ย้อนเวลากลับไปสัก 20-30 ปีก่อน เมื่อเอ่ยชื่อ The Regent Cha Am Beach Resort เราจะนึกถึงเพชรเม็ดงามริมหาดชะอำ-หัวหิน ในยุคนั้นบ้านเรามี Beach Resort อยู่เพียงไม่กี่แห่งที่จะมีเนื้อที่กว้างขวาง และได้ครอบครองพื้นที่ริมหาดสวยๆ เส้นชะอำ-หัวหิน ได้แบบนี้

วันเวลาหมุนมาจนปัจจุบัน หลายรีสอร์ทในยุคนั้น ค่อยๆ เสื่อมความนิยมไป แต่ความที่เป็นเมืองตากอากาศยอดนิยม ชะอำ-หัวหิน จึงมีโรงแรมใหม่ๆ รีสอร์ทใหม่ๆ เปิดให้บริการขึ้นมาแทนที่อย่างมากมาย จนเราเข้าพักแทบไม่ทัน!! แต่The Regent Cha Am Beach Resort ยังคงเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ที่เดิมเสมอ

เราเดินทางมาเที่ยวพักผ่อน ชะอำ-หัวหิน นับครั้งไม่ถ้วน  (บ้านแม่เราอยู่ชะอำ 5555) รีวิวที่พักโซนนี้มาก็เยอะ เราได้รู้มาว่า The Regent Cha Am Beach Resort เค้าปรับปรุงโฉมโรงแรมครั้งใหญ่ เราเลยหาโอกาสเข้ามาเยี่ยม และตั้งใจมาล้วงความลับว่าทำไม Beach Resort แห่งนี้ถึงอยู่ยืนยงมาได้กว่า 36 ปี!!

แต่ก่อนจะถึงตรงนั้น เราอยากรู้ว่า ถ้าคิดจะเข้าพัก Beach Resort สักแห่ง อะไรคือสิ่งที่คุณนึกถึงเป็นอันดับแรก

  • วิว
  • ราคา
  • ความคุ้มค่า
  • การบริการ
  • ความสะดวกสบาย
  • ชื่อเสียง
  • ดีไซน์
  • ความเก่า-ใหม่

ให้เวลาคิด 5 วินาที ติ๊กต่อ ติ๊กต่อก….

ถ้าความเก่า-ใหม่ คือปัจจัยในการเลือกที่พัก โปรดข้ามรีวิวนี้ไปครับ เรามีรีวิวที่พักใหม่ๆ ให้คุณอ่าน ที่นี่
แต่ถ้า… การบริการ, ความคุ้มค่า, วิว, ความสะดวกสบาย คือ ปัจจัยที่คุณใช้เลือกที่พัก มาครับ!! ไปไขปริศนากัน ว่าอะไรที่ทำให้ Regent Cha Am หรือ The Regent Cha Am Beach Resort ยังคงเป็น “ตัวเลือกที่ใช่” มาตราบจนทุกวันนี้!!

 

 

ทำความรู้จักกับ The Regent Cha Am Beach Resort กันสักนิด

นี่คือ Beach Resort ขนาดใหญ่ แสนร่มรื่น เนื้อที่กว่า 50 ไร่ กับห้องพักจำนวน 442 ห้อง (ในหลายตึก หลายโซน) สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 2 สระ พรั่งพร้อมด้วยห้องประชุม-สัมมนามากถึง 19 ห้อง มีห้องฟิตเนส, สปา, เรือนนวดไทยริมชายหาด, Kids Club, Breezy Bar รวมถึงห้องอาหารอีก 2-3 แห่ง

เห็นได้ชัดเจนว่า The Regent Cha Am Beach Resort แห่งนี้ สร้างมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ ทุกเพศ, ทุกวัย, ไม่ว่าจะมาเป็นครอบครัว, เพื่อนฝูง, คู่รัก, กลุ่มสัมมนา ทั้งชายไทยและต่างประเทศ

การจะบริหารจัดการโรงแรมขนาดใหญ่แบบนี้ให้อยู่มือได้ นอกจากสถานที่จะต้องพร้อมแล้ว ก็ต้องมีทีมที่แกร่ง, มีระบบที่รัดกุม, มีบุคคลากรที่ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดี รวมถึงมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย

โรงแรมที่เปิดดำเนินงานได้นานกว่า 36 ปี ถ้าของเค้าไม่ดีจริง ชื่อเสียงของ The Regent Cha Am Beach Resort คงไม่ยาวนานจนทุกวันนี้!!

