นี่คือเมืองหลวงของประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก!!!

เพราะคำว่า “ความสุข” นั้นชี้วัดได้ยากยิ่ง สุขของเธอ สุขของฉัน ล้วนไม่เท่ากัน เราอยากเห็นเหลือเกิน ว่า “เมืองที่มีความสุขที่สุดในโลก” นั้นหน้าตาเป็นอย่างไร!? ทำไม “โคเปนเฮเกน (Copenhagen)” ถึงเป็นเมืองที่มีความสุขที่สุดในโลก? คนเมืองนี้เค้ามีความสุขกันแบบไหน? ถ้าเราไปอยู่เราจะมีความสุขด้วยไหม

มาครับ!! อยากรู้ต้องได้รู้ เราลงพื้นที่เก็บเกี่ยวความสุขจาก “โคเปนเฮเกน (Copenhagen)” มาให้คุณแล้ว เวลาสั้นๆ เพียง 3 วัน 2 คืน เราได้พบเจอพิกัดความสุขอะไรบ้าง

รู้จัก “โคเปนเฮเกน (Copenhagen)” กันสักนิด

บางคนรู้จักโคเปนเฮเกน (Copenhagen) ในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของประเทศเดนมาร์ก (Denmark) ราชอาณาจักรสุดมั่งคั่งและร่ำรวยความสุขลำดับต้นๆ ของโลก ก่อตั้งมาตั้งแต่ราวๆ คริสต์ศตวรรษที่ 10 จัดได้ว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่เมืองนึงในยุโรป

แผนที่กลุ่มประเทศยุโรป
เดนมาร์กอยู่ตรงนี้!!

แต่สิ่งที่ทำให้โคเปนเฮเกน (Copenhagen) น่าสนใจ คือ การที่เมืองนี้ “เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก” และเป็นเมืองหลวงของเดนมาร์ก (Denmark) “ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก” จากผลสำรวจของสหประชาชาติ (World Happiness Report) ถึง 3 ปีซ้อน ในปี 2556, 2557 และ 2559 ล่าสุดในปี 2562 ก็ติดอันดับที่ 2 รองจากประเทศฟินแลนด์ (Finland) เลยทีเดียว!!

Superkilen Park สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ฮิปสุดๆ

โคเปนเฮเกน (Copenhagen) กลายเป็นเมืองที่น่าอยู่ได้ขนาดนี้ เกิดจากความร่วมแรงใจในการสร้างเมืองให้มีความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น

  • การสร้างความสมดุลชีวิตและการทำงานให้กับพลเมือง 37 ชม. / สัปดาห์ และกำหนดวันหยุดถึงพักผ่อน 5 สัปดาห์ / ปี
  • เดนมาร์กเป็นประเทศที่ส่งเสริมความเสมอภาคทั้งหญิงและชาย มีระบบดูแลสุขภาพของรัฐ ที่ทุกคนเข้ารักษาโรงพยาบาลฟรี, ผ่าตัดฟรี
  • ประชาชนได้รับการศึกษาฟรีทุกระดับชั้น นักศึกษาปริญญาตรีและโทจะได้รับทุนรายเดือน
  • มีสวัสดิการของรัฐดูแลเด็ก, ผู้ว่างงาน, ผู้เจ็บป่วย และผู้สูงอายุ
  • มีความปลอดภัยสูง อาชญากรรมต่ำ ประเทศมีความมั่นคง ผู้คนมีความเป็นมิตร
  • เป็นเมืองที่อากาศดีเป็นอันดับ 4 ของโลก มลภาวะต่ำ ผู้คนชอบปั่นจักรยาน มากกว่าจะขับรถ มีโครงข่ายเส้นทางจักรยานและทางเท้าที่อำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับผู้คน

ข้อมูลอ้างอิง : อ้างอิง : https://www.visitdenmark.co.uk/en-gb/denmark/art/denmark-one-happiest-places-world

