บอกกันไว้ ณ ที่นี้ว่า China Airline คือสายการบินประจำชาติของไต้หวันไม่ใช่สายการบินประจำชาติจีนอย่างที่หลายคนเข้าใจ (รวมทั้งเราด้วย) เป็นหนึ่งในสายการบินที่ให้บริการมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะรูทจากไทยสู่ไต้หวันที่เปิดให้บริการมานานกว่า 50 ปี!! และเป็นสายการบินที่เราอยากแชร์ประสบการณ์ให้ทุกคนได้อ่านกันครับ

ถ้ามีเวลาน้อย ชมคลิปนี้ครับ 3 นาทีนิดๆ ไปดูยัยหมวยเขิน ตอนเจอหน้ากัปตันกันครับ 5555

ภาพรวมสายการบิน

China Airlines เป็นสายการบิน Full Service แถวหน้าของเอเชีย ที่พาคุณบินตรงสู่จุดหมายปลายทางกว่า 150 แห่ง ในทวีปเอเชีย, ยุโรป, อเมริกาและโอเชียเนีย รวม 29 ประเทศ จุดเด่นคือ

  • พาคุณบินตรงจากไทยสู่ไต้หวัน (เมืองไทเปและเกาสง) ด้วยเครื่องหลายรุ่น อาทิ Airbus 350-900, Airbus 330-300 หรือ Boeing 777-300, Boeing 747-400 เป็นต้น
  • ให้น้ำหนักกระเป๋า 30 กิโลกรัม
  • มี VIP Lounge ของตัวเอง (ที่สนามบินสุวรรณภูมิ)
  • บนเครื่อง เสิร์ฟอาหารเครื่องดื่มให้คุณเต็มที่
  • ที่นั่งกว้างเหยียดขาสบาย
  • มีเวลาบินที่ไม่ทำให้คุณต้องเสียงานเสียการครับ ^_^ (ตรงนี้เดี๋ยวมาขยายต่อให้ฟัง)

สำหรับ Counter Check-in ของ China Airlines จะอยู่บริเวณ Row S ที่สนามบินสุวรรณภูมิครับ Counter Check-in จะปิด 50 นาทีก่อนเครื่องออก และ Boarding Gate (ประตูขึ้นเครื่อง) จะปิด 10 นาทีก่อนเครื่องออก

ดังนั้นโปรดเผื่อเวลาเดินทางไว้ให้ดีด้วยนะครับ ควรไปถึงสัก 2.30 ชั่วโมงก่อนเครื่องออกเป็นอย่างน้อยครับ

เราได้ทดลองใช้บริการ China Airlines เพื่อบินตรงจากกรุงเทพ – เกาสงซึ่งปัจจุบันมี 2 สายการบิน ที่ให้บริการบินตรงจากประเทศไทย นั่นคือ Thai Smile Airways และ China Airlines

สำหรับ Thai Smile Airway นั้นเรายังไม่เคยขึ้นไปเกาสง ดังนั้นยังไม่ขอพูดถึง แต่เราจะขอพูดถึงเรื่องเวลาบินของ China Airlines ก่อนนะครับ

บินไปเกาสงได้ ไม่ต้องหนีงาน

ด้วยความที่เราเดินทางบ่อย หากมีทริปที่ต้องเที่ยวสัก 6-10 วัน เสื้อผ้า-ข้าวของจะเยอะพอดู โดยเฉพาะคุณผู้หญิง (อย่างยัยหมวย) การจะไปเที่ยวโดยต้องแบกกระเป๋าใบใหญ่นี่มันเหนื่อยเอาการครับ

พอไปถึงปลายทางแล้วยังต้องวุ่นกับการขนกระเป๋าไปโรงแรม หรือถ้าจะเที่ยวเลย ก็ต้องหาที่ฝากกระเป๋าก่อนแล้วค่อยเที่ยว แล้วก็ต้องกลับมาเอากระเป๋า แล้วก็ไปโรงแรม เฮ้ย!! จะเหนื่อยไปไหนว๊า!!! หมดแรง

หนุ่ม-สาว ไต้หวัน งานดี สวยหล่อแบบดูได้นาน

เวลาบินของ China Airlines เค้าวางไว้แบบนี้ครับ

  • ขาไป   18:35  (BKK) –  22:55 (KHH) ใช้เวลาเดินทาง 3:20 ชม.
  • ขากลับ 14:40 (KHH) – 17:20 (BKK)   ใช้เวลาเดินทาง 3:40 ชม.