 

ประสบการณ์การเข้าพัก

การมาเข้าพัก The Regent Cha Am Beach Resort ครั้งนี้ เราใช้เวลา 3 วัน 2 คืน ทั้งเพื่อมารีวิวแล้วก็พักผ่อนไปในตัว รอบนี้ไม่รีบ เดี๋ยวเราจะค่อยๆ สัมผัสตัวตนของรีสอร์ทสุดเก๋าแห่งนี้กันตั้งแต่หน้าประตูเลยครับ

การเดินทาง : ตัวรีสอร์ทนี้จะอยู่ก่อนถึง พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ถ้าขับมามองเห็น “ไทวัสดุ สาขาชะอำ” เมื่อไหร่ ก็ให้ชิดซ้าย แล้วเลี้ยวเข้ามาได้เลย เมื่อขับตรงเข้ามาด้านในสุด ก็จะมาถึงรีสอร์ท พอรับบัตรจอดรถจาก รปภ. ก็ให้ขับขึ้นทางลาด เพื่อ drop กระเป๋า เตรียม check-in ได้เลย

ระหว่างรอ Check-in พนักงานจะเอา Welcome Drink มาเสิร์ฟให้ ลองชิมดูน่าจะเป็น Blue Soda นะ รสไม่หวานมาก แต่ซ่าชื่นใจ บริเวณ Lobby ของ The Regent Cha Am Beach Resort นั้นเป็นตัวอาคารที่เชื่อมไปยังส่วนต่างๆ ของโรงแรม ออกมาแบบให้โปร่ง เปิดรับแสงและลมธรรมชาติ

การตกแต่งเน้นสีขาว, น้ำตาล มีการใช้งานไม้และหวายสานมาตกแต่ง มี Sofa Bed และเก้าอี้หวายวางไว้หลายตัว เพื่อรองรับลูกค้าระหว่างรอเช็คอิน บนเพดานมีโคมไฟในตะกร้าสานห้อยระย้าลงมา ดูสวยแปลกตาดี

ถ้าใครจะถ่ายรูปเราแนะนำให้มาถ่ายช่วงพลบค่ำจะสวยกว่าช่วงกลางวันนะ เพราะคนน้อยและแสงสวยกว่า

Reception Counter ของโรงแรมนั้นมี 3-4 counter เพื่อรองรับกรณีแขกเช็คอินครั้งละมากๆ เราเข้าเช็คอินช่วงวันศุกร์บ่าย (พร้อมๆ คณะสัมมนา) จับเวลาดู ก็รอไม่นาน ความรวดเร็ว ลื่นไหล ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว

เมื่อ Check-in แล้ว เราจะได้ Keycard พร้อมรหัส Wi-Fi มาด้วย (เขียนอยู่บนซอง Keycard) เจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อมูลเบื้องต้น เช่น เวลาอาหารเช้า ห้องอาหารเช้าของแขกที่มาพักทั่วไปจะเป็นห้อง Sakuna (สกุณา) ซึ่งอยู่ตรงทางจาก Lobby มุ่งสู่สระว่ายน้ำ (ถ้ามาเป็นหมู่คณะ จะไปทานอาหารเช้าอีกที่นึง)

