ถ้าจะกล่าวถึง ประเทศโมร็อกโก (Morocco) เราว่านี่คือหนึ่งใน Bucket List ของใครหลายๆ คน แค่จินตนาการว่าเรากับแฟนกำลังขี่อูฐไปตามทะเลทรายสวย ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า นึกถึงความงามวิจิตรของสถาปัตยกรรมอาหรับ นึกถึงชีวิตพร่างพราวราวกับควีนในฮาเร็ม โอ๊ว!! นี่แหล่ะประสบการณ์พิเศษที่ใครๆ ก็อยากพบสักครั้งในชีวิต!!

บางคนอาจได้สัมผัสมาแล้ว แต่อีกหลายคนอาจยังไม่พร้อมจะไปถึง ไม่เป็นไร วันนี้เราจะชวนคุณไปกรุ่นกลิ่นโมร็อกโก (Morocco) กับรีสอร์ทสไตล์ Neo-Moroccan ริมชายหาดหัวหิน ที่ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa (มาราเกซ หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา) กันครับผม!!

สำหรับคนทำงานประจำ การได้ปลีกตัวมาพักผ่อนชาร์จพลังสัก 1-2 วัน เป็นเรื่องดี และหัวหินก็เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่ไม่ไกลเกินจะขับรถ เมืองตากอากาศชายทะเลแห่งนี้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวมาหลายสิบปีแล้ว นับวันก็ยิ่งมีที่พัก ที่เที่ยว รวมถึงร้านเก๋ๆ มากระตุ้นให้เราเปลี่ยนบรรยากาศอยู่เป็นประจำ

Marrakesh Hua Hin Resort & Spa ก็เป็นที่พักอีกแห่งนึงที่เราจะพาทุกคนมาสัมผัส บทความนี้จะบอกเล่าประสบการณ์การเข้าพักของเรากับยัยหมวย ตลอด 3 วัน 2 คืน ให้ทุกคนได้อ่านแบบตรงไป ตรงมา เราเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ให้เพื่อนๆ ได้รู้จักรีสอร์ทแห่งนี้มากขึ้นแน่นอน

 

มารู้จักกับ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa กันสักนิด

รีสอร์ทแห่งนี้ชื่อ Marrakesh ออกเสียงว่า “มาราเกช” เป็นชื่อตั้งตามชื่อเมืองท่องเที่ยวริมทะเลในประเทศโมร๊อกโก (Morocco) เมืองที่ได้ฉายาว่า “City of Red” หนึ่งในเมืองสีสันสดใส ที่สร้างจากดินสีแดง รีสอร์ทแห่งนี้จึงใช้เอกลักษณ์ดังกล่าวมาผสมผสานการออกแบบสไตล์ Neo-Moroccan เกิดเป็นโรงแรมที่ให้ทั้งความหรูหรา ทันสมัย สีสันสดใส และเต็มไปด้วยรายละเอียด

ใครที่ชอบงานดีเทลสไตล์อาหรับคงจะหลงรักที่นี่ได้ไม่ยากครับ ยิ่งถ้าเป็นคนชอบถ่ายภาพ (และชอบถูกถ่ายภาพ) ก็คงจะยิ่งว๊าวแน่นอน ที่นี่มุมถ่ายรูปเยอะไปหมด!!

แค่โถง Lobby ก็วิจิตรอลังการแล้ว

ที่ตั้งของรีสอร์ทนั้นอยู่ในโซนตัวเมืองหัวหิน ไม่ไกลจากเขาตะเกียบและตลาด Cicada ตั้งอยู่ระหว่างซอยหัวหิน 83/1 กับซอยหิวหิน 85 จะไปเที่ยวทานอาหารทะเลแถวเขาตะเกียบก็สบาย หรือจะไปเดินเล่นตลาดฉัตรชัยก็ไม่ไกลครับผม

ห้องพักสไตล์ Neo-Moroccan

พอบอกว่ารีสอร์ทนี้เป็นสไตล์ Neo-Moroccan ดีไซน์ของห้องเลยเปิดกว้างที่จะผสานเอกลักษณ์แบบอาหรับเข้ากับสไตล์ใหม่ๆ ได้เยอะไปหมด เราชอบความกล้าในการออกแบบ และชอบที่เค้าจับมาผสมความเป็นโมร็อกโกได้อย่างลงตัว อาคารที่พักที่ Marrakesh มี 3 โซน แต่ละโซนก็คนละตึก แต่ละตึกตั้งชื่อได้เข้าธีมทะเลทรายมากๆ เช่น

