อินเดีย…ไปกี่ครั้งเราก็ชอบ!!!
อินเดีย… มีเสน่ห์ สนุก ตื่นเต้นและหลากรสมาก
อินเดีย… มีเรื่องราวที่ให้ประหลาดใจตลอด
และนี่คือ “อินเดียครั้งที่ 4 ของเรา”

ใครจะไปคิดว่าจะพบสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ในอินเดียเป็นปกติตามริมถนน ตรอก ซอย ทางเดิน เราจะเห็นกวาง (อ่านไม่ผิดหรอก) สุนัข แมว หนู วัว ลิง แพะ แกะ กระรอก เหยี่ยว นกพิราบ อีกา หมูป่า (ทำไมไม่อยู่ป่า) ลา อูฐ งูเห่า ฟังแล้วรู้สึกเหมือนไปเที่ยวสวนสัตว์เปิด แต่ที่นี่คือ “ประเทศอินเดีย” แค่เกริ่นก็สนุก ตื่นเต้นแล้ว!!

งั้นเรามาเตรียมตัวไปเที่ยวอินเดียแบบเที่ยวง่าย เที่ยวสบาย เที่ยวแบบเช่ารถ ราคาไม่แพง และไม่ลำบากกันค่ะ ทริปนี้เราเลือกบินกับ AirAsia เช่นเคยจ้า บินตรงเวลา คุ้มค่า และมีบินตรงไปชัยปุระแค่ 4 ชม.กว่าๆ

เข้า Check-in ช่องทางพิเศษใช้เวลาแป๊ปเดียว เสร็จเร็วก็มีเวลาไปดื่มกาแฟ เดินเล่นช้อปปิ้งก่อนบินด้วยจ๊า

ไปชัยปุระไปกับแอร์เอเชียน๊า ^^

1. มาอินเดียต้องใช้ VISA นะ…รู้ยัง?

คนไทยไปเที่ยวอินเดียต้องใช้วีซ่านะ สามารถขอได้ 2 วิธี คือ
1.1)  วีซ่าอินเดียท่องเที่ยวแบบออนไลน์ (E-Tourist Visa – eTV)

  • ขอออนไลน์ง่ายมาก สะดวก รวดเร็วเหมาะกับคนที่มีวันลาน้อย ไม่เสียเวลาลางานไปยื่นเอกสาร
  • สมัคร > จ่ายเงินไม่เกิน 1,800 บาทผ่านบัตรเครดิต > แค่ 24 ชม. จะได้รับการยืนยันตอบกลับทาง Email
  • จากนั้นอีก 2-3 วันจะได้รับเอกสารทางอีเมล์ ซึ่งต้อง Print หน้านี้และนำไปขอวีซ่า E-Visa ที่อินเดียจ้า
  • ได้วีซ่าแบบ “Double Entry” คือ เข้า-ออกประเทศอินเดียได้ 2 ครั้ง ภายใน 120 วัน
  • สมัครวีซ่าล่วงหน้าอย่างน้อย 4 วันก่อนเดินทาง ในวันเดินทางนำเอกสารพร้อมพาสปอร์ตไปยื่นที่ช่อง E-TOURIST VISA  ใช้เวลาไม่นานจ้า
  • กรอกข้อมูลได้ที่  https://indianvisaonline.gov.in/evisa/tvoa.html

1.2) วีซ่าอินเดียท่องเที่ยวแบบปกติ (Regular Tourist Visa) 

  • เตรียมเอกสาร และต้องไปสแกนลายนิ้วมือด้วยตัวเองที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าอินเดีย VFS Global  ที่ ถ.อโศก
  • ค่าวีซ่า 4,358 บาท (ราคาจะสูงกว่า eTV)
  • ได้วีซ่าแบบ “Multiple Visa Entry” คือ เข้า-ออกประเทศอินเดียได้หลายครั้งใน 1 ปี ไม่เกิน 60 วัน/ครั้ง
    อ่านรีวิวการขอวีซ่าอินเดียได้ที่  การขอวีซ่าท่องเที่ยวอินเดียแบบปกติ