ข้อดี คือ ขาไปเราแทบไม่ต้องลางาน (อันนี้ดี) อาจจะออกจากที่ทำงานเร็วกว่าปกติสัก 30-60 นาที แล้วก็มาที่สนามบินเลย พอถึงปลายทางแล้วก็ยังมีเวลาเหลือพอจะใช้บริการขนส่งสาธารณะอย่าง Taxi, Shuttle Bus หรือ MRT เพื่อเดินทางเข้าเมือง ตรงสู่ที่พัก อาบน้ำอาบท่า นอนเอาแรง พร้อมเที่ยวในวันรุ่งขึ้น!!

ส่วนขากลับ : ยังมีเวลาให้นอนตื่นสายหน่อย แวะซื้อของฝากแล้วค่อยไปสนามบิน กลับถึงเมืองไทย 5 โมงเย็น ก็มีเวลานั่งรถกลับบ้าน รื้อกระเป๋า นอนพักเอาแรง พร้อมจะไปทำงานในวันรุ่งขึ้น

ข้อเสีย คือ เราจะต้องเสียค่าโรงแรมไป 1 คืน สำหรับวันแรก ณ จุดนี้อยากให้ลองพิจารณาระหว่างค่าแรงต่อวันของเรากับค่าห้องโรงแรมครับ ว่าอย่างไหนคุ้มกว่ากัน ^_^

ส่วนตัวเราชอบ Flight Time ของ China Airlines นะ ดีกับคนทำงานประจำ เหมาะกับทริปยาว 6-10 วัน เที่ยวได้สบายๆ ไม่เหนื่อยดี

จองเที่ยวบินทั่วโลกรับส่วนลดกับ Traveloka

จะจองตั๋วเครื่องบินทั้งที เลือกจองแล้วได้ส่วนลดดีกว่าไหม!? 

เราแนะนำให้ลองใช้บริการจองตั๋วเครื่องบินผ่าน Traveloka นะ ระบบใช้งานง่าย จองได้ทั้งโรงแรมและตั๋วเครื่องบิน ดีลดีและมีส่วนลดครับผม ^_^

 

สำรวจ VIP Lounge ของ China Airlines

ทริปนี้ทางสายการบิน China Airlines ใจดีให้เราเข้าใช้บริการ Dynasty Lounge (VIP Lounge) ของทางสายการบินด้วย เราเลยถือโอกาสเอาประสบการณ์การเข้าใช้บริการ Dynasty Lounge มาฝากทุกคนกันครับผม

Dynasty Lounge ของ China Airlines อยู่ที่ ชั้น 3 ฝั่งตะวันตก บริเวณ Concourse D ที่สนามบินสุวรรณภูมิครับ เมื่อมาถึงบริเวณ Lounge จะมีพนักงานต้อนรับอยู่ เค้าจะขอดูเอกสารเพื่อยืนยันการใช้สิทธิ์ การเข้าใช้บริการ

เงื่อนไขการเข้าใช้บริการ Dynasty Lounge (ต้องเข้าเงื่อนไขอย่างใดอย่างนึง)

  • มีตั๋วโดยสารชั้น Business ของ China Airlines
  • หากมีบัตร Skyteam ต้องเป็น Elite Level ขึ้นไป
  • เป็นสมาชิกระดับ Gold Member (ขึ้นไป) ของ China Airlines
  • กรณีที่เป็นสมาชิกของ China Airlines แต่ level ไม่ถึง Gold ก็สามารถนำไมล์ของคุณมาแลกสิทธิ์ได้เช่นกัน โดยใช้คะแนน 5,000 ไมล์

จากบริเวณ Reception Hall เมื่อเดินเข้าไปด้านใน จะเป็นพื้นที่ของ Dynasty Lounge พื้นที่อาจจะไม่กว้างมาก แต่ก็รองรับผู้โดยสารในวันคับคั่งได้ดีครับ ด้านในแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนอาหาร-เครื่องดื่ม, โซนสำหรับนั่งชิลล์ริมหน้าต่าง, โซนที่นั่งทั่วไป, โซนสำหรับผู้โดยสารที่มาเป็นหมู่คณะ และมีห้องรับรองพิเศษสำหรับผู้โดยสาร VIP อีก 2 ห้อง

