยากสั่งอย่างอื่นนะ แต่… อ่านไม่ออก ฮือๆ

 

เมนูนี้เค้าว่าเป็น Number 1 ครับ อร่อยๆ

แล้วก็มาถึงเมนูเด็ดของฉือเฟิ่นครับ คนต่อแถวยาวมากกกกกก…กกก นั่นคือ ไก่ยัดไส้ทอด รสชาติอร่อยมากๆๆ เค้าจะเอาเนื้อไก่มาหมักรวมกับเครื่องเทศ ข้าวเหนียว เสร็จแล้วยัดกลับเข้าไปในน่องไก่แล้วเอาไปทอด โรยด้วยงาขาว รสชาติจัดจ้าน ชอบมากครับ

เมนูอร่อยที่ต้องต่อคิวซื้อกันยาวเลยล่ะ

ต้องต่อแถวนะครับ ไม่งั้นไม่ขายให้ ที่สำคัญ… ขายดี จนขายหมดเร็วมาก ใครจะไปชิมต้องรีบไปนะ ร้านนี้อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟเลย สังเกตร้านที่คนเยอะๆ ครับ

เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

ก่อนกลับผมแวะเดินเที่ยวเล่นในตัวหมู่บ้าน แล้วก็เอาบรรยากาศยามพลบค่ำมาฝากด้วยครับ ที่หมู่บ้านมีมุมยอดนิยมคือมุมถ่ายภาพบริเวณสะพานแขวนนะครับ มุมสวย ถ่ายแล้วเห็นวิวภูเขาด้านหลังด้วย

สะพานเชือก ทิวเขา และหมู่บ้านฉือเฟิ่น ใครมาก็ต้องมาถ่ายนะ

เป็นสะพานเชือกที่มีมาแต่ครั้งโบราณ ปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี

จะมา Check in ที่นี่ได้ยังไง?

จากสถานี Ruifang ให้นั่งรถไฟสาย Pingxi ไปลงยังสถานี Shifen ได้เลยครับ หมู่บ้านนี้อยู่ที่ปลายทางสถานีครับ

ลู่กัง (Lukang) – เมืองโบราณ 260 ปี เมืองวัฒนธรรมที่มีมนต์ขลัง

เหตุผลเดียวที่ทำให้ผมอยากมาเที่ยวเมืองลู่กัง ก็เพราะไปเห็นภาพในหนังสือท่องเที่ยวครับ ในภาพนั้นพบว่าเมืองนี้เก๊าเก่า 5555 เก่าสุดๆ ครับ เหมือนดูหนังจีนโบราณ เหมือนดูเมืองจีนในหนังย้อนยุค และที่สำคัญคือเมืองนี้มีวัดที่ชื่อว่า Lukang Longshan Temple ครับ

เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังจีนย้อนยุค

ลู่กังคือเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในไต้หวัน ในอดีตเคยเป็นเมืองท่าที่ไว้ติดต่อค้าขายกับจีนตั้งแต่ยุคราชวงศ์หมิง ที่นี่เป็นเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์จากทางรัฐบาลให้คงไว้ซึ่งมนต์ขลังจากยุคอดีต

การมาเที่ยวที่นี่เราจะพบกับร้านค้า บ้านเรือน ที่ปลูกสร้างให้อยู่คู่กับตัวเมืองเก่าได้อย่างลงตัว แม้วันที่ผมไปเที่ยวจะมีฝนตกตลอดเวลา แต่ผมก็ยังคงพบเห็นนักท่องเที่ยวจากหลายชาติ เดินทางมาเที่ยวที่ลู่กังอยู่พอสมควรเลยครับ

 

เมืองที่มีการแบ่งสัดส่วนเมืองเก่า-ใหม่ ได้ลงตัว

 

เค้าบอกว่าผนังนี้… 200 กว่าปีแล้ว

อีกหนึ่งความเพลิดเพลินในการมาเที่ยวเมืองลู่กัง (ท่านกลางฝนตก) คือ การเดินไปเรื่อยๆ ครับ 55555 ผมเดินเล่นในเมืองไปเรื่อยๆ โดยมีเป้าหมายเป็นวัดสำคัญที่เก่าแก่ที่สุดในไต้หวัน ซึ่งก็คือวัด Lukang Longshan Temple

วัด Lukang Longshan อยู่ใจกลางเมืองครับ

ระหว่างทางเราจะเจอร้านรวงเก่าๆ ร้านของกินท่าทางน่าอร่อย รวมถึงร้านขายงานแกะสลักโบราณ การค่อยๆ เดิน ค่อยๆ มองดูรูปแบบการใช้ชีวิต ถือเป็นความชิลล์อย่างนึงที่ควรมาลองทำดูนะ

ร้านขนมโบราณ ที่เค้าว่าขึ้นชื่อที่สุดในเมือง

ร้านนี้คือร้านขนมโบราณชื่อดังในเมือง มีป้ายประกาศยกย่องเต็มกระจกไปหมด แต่ที่สำคัญคือ ร้านนี้ดังเรื่องขนมไหว้พระจันทร์ครับ

หน้าตาขนมดูคุ้นตาคนไทยนะครับ แต่รสชาติอร่อย

 

แพ็คเกจก็ดูวินเทจดีจริงๆ พับผ่า!!