2. SIM CARD สายโซเชี่ยล ต้องรู้ไว้

สายโซเชี่ยลก็ต้องเตรียมอัพรูปจ้า!!   สามารถเปิด Roaming จากไทย, ซื้อซิมการด์ที่อินเดีย หรือจากไทย
เราใช้เน็ตของ sim2fly ของ AIS ราคา 399 บาท สามารถใช้เน็ต 4G/3G แบบ Non-Stop ความเร็วสูงสุด 4 GB นาน 8 วัน โดยระบบจะเชื่อมสัญญาณต่อกับเครือข่าย Airtel

คุณภาพสัญญาณของเน็ตไม่ค่อยเสถียร เน็ตหลุดบ่อย ดาวน์โหลดได้ แต่การอัพโหลดรูปภาพผ่าน LINE ไม่ค่อยได้เลย เดี๋ยวขึ้น 3G, Edge หรือ No service สำหรับ WIFI ของโรงแรมก็คุณภาพก็ติดๆ ดับๆ คล้ายกับซิมการด์เลย 555

3. เวลาและอากาศ

เวลา :  เวลาที่อินเดียช้ากว่าไทย 1.30 ชั่วโมง ร้านค้าส่วนใหญ่จะเปิดสายๆ เวลา 10.00 น.
อากาศ : รัฐราชสถานอยู่ในเขตภูมิอากาศร้อนกึ่งแห้งแล้ง อุณหภูมิเฉลี่ยค่อนข้างสูงตลอดทั้งปี มี 3 ฤดูกาล :

  • ฤดูฝน : มิ.ย – ก.ย. ฝนตกหนัก
  • ฤดูร้อน : เม.ย.- ก.ค. อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 30 °C
  • ฤดูหนาว : พ.ย. – ก.พ. เย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ย 15-18 °C

ไปอินเดียช่วงไหนดี ?  ขอแนะนำให้ไปช่วงอากาศเย็นๆ กลางเดือน พ.ย. ก.พ. อากาศสบายตัว เดินเล่นชิลล์ๆ มีลมหนาวพัดเย็น อุณหภูมิ 15-20 °C

4. แลกเงินเรื่องใหญ่ “ตั้งใจฟังนะ”

อินเดียใช้เงินรูปี (INR) อัตราการแลกเปลี่ยน 1 รูปี ประมาณ 0.52 บาท หรือ 100 รูปี = 52 บาท (เรทวันที่ 3 พ.ย. 60)  วิธีคิดง่ายๆ ก็เอาเงินรูปีหารสองจะได้พอๆ กับเงินไทย

แนะนำ :  ให้แลกเงินรูปีจากไทยไปเลย หรือถ้าแลกเงินที่อินเดียก็ควรใช้ให้หมดที่โน้นเลย (แบงค์ปลอมเยอะ) หรือชำระผ่านบัตรเครดิตก็ได้ทั้ง Visa และ MasterCard  (เรท 0.54 ซึ่งหมวยรับได้นะ)

5. การเดินทางเที่ยวในราชสถาน แบบนี้สิ สะดวก?

ทริปนี้หมวยไปรัฐราชสถานรวม 4 เมือง คือ Jaipur, Pushkar, Johdpur และ Udaipur  บางวันมีนั่งรถข้ามเมือง 3-7 ชั่วโมง ก็อยากเดินทางสบายๆ ไม่เหนื่อย ไม่ลำบากเลยเช่ารถยนต์ INNOVA รุ่น Crysta แบบ 6 ที่นั่ง พร้อมคนขับ ราคา 72 usd/วัน (รวมค่าน้ำมัน ทางด่วน ที่จอดรถและที่พักของคนขับ)

ก่อนเดินทางไปเที่ยวราชสถาน Search Google เกี่ยวกับบริการ “รถเช่าพร้อมคนขับ” ดูนะ หรือจะดูใน TripAdvisor ก็ได้ ตรวจดูรายชื่อคนขับที่ได้รับคะแนน Review ดีๆ แล้วติดต่อเค้าล่วงหน้า จะได้แจ้งแผนการเดินทางและคุยราคากันให้จบก่อนเดินทาง มาหาเอาดาบหน้าอาจจะโดนฟันราคาจนหัวแบ่ะ แถมได้คนขับรถไม่ดีด้วยนะ