  1. อูฐ หมายถึง ตัวแทนการเดินทาง
  2. กระโจม หมายถึง ที่พักอาศัย
  3. ต้นปาล์ม หมายถึง ปลายทางของโอเอซิส

สำหรับห้องพักนั้นมีทั้งหมด 7 แบบ และมี 2 โทนสี ได้แก่สีแดงและสีน้ำเงิน ตามความเชื่อของชาวอาหรับในเรื่องแสงแดดและท้องทะเล

  1. ห้องจากุซซี่ สวีท
  2. ห้องจากุซซี่ สวีท พูลวิว
  3. ห้องแฟมิลี่ สวีท
  4. ห้องฟาวน์เทน พูล สวีท
  5. ห้องโอเชี่ยน ฟรอนท์ สวีท
  6. ห้องเซลเลสเทียล สวีท (จากุซซี่ในห้องนอน)
  7. ห้องเซลเลสเทียล สวีท (จากุซซี่ริมระเบียง)

ห้องพักของเราคือห้อง “โอเชี่ยนฟรอนท์ สวีท (Ocean Front Suite)” ซึ่งมีระเบียงมองเห็นวิวทะเล 180 องศา ภายในตกแต่งด้วย 3 สีหลัก ได้แก่ สีน้ำเงิน, สีฟ้าและสีขาว ใส่ลูกเล่นซุ้มประตู, โคมไฟแขวน และของตกแต่งสไตล์อาหรับให้ความรู้สึกโปร่ง สงบ สบาย แต่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายโมร็อกโก ในห้องมี Welcome Snacks และผลไม้ตามฤดูกาล

ห้อง Ocean Front Suite มีพื้นที่กว้างถึง 62 ตร.ม. มีจุดเด่น คือ

  1. เป็นห้องเพื่อการพักผ่อน ไม่มีโต๊ะทำงานในห้อง แต่มีอ่างจากุซซี่ไว้ให้นอนแช่สบายๆ พร้อม Bubble Bath ให้ตีฟองได้ฟูฟ่องสะใจ 3 ก้อน
  2. มีระเบียงกว้าง มองเห็นวิวทะเลได้แบบเต็มตา 180 องศา
  3. ห้องน้ำกว้างมาก แบ่งโซนเปียก โซนแห่งได้ดี ห้องสุขาและห้องอาบน้ำอยู่คนละฝั่งซ้ายขวา
  4. บริเวณอ่างล้างหน้าตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสส มีโคมไฟแขวนสไตล์อาหรับช่วยส่องสว่าง มีอ่างล้างหน้า 2 อ่าง เหมาะสำหรับคู่รักจริงๆ
  5. ผลิตภัณฑ์อาบน้ำใช้แบรนด์ Salvatore Ferragamo
  6. ในห้องนอนมีเตียงขนาด 6.5 ฟุต นอนหลับสบายมากๆๆๆ มีซุ้ม Day Bed ตกแต่งสไตล์อาหรับ ดูแล้วได้ฟีลเจ้าหญิงจัสมินดีแท้ๆ ^_^