10 พิกัดเที่ยวสนุก โคเปนเฮเกน

ทริปนี้เรามีเวลาสั้นๆ ราว 3 วัน 2 คืน (ก่อนจะเดินทางต่อไปยังไอซ์แลนด์) เลยถือโอกาสรวบรวมพิกัดเที่ยวสนุกในโคเปนเฮเกน (Copenhagen) มาฝากทุกคนกันครับ

1. สถานีรถไฟ København H (Copenhagen Central Station)

มาถึงโคเปนเฮเกน (Copenhagen) แล้ว กิจกรรมแรกที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องทำ คือการนั่งรถไฟ 55555 ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะนั่งรถไฟเข้าเมือง ประหยัดกว่านั่ง Taxi น่ะสิ!! แล้วยิ่งไม่ได้มากับทัวร์ การนั่งรถไฟ + นั่งรถบัส คือวิธีการเที่ยวที่ประหยัดสุดแล้วคร๊าบ

เราเลือกที่พักใกล้สถานีรถไฟ Copenhagen Central Station เพราะได้ห้องพักดี ในราคาไม่แพง แถมเดินทางสะดวกสุดๆ จากสนามบินสู่สถานี Central Station ใช้เวลาแค่ 13 นาที เร็วดีไหมล่ะ?

จุดจำหน่ายตั๋วรถไฟจะอยู่ที่ Terminal 3 ของสนามบิน ตั๋วรถไฟแบบ Single Ticket (เที่ยวเดียวเข้าเมือง) ราคา 36 DKK (ประมาณ 160 บาท)

สำหรับนักท่องเที่ยว (ที่เที่ยวด้วยตัวเอง) เราแนะนำให้ซื้อ City Pass ซะตั้งแต่ตอนนี้เลย คุ้มกว่าเยอะ!! ทริปนี้เรามีเวลาเที่ยวที่ โคเปนเฮเกน ราวๆ 2-3 วัน เราเลือกซื้อ City Pass Small ใช้เดินทางครอบคลุม 4 โซนท่องเที่ยวหลักๆ ในโคเปนเฮเกนสบายๆ

ตั๋ว City Pass Small แบบ 48 ชม. ราคา 150 DKK (ประมาณ 723 บาท) ใช้โดยสารรถไฟ, รถบัส, รถไฟใต้ดิน ได้แบบไม่จำกัดจำนวนเที่ยวเลยนะจ๊ะ!! นอกจากนี้ยังมี City Pass แบบ 24, 48, 72 และ 120 ชม. ขายด้วย อยากได้แบบไหน เลือกซื้อได้ที่ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติที่อยู่ในสถานีรถไฟได้เลย

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://dinoffentligetransport.dk/citypass

การวางแผนเที่ยวล่วงหน้า ช่วยรักษาขนหน้าแข้งไม่ให้ร่วงได้นะจ๊ะ

Copenhagen Central Station เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในเดนมาร์ก เป็นศูนย์กลางการเดินทางที่จะเชื่อมต่อเราไปยังเมืองต่างๆ ทั่ว เดนมาร์ก, สวีเดน และประเทศอื่นๆ ในยุโรป ในแต่ละวันมีผู้คนเดินทางผ่านสถานีนี้นับแสนคน!!

ตัวอาคาร Copenhagen Central Station นั้นสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1911 ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ Heinrich Wenck มี 7 ชานชาลา และ 13 รางรถไฟ ถ้าอยากได้มุมถ่ายรูปสวยๆ ให้เดินย้อนออกไปปลายชานชาลา แล้วเดินขึ้นบันไดออกไป จะเจอมุมที่มองเห็นสถานที Central Station ได้เหมือนในรูปที่เราถ่ายมาเลย