รวม 6  ข้อดีของการเช่ารถพร้อมคนขับ 

  1. ไม่เครียดเรื่องเวลา : หยืดหยุ่นเวลาได้ง่ายขึ้น อยากแวะถ่ายรูปที่ไหนก็จอดข้างทางเลย
  2. ไม่ต้องต่อรองราคา : ไม่เสียเวลาเดินทาง เพราะการเจรจาต่อราคาเหมารถกับแขกนี่ต้องใช้ skill นะจ๊ะ
  3. ไม่เหนื่อย-ไม่กังวล : ไม่ต้องลากกระเป๋า ไม่กลัวหลงทาง กลัวตกรถบัส รถไฟ เดินหาโรงแรมที่พัก
  4. ไม่ปวดหัวกับกลิ่นแขก : การเช่ารถจะทำให้การเดินทางง่าย และสบายขึ้น  ยิ่งถ้าได้รถสภาพดี ไม่มีกลิ่นเหม็น กลิ่นอับ แอร์ก็เย็นเจี๊ยบ  (อินเดียมีบริษัทรถเช่าที่ได้รับมาตรฐานดี ทั้งแบบ Sedan, Premium , Tempo หรือรถบัสขนาดใหญ่ และมีคนขับรถดีๆ ที่ได้รีวิวจากนักท่องเที่ยวใน TripAdvisor มากมาย)
  5. พักผ่อนงีบเอาแรง รถแอร์เย็น เบาะที่นั่งก็ปรับระดับเอนหลังได้สบาย บางคันมีบริการน้ำดื่มฟรี, บางคันก็เตรียมขนม ทิชชูเปียกไว้ให้ด้วย …น่ารักเนอะ ^^
  6. สบายใจเรื่องห้องน้ำ : ระหว่างทางคนขับรถจะแวะพักรถจอดที่ร้านอาหาร ส่วนใหญ่ห้องน้ำโอเค ได้มีเวลาพักยืดเส้นยืดสาย จิบชามาซาล่า กินขนม ดื่มน้ำเย็นๆ ก่อนเดินทางต่อไป

หมายเหตุ : เรื่องบริการน้ำดื่ม, ขนมขบเคี้ยว หรือบริการพิเศษอื่นๆ เป็นสิ่งที่คนขับรถแต่ละรายจัดทำเพื่อสมมนาคุณลูกค้านะ ไม่ใช่มาตรฐานการบริการ

6. ไปอินเดีย…หาร้านอร่อยยังไงดี ?

อาหาร  :    มาเที่ยวอินเดีย จะไม่กินอาหารอินเดียก็ได้นะเพราะที่นี่มีทั้งอาหารอิตาเลี่ยน(พิซซ่า สปาเก็ตตี้) อาหารตะวันตก (ซุป ขนมปัง แฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอด) อาหารจีน และอาหารไทย หาทานได้ง่ายมาก

เครื่องดื่ม :  แนะนำให้ซื้อแบบขวด หรือกระป๋อง มีขายทั้งน้ำอัดลม น้ำมะนาว น้ำโซดา น้ำผลไม้ปั่น หรือร้านอาหารดีๆก็มีขายเครื่องดื่มแอลกฮออล์ เช่น เบียร์ ไวน์ วิสกี้ด้วยน๊า  แนะนำให้ลองทานน้ำมะนาวผสมโซดายี่ห้อ Limca และ Nimbu รสเปรี้ยวซ่า ดื่มแล้วสดชื่น อร่อยกว่าของบ้านเราอีก

ขอแนะนำร้านอาหารที่ชอบ และได้คะแนนรีวิวดี 4 -4.5 ดาวจาก TripAdvisor 

ตามลายแทงนี้ไป !! รับรองอาหารอร่อยไม่ผิดหวัง สำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบทางอาหารอินเดียก็ทานได้แน่ๆ ทุกร้านวิวสวย อาหารดี บริการดี คุ้มค่าเงิน และห้องน้ำก็สะอาดด้วยค่ะ

แนะนำ 3 ร้านที่ Jaipur

  1. Café Palladio Jaipur : ร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่เก๋กู๊ดมากก ต้องมาๆ ตกแต่งสีพาสเทล มีรายละเอียดน่ารัก
  2. Taj Rambagh Palace :  ไปเป็นมหาราชาและมหารานีเดินสวยๆ ในวังหรู แล้วไปจิบชายามบ่ายกัน
  3. Peacock Rooftop Restaurant : ดาดฟ้าตกแต่งเป็นรูปตัวนกยูง อาหารอินเดียก็รสดั้งเดิมดี อาหารตะวันตกก็ถูกใจและไม่มีกลิ่นเครื่องเทศ หมวยฝากท้องทั้งมื้อเช้าและมื้อเย็นเลย ช่วงเย็นจะมีการแสดงคนท้องถิ่นด้วย