พื้นที่ห้องกว้าง 62 ตร.ม. มีอ่างจากุซซี่ในห้อง ที่ระเบียงเห็นวิวทะเล

มีโซฟาอยู่ปลายเตียงไว้นอนอ่านหนังสือ

หรือจะนั่งจิบเครื่องดื่ม ทานขนม ชมวิว ก็ชิลล์มาก

วิวระเบียงพาโนรามา มองเห็นได้ 180 องศา

วิวสระว่ายน้ำและวิวทะเล แจ่มมาก

Day Bed สไตล์อาหรับในห้องนอน เอาไว้นั่งชิลล์ก็ดี ไว้เป็นมุมถ่ายรูปก็เก๋

ภายในห้องน้ำทาผนังสีน้ำเงิน มีการแบ่งโซนแห้ง โซนเปียกไว้คนละด้าน

โคมตกแต่งสไตล์อาหรับ ช่วยสร้างบรรยากาศแบบ Moroccan

อ่างจากกุซซี่จะอยู่ริมด้านในของห้อง อ่างกว้างนั่งได้ 2 คนสบายๆ

ในห้องมี Bubble Bath ให้ 3 ก้อน 3 กลิ่น

แค่ได้แช่น้ำ อาบฟองสบู่ ก็ผ่อนคลายสุดๆ เลยค่า

ในข้อดีก็มีบางสิ่งต้องปรับปรุง สำหรับห้อง Ocean Front Suite สิ่งที่ควรปรับปรุง คือ

  1. บริเวณจากุซซี่ในห้องนอนนั้นเลอะง่ายเกินไป ควรกั้นขอบไม่ให้น้ำเลอะพื้นที่อื่นในห้องนอน
  2. การจัดวางตำแหน่งก๊อกน้ำอุ่น-น้ำเย็นบริเวณอ่างล้างหน้าไม่ลงตัว ทำให้ใช้ยาก
  3. ช่วงกลางวันแอร์ในห้องสู้อากาศร้อนข้างนอกไม่ไหว ช่วงกลางวันแนะนำให้เปิดหน้าต่างรับลมแทน
  4. ช่วงที่เราเข้าพัก Wi-Fi ในห้องสัญญาณไม่ดี

 

ห้องอาหาร AL HAMRA (อัล ฮัมรา)

ชื่อห้องอาหาร “AL HAMRA (อัล ฮัมรา)” มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า “มาราเกช” ซึ่งแปลว่า “เมืองสีแดง” เป็นห้องอาหารหลักของรีสอร์ท จุดเด่นคือการใช้กระเบื้องเขียนมือสีสันสดใสตกแต่งไว้บนเพดาน การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ก็ทำได้ดี มีการใช้เบาะนั่งคล้ายโซฟามาให้ลูกค้านั่ง เน้นให้นั่งแฮงค์เอาท์กันได้นาน นั่งสบาย เหมาะแก่การพักผ่อน

อาหารที่นี่จะเป็นแบบนานาชาติ มีให้เลือกหลากหลายทั้งตะวันออกและตะวันตก ถ้าชอบอาหารทะเลเค้าก็มีซีฟู้ดสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนไว้เสิร์ฟ แต่ที่โดดเด่นที่สุดก็ได้แก่อาหารสไตล์โมร็อกโกที่เค้าว่าอร่อยและหาทานยากที่สุดในหัวหิน!! เราเลยจัดเมนูเด็ดๆ มาลอง 3 จานครับ

  1. Couscous Salad : สลัดสไตล์โมร็อกโก พร้อมน้ำส้มบาซามิค ผักที่ใส่มีมะเขือยาว ผักร็อคเก็ต อะโวคาโด มะเชือเทศ โรยหน้าด้วยคูสคูส รสชาตินวลๆ ไม่ฉูดฉาด ให้ Texture ในการเคี้ยวที่แปลกใหม่ นุ่มหนึบ อร่อยดีครับ
  2. Moroccan Chicken Tagine with Butter Couscous : ไก่ตุ๋นสไตล์โมร็อกโก (Tagine อ่านว่า “ทาจีน” หมายถึงการตุ๋น) เสิร์ฟพร้อมคูสคูสคลุกเนย จานนี้รสชาติคล้ายแกงมัสมั่น ติดหวานนิดๆ ไก่ตุ๋นมากำลังดี ไม่เหนียว ไม่เละ เมื่อทานคู่กับคูสคูสยิ่งเข้ากันดี
  3. Al Bahr Pizza : พิซซ่ากะเพราทะเล รวมมิตรกันมาเต็มที่ ทั้งกุ้ง หอย ปลาหมึก ปลา ตัวแป้งพิซซ่านั้นกรอบบางกำลังดี รสชาติเข้มข้น เค็มนิดๆ มีเผ็ดปลายลิ้น เราว่าฝรั่งน่าจะชอบเลยล่ะ