อาหารและเครื่องดื่ม

ขึ้นชื่อว่า Dynasty Lounge ระดับ China Airlines อาหารและเครื่องดื่มเค้าไม่หวงครับ 5555 มีให้ทานกับแบบไม่อั้น ส่วนของเมนูนั้นมีให้เหลือหลากหลายพอสมควร และในส่วนของรสชาตินั้นจัดว่าดีครับ มีอาหารปรุงร้อน, ติ่มซำ, สลัด, แซนวิช, ครัวซองค์, ของหวาน เครื่องดื่มก็มีชา, กาแฟ, Soft Drink ไว้คอยให้บริการอย่างเต็มที่ สำหรับใครที่ชอบดริงค์แอลกอฮอล์ Dynasty Lounge ก็มีให้เลือกเพียบ!!

แซนด์วิชกับเบอร์เกอร์ทูน่า รสชาติดีครับ

พายนี้ไม่ได้ลองชิม

ขนมหวานแบบไทยๆ ก็มี

ถ้าชอบเค้ก มาตรงนี้เลย

ห่อหมกทำได้ถึงเครื่องดี แต่ไม่เผ็ดมาก

หมูสามชั้นน้ำมันหอย และสปาเก็ตตี้ซอสหมู อันนี้ชอบมาก ถึงจะอ้วนก็เถอะ

ยัยหมวยก็ชอบ

ติ่มซำมีให้เลือกทั้งฮะเก๋าและขนมจีบ

มีมุมสำหรับคนทานมังสวิรัติด้วยครับ

กาแฟรส รสชาติมาตรฐานดี

เลือกดื่มได้ตามสบาย ไม่อั้นๆๆ

สัมผัสห้องโดยสาร China Airlines และบุกเยี่ยมห้องนักบิน!!

เมื่อได้เวลา Boarding ทางเจ้าหน้าที่ต้อนรับก็เตือนให้ผู้โดยสารเดินมาเตรียมตัวที่ Gate หลังจากเช็ค Boarding Pass และ Passport เรียบร้อยแล้ว ทางผู้บริหารของสายการบิน China Airlines ได้อนุญาตเราเป็นกรณีพิเศษ เพื่อขึ้นไปถ่ายภาพห้องโดยสาร ราวๆ 15 นาทีก่อนที่ผู้โดยสารจะขึ้นเครื่อง

โอกาสดีแบบนี้ เราไม่รอช้า รีบคว้ามือยัยหมวยขึ้นไปถ่ายภาพห้องโดยสารทันที แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!! เพราะเค้าเตรียม Surprise เราสองคน ด้วยการ “เปิดห้องนักบินให้เข้าไปทักทายกับนักบินและผู้ช่วยนักบิน”  OH!!!! ดีใจหลาย!! โอกาสพิเศษแบบนี้ทำให้เราได้เห็นห้องนักบินอย่างใกล้ชิด

อุปกรณ์หน้าตาไม่คุ้น กับปุ่มอีกหมื่นปุ่มบนหน้าปัดเครื่องบิน ดูแล้วงงดีชะมัด ดีแล้วที่ข้าพเจ้าไม่คิดจะสนใจอาชีพนี้ 55555 แต่แล้วเมื่อกัปตันหันมายิ้มทักทายเท่านั้นล่ะ ยัยหมวยก็ยิ้มขวยเขินขึ้นทันใด!! อ่ะแหม…​ 2 กัปตันหนุ่มไต้หวันนั้นงานดีทีเดียว หน้าหล่อใส หัวใจกุ๊กกิ๊ก ไม่แพ้ F4 เลย (เกิดทันกันไหมเด็กๆ)

ทักทาย 2 นักบินกันพอกรุบกริบแล้ว เราก็มาสำรวจห้องโดยสารกันบ้าง อย่างที่บอกว่าเครื่องที่บินจากไทยไปไต้หวันมีหลายรุ่น รอบนี้เราบินกับเครื่อง Boeing 737-800 ครับ เมื่อเดินผ่านส่วนต้อนรับบนเครื่องเข้ามาแล้ว จะพบกับโซนที่นั่ง Business Class (จำนวน 8 ที่นั่ง) ซึ่งดูกว้างขวางนั่งสบาย เบาะโซนนี้จะเป็นสีม่วงอ่อน ดูสบายตา เข้ากับสีองค์กร