Café Palladio Jaipur พอเดินเข้ามาในร้านเหมือนหลงเข้ามาในประเทศอิตาลีเลย

ร้านตกแต่งสถานที่ได้น่ารักชนะเลิศ ด้วยสีพาสเทลทุกอย่างดูลงตัว มีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะมาก

Taj Rambagh Palace

บรืเวณนี้จะเสริฟ์อาหาร และ afternoon Tea ของ Taj Rambagh Palace

Peacock Rooftop Restaurant ตกแต่งเป็นรูปนกยูงบนดาดฟ้า อาหารอร่อยถูกปาก เหมาะกับนั่งรับลมเย็นๆบน Rooftop

แนะนำ 3 ร้านที่ Jodhpur

  1. Step Well Café : มุมร้านอาหารอิตาเลี่ยนและคาเฟ่นี้ ถือว่าเด็ดมากติดบ่อน้ำขั้นบันไดแบบโบราณเลย
  2. On the rock restaurant : มาดินเนอร์แบบโรแมนติกใต้แสงเทียนในสวน อาหารรสชาติดีและบริการดีมาก
  3. Juna Mahal Boutique rooftop : เป็นที่พักสไตล์บูทีค มีรายละเอียดที่กิ๊บเก๋มาก และมีร้านอาหารบนดาดฟ้า ที่นี่ถูกแนะนำจาก Lonely Planet ตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่า ซึ่งจะยิ่งเห็นบ้านเรือนที่ถูกทาสีฟ้าชัดเจน  เห็นป้อม Mehrangarh Fort บนเนินเขาแบบเต็มตาม

ร้านอาหารตกแต่งเก๋ๆ น่ารักชื่อ The Step Well House Cafe ตั้งติดกับบ่อน้ำขั้นบันไดกลางเมือง ถือว่าเป็น วิวที่ดีที่สุดเห็นวิวด้านบนของบ่อน้ำแบบเต็มๆ ตกแต่งด้วยไม้ ใช้สีเทากับสีน้ำเงินตัดกัน ตกแต่งเรียบๆ แต่ดูทันสมัย มีมุมถ่ายรูป

Rooftop ด้านบนของ Juna Mahal Boutique  เหมาะกับทานอาหารเย็น และเป็นจุดชมวิวบ้านเมืองสีฟ้าที่สวยงาม

แนะนำ 2 ร้านที่เมือง Udaipur

  1. Natural View Rooftop : ห้องอาหารบนดาดฟ้าของโรงแรม Devraj Niwa ติดริมทะเลสาบถือว่า เป็นอีก 1 มุมที่โรแมนติกมาก
  2. Jagmandir Island Palace : คาเฟ่ริมน้ำในสวนของพระราชวังกลาง Pichola Lake

ชมพระอาทิตย์ตกดินพร้อมทานอาหารเย็นที่ Natural View Rooftop restaurant โรแมนติกมากๆ ร้านติดริมทะเลสาบเลย

คาเฟ่กลางน้ำในสวนพระราชวังกลางน้ำ Jagmandir Island Palace สามารถมองเห็นเมือง Udaipur ได้ทั้งเมือง

7. มีอะไรน่าซื้อเป็นของฝากบ้าง

เทคนิคการขายของที่อินเดียสนุกดีนะ  มีลูกเล่นใหม่ๆ มาหลอกล่อเงินในกระเป๋าได้ตลอดเวลา555 ข้อสำคัญที่สุด !! ควรต่อราคาเยอะๆก่อนซื้อสินค้า

ของฝากจากอินเดีย  จะมีงานผ้าปักลายสวยๆ สีสันสดๆ งานผ้าคลุมไหล่และผ้าพันคอขนสัตว์หรือผ้าไหม ชุดส่าหรี เสื้อผ้า กำไล ร่มอินเดีย รองเท้าทำมือ กระเป๋าหนังอูฐ โมบายประดับบ้าน งานแกะสลัก ภาพวาด เครื่องเงิน งานไม้เพ้นท์สีบนงานเหล็กหรืองานไม้เป็นรูปนกยูง ช้าง อูฐ ดูแล้วอยากได้มากกก