สำหรับห้องที่เราเข้าพักรอบนี้จะเป็นห้อง Regency Sea View ซึ่งอยู่ที่อาคาร 5 หลังจาก Check-in แล้ว ก็จะมีพนักงานพาเราไปส่งยังห้องพัก (พร้อมๆ กับพนักงานขนกระเป๋า) บอกเลยว่าห้องพักเราไกล 555555 เพราะอยู่โซน Regency Wing ใครมาพักที่นี่ ต้องขยันเดินนิดนึงนะ รีสอร์ทเค้าใหญ่

จนถึงตอนนี้ เราสัมผัสได้ถึงความจริงใจ ใส่ใจ ของพนักงานได้อย่างดี เริ่มตั้งแต่ รปภ., เจ้าหน้าที่รับกระเป๋า, พนักงาน Reception มาจนถึงเจ้าหน้าที่ที่พาเรามาห้องพัก ทุกคนได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี การแสดงออกนั้นสัมผัสได้ถึงความจริงใจ จากแววตาเลยทีเดียวล่ะ

 

ห้องพัก Renovate ใหม่ โซน Regency Wing

สำหรับโซนห้องพักของ The Regent Cha Am Beach Resort จะแบ่งออกเป็น Main Wing (ซึ่งจะอยู่ใกล้กับโซน Lobby), Regency Wing จะเป็นโซนที่อยู่ด้านใน (ถ้าหันหน้าออกทะเล โซนนี้จะอยู่ทางขวาสุด ซึ่งมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า Main Wing) และ Villa ซึ่งจะเป็นบ้านพักทั้งหลัง

สำหรับโรงแรมที่เปิดให้บริการมานานขนาดนี้ การหมั่นซ่อมบำรุงและ Renovate (บูรณะ) ห้องพักใหม่ เป็นสิ่งที่ The Regent Cha Am Beach Resort นั่นให้ความสำคัญเสมอครับ ห้องพักแต่ละห้อง แต่ละโซน จะได้รับการดูแลและปรับโฉมให้ร่วมสมัย เพื่อให้ถูกจริตกับแขกที่มาพักในแต่ละช่วงเวลา

อย่างโซน Main Wing ก็ได้รับการ Renovate เรียบร้อยไปแล้ว ล่าสุดห้องพักโซน Regency Wing ก็เพิ่งได้รับการ Renovate ใหม่ ไปเมื่อต้นปี 2561 การมาพักรอบนี้ เราเลยเลือกมาดูห้องพักโฉมใหม่ของโซน Regency Wing ด้วยเลย!!

ที่ตึก Regency Wing เราสามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกได้ด้วยนะ

ห้อง Regency Sea View

ห้องพักของเราอยู่ที่ชั้น 6 ของตึก Regency Wing ชื่อห้อง Regency Sea View จุดเด่นก็ตามชื่อเลยครับ สามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำ และวิวทะเลของหาดชะอำ-หิวหิน ได้จากระเบียงห้องเลย!!!

ภายในตกแต่งเน้นโทนขาว, น้ำเงิน ให้ฟีล Navy Blue ส่วนเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งจะเป็นอารมณ์ Polo Club มีกลิ่นอายความเป็นอังกฤษผสมเอเชียนิดๆ พื้นที่ใช้สอยในห้องกว้างมาก!!! แบ่งพื้นที่ให้กับห้องน้ำ, โซนตู้เสื้อผ้า-โต๊ะเครื่องแป้ง, ห้องนอน และระเบียง เหมาะสำหรับคู่รักหรือครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง!!