หมายเหตุ : Couscous (คูสคูส) คือเมล็ดธัญพืชที่ได้จาก Crushed Durum Wheat หรือข้าวสาลีที่หักเป็นเม็ดเล็กๆ สีน้ำตาลอ่อน (จำพวกเดียวกับเส้นพาสต้า) ทำให้สุกด้วยการหุงต้มหรือแช่น้ำเดือดสัก 10-15 นาที คูสคูสก็จะพองตัวและนำมาปรุงอาหารได้ นิยมทานในแถบแอฟริกาเหนือ เช่น โมร็อกโก, แอลจีเรีย, ตูนิเซีย เป็นต้น เนื้อสัมผัสจะคล้ายๆ ขนมขี้หนู

Couscous Salad

Moroccan Chicken Tagine with Butter Couscous

Al Bahr Pizza

นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มสูตรพิเศษสไตล์ Moroccan ให้ลิ้มลองอีกหลายอย่างเลยครับ หลักๆ จะเน้นการผสมสมุนไพรต่างๆ ลงในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บอกเลยว่ารสชาติดีแทบทุกตัว!!

แก้วนี่ชื่อ Prince of Persia

แก้วนี่ชื่อ Al Bahr Bliss

มุมอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์

สำหรับอาหารเช้าที่ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa นั้นเป็นแบบบุฟเฟ่ต์นานาชาติ มีเมนูให้เลือกค่อนข้างเยอะ มีกาแฟสดไว้บริการด้วย อาหารโดยรวมรสชาติดี แต่ที่เด่นสุดเห็นจะเป็นมุม Bakery ที่มีขนมปังอบให้เลือกเยอะ ครัวซองค์ก็ใช้ได้ นอกจากนี้ก็มีไข่กระทะ มีออมเล็ท ไข่ดาว อีกหนึ่งเมนูแนะนำสำหรับอาหารเช้าก็ปาท่องโก๋นี่ละครับ รสชาติดีห้ามพลาด!!

ชอบทานข้าวต้ม ต้องแวะมุมนี้

หรือถ้าชอบสไตล์จานร้อนก็ต้องมุมนี้

ครัวซองต์อร่อยครับ กรอบนอก นุ่มใน หอมฉุย

มุมปาท่องโก๋นี่ห้ามพลาด!!

อย่าไปกลัวอ้วน หยิบเยอะๆ

ถ้าชอบ Bakery ที่นี่เค้าจัดเต็ม

มีทั้งไข่กระทะ วาฟเฟิล และแพนเค้ก

สถานีไข่

เติมพลังด้วยมื้อเช้า

 

AL BAHR Beach Bar

คำว่า AL BAHR (อัล บาห์) นั้นแปลว่า “สรวงสวรรค์” ด้วยพื้นที่รีสอร์ทที่อยู่ติดชายหาดหัวหิน ทางรีสอร์ทจึงวางเลย์เอาท์ให้มี Beach Bar สนามหญ้า และ Bean Bag ไว้นั่งชิลล์รับลมทะเล ยิ่งช่วงเย็นๆ ยิ่งฟิน เพราะจะได้นั่งชมวิวหาดหัวหินกันแบบ Panorama เลยทีเดียว

AL BAHR Beach Bar ให้บริการทั้งอาหารจานหลัก อาหารว่าง กับแกล้ม รวมถึงเครื่องดื่มทั้งมีและไม่มีแอลกอฮอลล์ จุดเด่นของ Beach Bar นี้นอกจากจะชิลล์และวิวดีแล้ว เครื่องดื่ม Cocktail ของเค้าจะเป็นสูตรผสมพิเศษที่ได้แรงบัลดาลใจจากวัฒนธรรมทะเลทราย

ไม่ว่าจะเป็น Arabian Night, Marrakesh Dream, Prince of Persia, Mystic Lunar, Magic Carpet, Eye of the Tiger, If Tah Ya Sim Sim, Dessert Storm, Al Bahr Bliss และ Djinn ซึ่งเราได้ลองสั่งมาชิม 2 แก้ว ได้แก่