ของฝากที่ขึ้นชื่อ นั่นก็คือ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรของอินเดียยี่ห้อ Himalaya Herbals เป็นเวชสําอางค์ไม่มีแอลกอฮอล์ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เหมาะกับผิวอ่อนบางและแพ้ง่าย มีผลิตภัณฑ์ครบทุกเพศ ทุกวัย

5 อันดับสินค้า Himalaya Herbals ที่หมวยชอบมาก

  1. ยาหม่อง – มีทั้ง Pain Balm บรรเทาอาการปวดเมื่อย ส่วน Cold Balm บรรเทาอาการหวัด คัดจมูก แถมสยบกลิ่นแขกได้ 100%
  2. Walnut Scrub – มีเม็ดวอลนัทมาเต็มหลอด กลิ่นหอมอ่อนๆ ใช้ขัดเบาๆทั่วผิวหน้า รู้สึกนุ่มขึ้นจ้า
  3. Gel Wash – เจลล้างหน้า ผิวไม่ตึง ไม่ระคายเคือง ใช้แล้วสิวก็ไม่ค่อยขึ้นด้วยนะ
  4. Lip Balm – ตัวท็อปฮิต แนะนำซื้อแบบกระปุกใหญ่ ไปเป็นของฝากแจกคนได้เยอะเลย
  5. Under Eye Cream – ตัวนี้ก็เป็นสินค้าขายดีตลอดกาล หลังใช้ได้ผลลัพธ์ค่อนข้างโอเคนะ

8. ค่าเข้าตามสถานที่ท่องเที่ยว

ประเทศไทยเป็นภาคีในกลุ่มประเทศ BIMSTEC (Bay of Bengal Initiative for MultiSectoral Technical and Economic Cooperation) ประกอบด้วย 7 ประเทศ คือ บังคลาเทศ อินเดีย พม่า ศรีลังกา ไทย ภูฏาน และเนปาล ที่ให้ความร่วมมือกันในด้านเศรษฐกิจและอื่นๆ รวมถึงศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

ในฐานะคนไทย ก่อนซื้อตั๋วตามสถานที่ท่องเที่ยวของรัฐบาล โบราณสถานและแหล่งมรดกโลก ให้ถามก่อนว่ามี “ราคาพิเศษสำหรับคนไทยไหม?”  โดยยื่นพาสปอรต์เพื่อรับสิทธิ์ เช่น ค่าเข้า Chittorgarh Fort (ป้อมชิทอร์การ์ท) ป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย คนไทยเสียค่าเข้าเท่ากับคนอินเดียเลย 15 INR ไม่งั้นต้องเสีย 200 INR นะ (ถูกเวอร์ๆ)

นอกจากนี้เรายังใช้สิทธิ์พิเศษดังกล่าวในการซื้อตั๋วเข้าสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ ในอินเดียได้อีกหลายที่เลย เช่น Taj Mahal, Agra Fort 

ตรวจสอบรายละเอียดค่าเข้าอัตราพิเศษได้ที่ :  https://goo.gl/FxK4sQ

9. รู้จักคนอินเดีย

คนอินเดีย ชอบถ่ายรูป ชอบเซลฟี่ และชอบถูกถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าคนอินเดียมุงถ่ายรูปวิวนี้อยู่ ลองไปหามุมอื่นได้เลย เพราะถ่ายกันนานมากเดี๋ยวจะทำให้หงุดหงิดซะก่อน  เดินไปไหนก็มีแต่คนมาขอถ่ายรูปนับเป็นสีสันสนุกๆระหว่างการเดินทาง

คนอินเดียชอบบีบแตร เราเคยสงสัยเรื่องนี้ว่าจะบีบแตรไรนักหนา ?  หลังจากทริปนี้ เราเพิ่งรู้ว่า คนที่นี่บีบแตรเพื่อทักทายกัน  เพื่อบอกฉันมานะ  เพื่อบอกว่าอย่ามานะ  เพื่อบอกว่าเดินให้ระวังนะ  เพื่อเพิ่มความมั่นใจเวลาขับขี่ บางทีเราเห็นพอสตาร์ทมอเตอร์ไซค์ ยังไม่ทันขี่ ถนนก็ไม่มีรถ ก็บีบแตรซะก่อนละ 5555 ดังนั้นไม่ต้องตื่นเต้นหรือหวาดกลัวกับเสียงแตรรถ เพราะที่นี่คือเรื่องปรกติจ้า