วิวยามเช้าจากระเบียงห้องเรา

มาดูรายละเอียดในห้องกันครับ

  • พื้นที่ใช้สอยกว้างมากถึง 42 ตร.ม.
  • ภายในห้องมี Sofa Bed สำหรับไว้นั่งเล่น อ่านหนังสือ ชมวิวทะเล
  • มีระเบียงส่วนตัวพร้อมชุดโต๊ะเก้าอี้ และมีราวตากผ้าให้ด้วย
  • มีหมอนให้เลือกทั้งแบบ Soft และ Firm ใครชอบหมอนนุ่มหมอนแข็งจะได้ไม่งอแงนะ
  • สิ่งอำนวยความสะดวกมีครับครัน ทั้ง LED TV, ตู้เย็น, กาต้มน้ำร้อน, ชา-กาแฟ, ตู้เซฟ, รองเท้าผ้า, ชุดคลุม, ไดร์เป่าผม
  • ส่วนที่ถูกใจคุณผู้หญิง คงจะเป็นชุดโต๊ะเครื่องแป้งสไตล์อังกฤษ กับตู้เสื้อผ้าบานสไลด์ ที่เปิดได้จาก 2 ฝั่ง (เปิดตู้ปุ๊บ ไฟเปิดอัตโนมัติ)
  • ห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำและฝักบัวแยกกัน พื้นที่กว้าง ไม่อึดอัด

ภายในห้องน้ำมีพื้นที่กว้าง ไม่อึดอัด มีอ่างอาบน้ำและตู้กระจกสำหรับอาบฝักบัวแยกกัน มีแผ่นยางกันลื่นวางไว้ให้ เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า โถสุขภัณฑ์นั่งสบาย คนตัวใหญ่อย่างเราก็นั่งได้สบายๆ มีผ้าเช็ดตัว ผ้าขนหนูให้ ส่วน Amenities ก็มีให้ครบๆ เช่นกัน

หมายเหตุ : มีน้ำเปล่าให้ฟรีวันละ 2 ขวด แต่ในตู้เย็นจะไม่มี Minibar ให้นะครับ เนื่องจากเค้าสำรวจมาแล้วว่าแขกที่มาพัก ชอบซื้อเครื่องดื่มจากข้างนอกเข้ามาทานมากกว่า แต่ถ้าดึกๆ ใครหิว อยากซื้ออะไรทาน ก็แวะไปที่ Mini Mart ของโรงแรมก็ได้ ราคาเฉลี่ยแล้วไม่แพงนะ

 

ห้องพัก Regency Family Bunk Beds

เป็นอีกห้องนึงที่ได้รับการ Renovate ใหม่เรียบร้อยแล้ว ชื่อห้องก็บอกตรงตัว ว่าเป็นห้องสำหรับครอบครัว ที่มี Bunk Beds (เตียง 2 ชั้น) ด้วย 5555 บอกเลยว่าถูกใจเด็กๆ แน่นอน (เรายังชอบเลย)

ภายในห้องตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เน้นโทนสีขาว, เทา, น้ำเงิน, น้ำตาล ให้ความรู้สึกอบอุ่น มีพื้นที่ใช้สอยเยอะพอๆ กับ Regency Sea View แต่ห้องน้ำจะเล็กกว่า โดยเอาพื้นที่มาเพิ่มให้กับการใช้สอยในห้องแทน ภายในห้องมีเตียง King Size 1 เตียงสำหรับผู้ใหญ่ และเตียง 2 ชั้น 1 ชุดสำหรับเด็กๆ

นอกจากนี้ยังมีระเบียงส่วนตัวที่เชื่อมออกไปยังสวนและสระว่ายน้ำของ Regency Wing ได้ทันที!!

มาดูรายละเอียดในห้องกันครับ

  • พื้นที่ใช้สอยกว้างมากถึง 42 ตร.ม.
  • ภายในห้องมีเตียง 2 ชั้น ชั้นบนเป็นที่นอน ชั้นล่างเป็นได้ทั้ง Day Bed และที่นอน
  • มีระเบียงส่วนตัวพร้อมชุดโต๊ะเก้าอี้ มีราวตากผ้าให้และมีแผ่นโฟมกันกระแทกปูไว้ตรงระเบียงด้วย
  • มีหมอนให้เลือกทั้งแบบ Soft และ Firm ใครชอบหมอนนุ่มหมอนแข็งจะได้ไม่งอแงนะ
  • สิ่งอำนวยความสะดวกมีครับครัน ทั้ง LED TV, ตู้เย็น, กาต้มน้ำร้อน, ชา-กาแฟ, ตู้เซฟ, รองเท้าผ้า, ชุดคลุม, ไดร์เป่าผม
  • ในห้องมีถุงผ้าพร้อมผ้าเช็ดตัว มีห่วงยาง และชุดที่ตักทราย พร้อมสำหรับเด็กๆ ไปเล่นน้ำสระ ไปนั่งเล่นที่ชายหาดได้เลย
  • ห้องน้ำตกแต่งดูชิคๆ มีแก้วน้ำและแปรงสีฟันเด็กสีสันสดใส พร้อมยาสีฟันโคโดโมะ เตรียมไว้ให้ด้วยนะ