  1. Mystic Lunar : Cocktail ผสมจิน, Ginger Ale, Lime, เครนเบอร์รี่, อัญชัน มีความมิติลึกลับ มี texture ที่แปลก ไม่คุ้นเคย แต่ดีงามมาก รสออกหวาน แอลกฮอล์ไม่แรง สาวๆ ดื่มได้สบายจ้า
  2. Arabian Night : Cocktail ผสมรัม, น้ำแอปเปิ้ล, มะนาว, ส้ม มีกลิ่นหอมชามิ้นท์และอบเชย รสชาติมีมิติดีมาก ดื่มแล้วสดชื่น เหมือนน้ำสมุนไพร ไม่มีแต่กลิ่นเหล้า

แก้วนี้ Arabian Night เวลาดื่มต้องดื่มจากปลายที่จับแก้ว เก๋มากๆ

แก้วนี้ Mystic Lunar ทรงแก้วจะกลมๆ เหมือนพระจันทร์ สีสันสวย รสอร่อย

นอกจากเมนูสไตล์โมร็อกโกแล้ว อาหารทะเลของที่ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa ก็อร่อย สดใหม่ ไม่ใช่เล่นครับ เราสั่งมาลองทาน 4 เมนูด้วยกัน ได้แก่

  1. ปลานึ่งมะนาว : ปรุงมาดีแบบครบรส เนื้อปลาสดหวาน ไม่มีกลิ่นคาว

  2. กุ้งกระเบื้อง : กุ้งเนื้อแน่นสด ผัดหอม หวานนิดๆ เผ็ดหน่อยๆ

  3. Hokkaido Scallop : ชื่อเมนูเหมือนจะญี่ปุ่น แต่จริงๆ แล้วมันคือ “พล่าหอยเชลล์” รสชาตินั้นจัดจ้านแต่ไม่เผ็ดมาก หอยเชลล์สด เนื้อแน่น ดีครับ

  4. ข้าวผัดหัวหิน : เมนูนี้ควรสั่งมาก เพราะจัดเต็มไปด้วยกุ้ง ปลาหมึก หอยตัวโตๆ ความสดนั้นหายห่วง แต่ฝีมือการผัดนั้นจัดจ้าน อร่อยมากครับ

ปลานึ่งมะนาว

กุ้งกระเบื้อง

Hokkaido Scallop

ข้าวผัดหัวหิน

 

Infinity Swimming Pool

อีกหนึ่งไฮไลท์ของรีสอร์ทแห่งนี้ คือ Infinity Pool นี้ครับ สระว่ายน้ำทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ทอดตัวยาวสู่ชายหาดหัวหิน ร่มรื่นด้วยต้นปาล์มที่ปลูกไว้สองข้างสระ ประดับด้วยโคมไฟตั้งพื้นแบบโมร็อกโก  ในสระเลือกใช้เซรามิกสีน้ำเงินเข้มสลับอ่อนตัดกับสีส้มแดงของตัวโรงแรมเป็นอย่างดี

ใครชอบว่ายน้ำยามเช้าตรู่หรือชมแสงดาวยามค่ำคืน ที่นี่ตอบโจทย์ครับ เพราะเค้าเปิดกันตั้งแต่เวลา 7.00 – 24.00 น. เลยทีเดียว

 

Afternoon Tea & Workshop

ภายในรีสอร์ทมี Facilities และกิจกรรมหลายอย่างให้เลือกทำ อาทิ การทำสปาสไตล์โมร็อกโก, คลาสทำอาหาร-ขนม, คลาสฟรีโยคะ แต่ช่วงบ่ายๆ วันหยุด เรากับยัยหมวยเลือกมานั่งชิลล์ๆ จิบชา Afternoon Tea กับทำ Handmade ศิลปะแบบ Moroccan กันครับ จะเรียกว่ากิจกรรมเพื่อเน้นถ่ายรูปก็ว่าได้ 5555

Set Afternoon Tea ของที่ Marrakesh นี้จะเสิร์ฟเป็นชามิ้นท์สไตล์โมร็อกโก พร้อมเบเกอรี่และของว่างตกแต่งเก๋กู๊ด ได้อารมณ์อาหรับริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมากๆ โดยมีเซ็ตให้เลือก 2 แบบครับ