สำหรับผู้หญิงที่ไปเที่ยวอินเดีย :  แนะนำให้สวมแหวนนิ้วนางข้างซ้าย ประกาศตัวตนไปเลยว่าแต่งงานแล้ว วิธีนี้จะทำให้รอดพ้นจากการขอ What’s App และหนุ่มๆที่มาขอเซลฟี่ได้คร่า 555

10. เตรียมอะไรไปเที่ยวอินเดียบ้างหล่ะ ?

การเตรียมตัวจริงๆ แล้วก็พื้นฐานทั่วไปของการเดินทางแหล่ะ สำหรับสาวๆ หมวยแนะนำให้เน้นเรื่องกันแดดนะคะ เพราะทริปที่เดินทางในอินเดีย หลีกเลี่ยงแสงแดดลำบากค่ะ ส่วนเรื่องที่หลายคนกังวลเกี่ยวกับความสะอาด ว่าอินเดียวจะต้องสกปรกสุดๆ อาจมโนไปว่ามีศพลอยน้ำ บรรยากาศชวนอี๋!!

ไม่ขนาดนั้นค่ะ อินเดียนั้นจะว่าไปก็มีปัญหาด้านสุขลักษณะค่ะ แต่อยู่ในขอบเขตที่พอรับได้ (ไม่ได้อี๋อย่างที่หลายคนจินตนาการนะคะ) ยิ่งมาเที่ยวชมเมืองที่สวยงามวิจิตรอย่าง Jaipur, Jodhpur, Udaipur สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ของแต่ละเมืองห้องน้ำโอเคนะคะ อินเดียมีเสน่ห์เฉพาะตัว เรื่องบางเรื่องต้องเปิดใจค่า

  • ทิชชูเปียก ทิชชูแห้ง แอลกฮออล์เจล
  • ขนมขบเคี้ยว ลูกอม ของเปรี้ยวๆ
  • อาหารแห้ง บะหมี่ และอาหารสำเร็จรูปพร้อมฉีกซองพร้อมทาน
  • อุปกรณ์กันแดด :  ครีมกันแดด หมวก ร่ม หรือปลอกแขน
  • หมอนรองคอ : นั่งรถยาวๆ นี่แหละคือตัวช่วยสำคัญทำให้ไม่ปวดคอจ้า
  • น้ำแร่ฉีดหน้า :   แนะนำให้พกติดไปค่ะ ยิ่งอากาศร้อนๆ พอสเปรย์ละอองน้ำพ่นเข้าที่หน้าแล้ว…ดีงามมาก
  • เสื้อกันหนาว : อากาศช่วงเช้าค่อนข้างเย็นและเย็นประมาณ 15-20 องศา
  • ยาประจำตัว และยาสามัญประจำบ้าน :  แก้อาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นหวัด ปวดกล้ามเนื้อ ยาทำแผล พลาสเตอร์ยา ยาแก้ท้องร่วง เกลือแร่ ยาแก้ร้อนใน วิตามินซี กอเอี๊ยะติดบรรเทาอาการปวด
  • ปลั๊กไฟ 3 ขาแบบหัวกลม หรือควรเตรียมปลั๊กแบบ universal ปลั๊กเดียวเที่ยวทั่วโลก

เตรียมตัวพร้อมแล้ว…ไปตะลุยเที่ยวอินเดียกันค่า

อ่านรีวิวเพิ่มเติมที่เราตั้งใจทำคล้ายๆ Travel Guide ประกอบด้วยข้อมูลการเดินทาง, การขอวีซ่า, คำแนะนำเรื่องการวางแผนเส้นทาง, การเช่ารถ, ข้อมูลที่พัก, ร้านอาหาร, โรงแรม และเกร็ดความรู้ต่างๆ ของแคว้นราชสถานรวม 4 เมือง เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ คนทำงาน จะได้ประหยัดเวลาในการทำแผนการเดินทาง แล้วเอาเวลามาสนุกสนานกับทริปนี้ให้เต็มที่