ส่วนตัวเราให้คะแนนความใส่ใจกับห้องพัก Regency Family Bunk Beds มากนะ ทั้งการเตรียมของไว้ให้เด็กๆ การตกแต่งห้อง ความใส่ใจด้านความปลอดภัย ทั้งหมดนี้เป็นผลจากประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจโรงแรมอย่างใส่ใจมายาวนานครับ

 

บรรยากาศโซน Regency Wing

อย่างที่บอกไปแล้วว่าโซน Regency Wing นั้นมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า Main Wing ช่วงเช้าๆ ประมาณ 6:30-8:00 น. จะเป็นช่วงเวลาทอง เพราะเราจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นจากหน้าหาดเลย เราเลยลงไปเดินเล่นเก็บภาพ Regency Wing มาฝากทุกคนครับ โซนนี้ต้นไม้เยอะ ร่มรื่น เด่นที่สุดคงไม่พ้นต้นลีลาวดีและต้นมะพร้าวครับ

 

ร้าน Peppina on the Beach (อาหารอิตาเลี่ยน และพิซซ่าสไตล์ Neapolitan) 

อีกหนึ่งไฮไลท์ภายในโรงแรม The Regent Cha Am Beach Resort นี้ก็คือร้านอาหารอิตาเลี่ยนริมทะเล ที่ชื่อ Peppina on the Beach (ร้านนี้ต่อให้ไม่ได้พักในโรงแรมก็เข้ามาทานได้นะ) ร้านนี้ขายอาหารอิตาเลี่ยนสไตล์เมืองเนเปิลส์ ที่นอกจากรสชาติจะถูกปากแล้ว ร้านยังตกแต่งได้ฟีลเมดิเตอร์เรเนี่ยนด้วย!!

แม้หน้าหาดชะอำจะไม่ได้หันไปทางทิศตะวันตก แต่การประดับไฟรวมถึงการตกแต่งของร้าน Peppina on the Beach ก็ช่วยสร้างมู๊ดหวานๆ ให้กับมื้อเย็นของเราได้ดีทีเดียว แม้ตัวร้านจะเป็นแบบเปิดโล่ง Open Air แต่ทางร้านก็แบ่งโซน Indoor – Outdoor ไว้ให้กับแขกด้วย

ส่วนตัวเราชอบมุมเก้าอี้ที่หันหน้าออกไปทางชายหาด ให้ความรู้สึกส่วนตัวดีจัง จุดเด่นของ Peppina on the Beach ไม่ได้อยู่ที่การตกแต่งร้านเท่านั้น แต่รวมไปถึงอาหารอิตาเลี่ยนสไตล์เมืองเนเปิลส์ (Neapolitan) ที่จะต่างจากพิซซ่าปกติที่เราทานกัน

พิซซ่าแบบ Neapolitan นั้นแป้งจะเบาแต่เหนียวนุ่ม มีความกรอบเล็กๆ เน้นใส่ชีส มะเขือเทศและใบโหระพา ความอร่อยของร้าน Peppina on the Beach การันตีได้จากรางวัล A.V.P.N (Associazione Verace Pizza Napoletana) ที่รักษาคุณภาพ Pizza Napoletana ได้ตามมาตรฐานของอิตาลี