 

ร้านนี้ผมหยุดดูอยู่นาน เพราะเห็นพี่เจ้าของร้านบรรจงทาสีที่รูปไม้แกะสลักของเทพเจ้าจีนอยู่ งานเนี๊ยบ งานละเอียด จนเคลิ้มไปว่ายืนอยู่แถวเยาวราชทีเดียว

ถ้าเป็นคนไทย พี่ต้องชื่อคุณพี่บรรจงมาก

ถัดมาอีกนิดจะเจอร้านขายซาลาเปาครับ เห็นแล้วไม่รอช้า ต้องรีบซื้อมาชิมทันที

หน้าร้านจะมีซึ้งไม้สไตล์จีนๆ อยู่หลายเตา พอเปิดออกมาก็ได้กลิ่นหอมของซาลาเปาโชยมาเตะจมูก ผมนี่จัดมาชิมซะหลายลูกเลย ซาลาเปาที่นี่ให้ไส้เยอะมากครับ แป้งหนาแต่ยังไม่นุ่มมากเท่าไหร่ รสชาติของไส้ซาลาเปาเข้มข้นมาก

บอกให้คุณพี่ยิ้ม แต่คุณพี่ฟังไม่ออก แต่ยัยหมวยด้านหลังยิ้มแทน

ด้วยความที่บ้านส่วนใหญ่อยู่กันเป็นตึกแถว ดังนั้นชาวบ้านเลยนิยมเลี้ยงต้นไม้จิ่วในกระถางแทนครับ เราจะเห็นชั้นวางต้นไม้จิ๋วอยู่ตามหน้าบ้านแทบทุกแห่งในเมืองลู่กัง

กระถางต้นไม้จิ๋วที่มีให้เห็นทั่วไปแทบทุกบ้าน… เฮ้ย น่าร๊อกอ่าาา

หลังจากเดินเที่ยวเมืองไม่นาน เราก็มาถึงที่หมายแล้วครับ มาทำความรู้จักวัดแห่งนี้กัน

วัดโบราณเก่าแก่อายุกว่า 260 ปี วินเทจฝุดๆ ไปเลย

Lukang Longshan Temple (Chinese: 鹿港龍山寺; pinyin: Lùgǎng Lóngshān Sì) เป็นหนึ่งในวัดที่ผมว่าสวยที่สุดในไต้หวันแล้วครับ จากข้อมูลได้ทราบว่าเป็นวัดพุทธแห่งแรกในไต้หวัน

สร้างไว้ตั้งแต่ยุคราชวงศ์หมิง (คศ. 1786 ปัจจุบันก็ 260 ปีพอดี) วัดแห่งนี้ถือเป็นสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์แห่งเกาะไต้หวันเลยทีเดียว

งานโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นไม้ครับ มีการบูรณะอย่างดีมาก

วัดเก่าแก่อายุ 260 ปี ผ่านกาลเวลา ผ่านแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ผ่านการบูรณะใหญ่มาถึง 5 ครั้ง แต่ยังคงความอลังการ สวยงาม และสมบูรณ์ไว้ได้อย่างดี แม้วันที่ไปจะฝนตกตลอดเวลา

แต่นั่นกลับทำให้ผมได้ใช้เวลาอย่างเต็มที่ที่วัดแห่งนี้ บนพื้นที่กว่า 5,289 ตร.ม. ผมเดินเที่ยวได้ไม่รู้เบื่อ ได้สัมผัสความสงบ ความศรัทธา และละอองฝนชุ่มฉ่ำ (55555) ฝนตกหนักต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง ผมเองก็เดินถ่ายภาพจนหนำใจเลยแหล่ะ

ชอบซุ้มประตู ชอบงานออกแบบ ชอบสถาปัตยกรรมของที่นี่มาก

 

ข้างนอกฝนตก ข้างในก็สวดมนต์กัน

 

เดินชมวัด พร้อมกับฟังเสียงสวดมนต์ มีความขลังดีมากครับ

ขาวดำสักใบนึงครับ

จะมา Check in ที่นี่ได้ยังไง?

จาก Taichung ไปรอรถบัสที่ Taichung Train Station – Rear Exit

จุดรอบัส : ป้ายรถเมล์ชื่อว่า Behind Taichung Railway Station

ขึ้นรถบัส : สาย 9018 หน้าร้านแซนวิช SUBWAY

รถจะมาจอดใกล้ๆ กับ Family Mart จากนั้นเราก็เดินเที่ยวเมือง Lukang ได้สบายเลย

พิกัด GPS : 24.0516517,120.4364028

การไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศที่มีวัฒนธรรมแตกต่างจากบ้านเรานั้น การไปเรียนรู้ธรรมเนียม มารยาท และประวัติศาสตร์ของเค้า ถือเป็นสิ่งที่ควรทำครับ เราจะได้เรียนรู้ความต่างของวัฒนธรรม เราจะสามารถเที่ยวประเทศเค้าได้อย่างเข้าใจ และที่สำคัญ เราจะเที่ยวประเทศนั้นๆ ได้สนุกเพิ่มขึ้นด้วยครับ