ชุดเล็กราคา 420 บาท++ ประกอบด้วย

  • บิสกิตหอมเนยอ่อนๆ ดิ๊ปกับซอสราสเบอร์รี่และวิปครีม หอม อร่อยดีมาก
  • Fruit skewers : ผลไม้สด กีวี สตรอว์เบอร์รี่ มะม่วง
  • เกี๊ยวผักขม : แป้งบาง กรอบ ไม่เละ ไส้ผักขมไม่อมน้ำมัน อันนี้ถูกใจ
  • Chocolate Shell : ช็อกโกแลตทำมาเป็นรูปเปลือกหอย มีมูสเค้กช็อกโกแลตสอดไส้ราสเบอร์รี่ หวานน้อย เป็นเมนูที่ครีเอทได้กู๊ดมาก รสชาติเข้ากันดี

ชุดใหญ่ราคา 1,200 บาท++ แบ่งเป็น 3 ชั้น ประกอบด้วย

ชั้นบนสุด

  • ค็อกเทลกุ้ง : ความสดดี เนื้อกุ้งแน่นๆ
  • ครัวซองค์แฮม : ครัวซองค์แป้งดี แต่แฮมออกเค็มๆ ไปหน่อย
  • ถุงทองกรอบ : หอมอร่อยพร้อมน้ำจิ้มไม่หวาน รสกำลังดี

ชั้นกลาง

  • นูกั๊ต ราสเบอร์รี่
  • Fruit tart ผลไม้สด : มีสตอร์เบอร์รี่, แก้วมังกร, กีวี่, มะม่วง แป้งทาร์ตกรอบดี ครีมด้านบนไม่ได้เด่นเกินรสผลไม้
  • Passionfruit créme brûlée : เปรี้ยวหวานกำลังดี ครีมไม่หนักไป
  • เค้กมะพร้าว : เนื้อสปอนจ์ หอมนุ่ม มีเนื้อมะพร้าวอ่อนสอดไส้ตรงกลาง
  • พาโรว่าเมอร์แรง : เมอร์แรงท็อปปิ้งด้วยแก้วมังกร สตอร์เบอร์รี่ กีวี่ เคี้ยวสนุกดี อร่อย
  • Panna Cotta : รสราสเบอร์รี่ มีความครีมมี่ อร่อยดี

ชั้นล่าง

  • ซอลฟ์คุกกี้
  • ช็อกโกแลตเชลล์ 2 อัน รสวนิลลากับราสเบอร์รี่
  • เค้กราสเบอร์รี่ท็อปปิ้งด้วยมาการอง เค้กนุ่มออกเปรี้ยวนำ ไม่เลี่ยน
  • สโคนเนื้อแน่น กัดแล้วไม่แห้งป่น

 

 

สำหรับงานศิลปะ Handmade ที่ยัยหมวยเลือกทำก็จะเป็นการเพนท์ผ้าเช็ดหน้าเป็นลายบาติกครับ ใช้เวลาทำประมาณ 1 – 1.30 ชม. โดยมีพนักงานคอยแนะนำการลงสี การผสมสี พอเสร็จแล้วเราก็ได้ผลงานผ้าเช็ดหน้าลายบาติกกลับบ้านได้เลยจ้า ราคาแค่ 250 บาทเท่านั้นเอง คุ้มมากๆ

 

Marrakesh Hua Hin Resort & Spa เหมาะกับใคร

ตลอดเวลา 3 วัน 2 คืน ที่เราสองคนเขาพักที่ Marrakesh Huahin Resort & Spa เราว่าที่นี่เป็นรีสอร์ทที่มีสไตล์ของตัวเองชัดเจน มีมุมถ่ายภาพเยอะมาก ตอบโจทย์คนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์สไตล์โมร๊อกโก พรั่งพร้อมด้วยบริการและอาหารที่ผ่านการคัดเลือกมาเป็นอย่างดี ในราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ได้แพงจนเกินไปครับ

ในฐานะคนทำงาน เราขอบอกว่าที่นี่เหมาะแก่การมาพักผ่อนอย่างแท้จริง ไม่มีโต๊ะทำงาน ไม่มีเรื่องเครียด ให้คุณได้ใช้เวลาในการชาร์จพลังได้อย่างเต็มที่ เพื่อกลับไปสู้งานต่อครับผม

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Marrakesh Hua Hin Resort & Spa (มาราเกช หัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา)

โทร. 032 616 777
Website : www.marrakeshresortandspa.com
Facebook :  https://www.facebook.com/marrakeshresortandspa/