หน้าพิซซ่ามีให้เลือกกว่าสิบชนิด รวมถึงเมนูพิเศษตาม season หรือจาน Signature เช่น cold cut platter, พาสต้าล๊อปสเตอร์ และซี่โครงหมูย่าง เลือกที่จะทานคู่กับเบียร์สดนำเข้าจากอิตาลีอย่าง Peroni หรือจะทานคู่ไวน์ชั้นนำก็ได้

ช่วงนี้เค้าจัดโปรโมชั่น Peppina Happy Set Menu ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มี.ค. 62 ให้คุณเลือกทาน Best Seller เมนูได้ 4 เซ็ท โดยแต่ละเซ็ทจะได้อาหาร 2 จาน และ Soft Drink 2 ที่ (จะเลือกเป็นน้ำอัดลม, น้ำเปล่า หรือโซดา ก็ได้) เราลองคำนวณดู สั่งเป็นเซ็ตคุ้มกว่านะ 55555

สำหรับ Best Seller Set ที่เราเลือกมาลองทาน จะเป็น Set 3 นะครับ 799 บาท ประกอบด้วย

  1. Grilled Baby Chicken with smoked paprika and rosemary gremolata ราคา 490 บาท ไก่กระทงตัวเล็กแต่เนื้อเยอะ คลุกเคล้าเครื่องเทศมาดี กริลล์ออกมาได้ถูกใจ เนื้อไก่ยังชุ่มฉ่ำไม่แห้งเกินไป เวลาเสิร์ฟเค้าจะเลาะส่วนที่เป็นเนื้อมาเสิร์ฟเลย บีบเลมอนสักหน่อย แหม… ลงตัว
  2. Baci Classico (Small pizza rolls stuffed Porchetta and Provola) ราคา 400 บาท เป็นพิซซ่าชิ้นเล็กห่อชีส สอดไส้ด้วยหมูสามชั้นสไตล์อิตาลี (Porchetta) และ Provola ใครชอบชีสแป้งพิซซ่ากรอบๆ ชีสหอมๆ ต้องชอบเมนูนี้ แป้งดี ชีสหนึบๆ ทานคู่กับร็อกเก็ตสลัดกับมะเขือเทศเชอร์รี่แล้วเข้ากันมากๆ

แต่เนื่องจากเราหิวจัด 55555 เลยสั่ง Pasta และของหวานมาเพิ่มอีก 2 รายการ ได้แก่

  1. Pork Cheek Ragu with mezze machine pasta and stracciatella cheese พาสต้าใส่แก้มหมูตุ๋น เนื้อนุ่ม หอมชีสและออริกาโนตัว มีรสเปรี้ยวของซอสมะเชือเทศ ผัดออกมาได้เข้มข้นลงตัวดีมากๆ
  2. Chocolate Ganace Tart ทาร์ตช็อคโกแลตสูตรพิเศษ ตัวทาร์ตกรอบ ไส้ช็อคโกแลตสุดเข้มข้น หวานนิดๆ หอมกลมกล่อม 

ข้อมูลเพิ่มเติม

เวลาทำการ : ทุกวัน วันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-23.00 น. และวันธรรมดา 11.00-22.30 น.
โทร : 032-508-132

 

บุฟเฟ่ต์อาหารเช้าที่ห้องอาหาร “สกุณา (Sakuna)”

สำหรับมื้อเช้าที่ The Regent Cha Am Beach Resort จะเป็นบุฟเฟ่ต์ที่ห้องอาหาร “สกุณา (Sakuna)” ซึ่งเป็น All Day Dining ของทางรีสอร์ท ตั้งอยู่บริเวณทางลงจาก Lobby ไปยังสระว่ายน้ำบริเวณ Main Wing

มื้อเช้าให้บริการตั้งแต่เวลา 06:30 – 10:30 น. แต่เราแนะนำให้มาเช้าๆ หน่อยนะ เพราะแขกโรงแรมนี้ตื่นเช้ามาก!!! 55555 ขนาดเรามาทานอาหารเช้าตอน 8 โมง แต่คนก็คับคั่งแล้ว!!