อ่านข้อมูลเกี่ยวกับที่นั่ง Business Class ได้ที่นี่ครับ https://www.china-airlines.com/kr/en/fly/on-board/fleet/business-class

ถัดมาจะเป็นที่นั่งโซน Economy มีระยะ Pitch (ความกว้างระหว่างเบาะหน้า-เบาะหลัง) ประมาณ 31 นิ้ว และมีระยะ Width (ความกว้างที่นั่ง) 17 นิ้ว เบาะโซนนี้จะเป็นสีแดงและม่วงอมแดง การวางที่นั่งจะเป็น 3-3 มีประมาณ 150 ที่นั่ง แต่ละที่นั่งมีผ้าห่ม, หมอนและหูฟังพร้อม

สำหรับคนตัวใหญ่และอวบแบบเรา (สูง 176 ซม. น้ำหนัก…. อย่าไปรู้เลย) เรานั่งได้สบายๆ ไม่อึดอัด ไม่เบียด กลิ่นภายในห้องโดยสารสะอาด ไม่มีกลิ่นอับและไม่มีกลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ให้เสียอารมณ์

เครื่องแบบยูนิฟอรม์ใหม่ที่ประยุกต์กี่เพ้าให้ทันสมัย

ถัดจากเรื่องห้องโดยสาร สิ่งที่อยากพูดถึงคือเรื่องเครื่องแบบของสาวๆ China Airlines สักหน่อย เรารู้สึกสะดุดตาตั้งแต่พนักงานต้อนรับใน Dynasty Lounge แล้ว ว่าเฮ้ย! มันสวยสง่าดีจัง การเลือกใช้สี แบบชุด ดูลงตัวดี จะสาวอวบ สาวผอม ใส่แล้วก็ดูดี

เมื่อได้สอบถามข้อมูลเพิ่ม ก็พบว่า เครื่องแบบที่เห็นนี้เป็นชุดเครื่องแบบใหม่ล่าสุดของสายการบิน ออกแบบโดย William Chang เจ้าของรางวัล Golden Horse Award 11 รางวัล สาขาออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (OMG!! มิน่าถึงสวย) ชุดเครื่องแบบนี้ออกแบบโดยผสมสไตล์ของชุดกี่เพ้าดั้งเดิม เข้ากับสไตล์แฟชั่นสมัยใหม่ครับ อันนี้ขอปรบมือรัวๆ ชอบๆๆ

หลังจากเครื่องบินขึ้นไม่นาน แอร์ก็นำอาหารและเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ เรื่องบริการนั้นทำได้ดี กระฉับกระเฉง คล่องแคล่ว เราให้คะแนนแอร์สายการบินนี้ในเรื่องรอยยิ้ม การรับมือกับสถานการณ์ได้ดี ไม่ชักสีหน้า แอร์สายการบินนี้จะไม่ใช่สวยโฉบเฉี่ยว แต่จะเป็นความสวยที่ให้ความรู้สึกต้อนรับและเป็นมิตรครับ

อาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องขาไปไต้หวัน หน้าตาจะเป็นแบบนี้ครับ หลักๆ น่าจะมาจากครัวของสนามบินสุวรรณภูมิ รสชาติอาหารนั้นดีครับ เราสั่งไวน์แดงมาดื่มด้วย อย่างที่บอกว่าเสิร์ฟไม่อั้น ดังนั้นเราก็เลยจัดไปซะ 2-3 แก้ว

หลังมื้ออาหาร ไฟในห้องโดยสารจะหรี่ลงให้ผู้โดยสารได้พักสักงีบ ก่อนที่จะเดินทางถึงไต้หวันในอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนี้ ^_^

สายการบิน China Airlines ถือเป็นอีกหนึ่งสายการบิน Full Service ที่น่าคบหาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหากจะบินไปเที่ยวไต้หวัน เนื่องจากให้น้ำหนักกระเป๋าเยอะถึง 30 กิโลกรัม (น่าจะถูกใจนักชอปฯ), บินโดยเครื่องบินลำใหญ่ห้องโดยสารกว้างสบาย และที่สำคัญคือไม่ต้องลางานทั้งวัน เพราะไฟลท์บินออกช่วงเย็นครับผม

หากตั้งใจเลือกใช้บริการ Full Service ไปเที่ยวยังไต้หวัน เราขอฝาก China Airlines ไว้ให้พิจารณาครับ ไม่ผิดหวังแน่นอนนน!!!