ซึ่งจะเป็นบุฟเฟ่ต์นานาชาติ มีความหลากหลายของอาหารพอสมควร ทั้งไส้กรอกหมู-ไก่, สลัด, แพนเค็ก, ก๋วยเตี๋ยว, ไข่ดาว,​ ออมเล็ท, อาหารไทย, ข้าวต้ม-โจ๊ก (พร้อมเครื่องเคียง), เบเกอรี่ และผลไม้

คุณภาพอาหารเช้าของรีสอร์ทนี้จัดว่าดี โดยเฉพาะ ออมเล็ท, เบเกอรี่, อาหารไทย และโจ๊ก เราชอบที่เนื้อโจ๊กของเค้าเนียนละเอียดมาก (เหมือนโจ๊กฮ่องกงเลย) ส่วนรสชาติเบเกอรี่ก็ทำได้ดี สิ่งเดียวที่ติ คือ คุณภาพไส้กรอกยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ รวมถึงห้องอาหารที่มีพื้นที่จำกัดจนแขกต้องต่อแถวรอกันนานเลย

 

สรุปรีวิวจากหนีงานไปเที่ยว

ผ่านไป 3 วัน 2 คืน เราค่อยๆ ใช้เวลาในการสำรวจ The Regent Cha Am Beach Resort แห่งนี้ พร้อมๆ กับการได้พักผ่อนไปในตัว จากประสบการณ์การเข้าพักทำให้เราแล้วว่าอะไร คือเคล็ดลับที่ทำให้รีสอร์ทอายุกว่า 36 ปีแห่งนี้ ยังอยู่ยืนยงตราบจนทุกวันนี้

  1. การบริการ : โดยพนักงานทุกแผนกที่จริงใจและใส่ใจบริการ ทุกอย่างแสดงออกมาจากแววตา เราได้รู้จากพนักงานหลายคน ว่าการทำงานที่ The Regent Cha Am Beach Resort นั้นสร้างความผูกพันให้เค้าแค่ไหน หลายคนทำงานมาเกิน 20 ปี และบางคนก็อยู่มานานถึง 30 ปี เลยทีเดียว!!
  2. ความใส่ใจในรายละเอียด : ถ้าคุณอ่านรีวิวห้องพักเรา คุณจะมองเห็นว่ารีสอร์ทนี้ไม่ละเลยรายละเอียดเล็กน้อยอะไรเลย แต่ที่เราอยากเพิ่มเติม คือ สิ่งที่เราเห็นจากการได้เดินสำรวจโรงแรมในยามเช้า-เย็น แล้วพบว่า… พนักงานเค้าละเอียด ใส่ใจ ในพื้นที่ที่เค้าดูแลจริงๆ
  3. ทัศนคติ : ทั้งส่วนที่พนักงานมีต่อแขกผู้มาพัก และส่วนที่เจ้าของโรงแรมมีต่อการดำเนินธุรกิจ
    1. ในมุมของพนักงาน : เราจะได้เห็นรอยยิ้ม เสียงทักทาย ความกระตือรือล้นช่วยเหลือ จากพนักงานเกือบจะตลอดเวลา
    2. ในมุมของเจ้าของกิจการ : เราได้เห็นความตั้งใจที่จะบูรณะและบำรุงรักษา รีสอร์ทแห่งนี้ ให้คงอยู่ต่อไปได้อีกหลายสิบปี

ด้วยองค์ประกอบที่กล่าวไปข้างต้น เราจึงไม่แปลกใจ ว่าทำไม The Regent Cha Am Beach Resort แห่งนี้ จึงไม่เคยร้างลาจากแขกผู้มาเยือน มาครับ!! นี่คือหนึ่งในอัญมณีเม็ดงามริมหาดชะอำ-หัวหิน ที่ควรค่าแก่การไปเยี่ยมเยือน ไม่ว่าคุณจะมากับเพื่อนฝูง, คู่รัก หรือมากับครอบครัว