ที่สถานีนี้มี Community Mall ขนาดย่อม อยู่บริเวณห้องโถงหลัก ประกอบไปด้วยร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านแลกเงิน มินิมารท์ รวมๆ แล้วมากกว่า 30 ร้านค้า นอกจากนี้ยังมีสถานีตำรวจ ไว้คอยให้บริการประชาชนด้วย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เที่ยวเอง เราแนะนำให้แวะไปซื้อเสบียงที่ Brugsen Hovedbanen ซึ่งเป็นซุปเปอร์มาเก็ตที่อยู่ในสถานี Central Station นี่ล่ะ เค้ามีอาหารสด, อาหารปรุงร้อนใหม่ๆ รวมถึงแซนวิชหน้าเปิด และสลัด ในราคาที่ถูกกว่าข้างนอกอีกแน่ะ!!

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : Bernstorffsgade 18, 1577 København, Denmark
เวลา : วันจันทร์ – วันพฤหัสบดี 04.30 – 02.15 น, วันศุกร์ – วันเสาร์ 00.00 – 00.00 น, วันอาทิตย์และวันหยุด 04.30 – 02.15 น
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/VhhqE
Website : https://en.hovedbanen.dk/

2. ท่าเรือ Nyhavn (นูฮาวน์)

ภาพชุมชนท่าเรือ หมู่ตึกสีพาสเทล และความคึกคักของบรรดาร้านรวงริม 2 ฝั่งแม่น้ำ คือ จุดกำเนิดของเมืองหลวงอย่าง โคเปนเฮเกน (Copenhagen) ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 17 (ราวปี ค.ศ. 1670 ถึง 1673) King Christian V ได้สั่งให้เชลยสงครามชาวสวีเดน ช่วยกันขุดคลองเพื่อใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าจากตัวเมืองชั้นในออกสู่ทะเล

และตั้งชื่อท่าเรือแห่งนี้ว่า “นูฮาวน์ (Nyhavn)” ที่แปลว่า “ท่าเรือใหม่” เมื่อความมั่งคั่งทำให้เมืองขยาย โคเปนเฮเกนก็ได้รับการยกระดับขึ้นเป็น “เมืองหลวง” ในที่สุด ปัจจุบัน “ท่าเรือนูฮาวน์” คือ ย่านที่มีเสน่ห์ที่สุดแห่งนึงที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวโคเปนเฮเกน

ไม่ว่าคุณจะมาเพื่อเดินเล่นถ่ายภาพ มาเดินชมสถาปัตยกรรม หรือมาแวะหาความสำราญ ท่าเรือโบราณแห่งนี้ล้วนตอบโจทย์ คุณจะ…

  • พบมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ตั้งแต่สะพานข้ามแม่น้ำ ไปจนตลอด 2 ฝั่งคลอง
  • ได้เดินชมสถาปัตยกรรมสวยๆ ของหมู่ตึกโบราณสีสันสดใส และคฤหาสน์หรูหราที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามลำคลอง
  • ได้ดื่มด่ำกับร้านอาหาร, ร้านเบียร์, ร้านขนม และอีกมากมาย ตลอด 2 ฝั่งคลอง ยิ่งช่วงพลบค่ำ บรรยากาศแถวนี้ยิ่งโรแมนติกสุดๆ
ถนนสองฝั่งแม่น้ำเต็มไปด้วยร้านร้านอาหาร และร้านขนม
ถ้าชอบความเข้มข้นสไตล์ Irish แนะนำร้านนี้ครับ

และสิ่งสุดท้ายห้ามพลาด คือการมาคล้องกุญแจคู่รักบนสะพานข้ามท่าเรือนูฮาวน์ (Nyhavn) เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของรักที่อมตะยืนยาว เหมือนกับอายุของท่าเรือและสะพานแห่งนี้!!! ก็มันสร้างมาตั้ง 338 ปีแล้วนี่นา!!!!! 5555

อยากรู้จริงๆ ว่าใครเป็นคนเริ่มไอเดียนี้!!!!?

ข้อมูลเพิ่มเติม

พิกัด : https://goo.gl/maps/MAN5YF6PpDiyVeMN8
การเดินทาง : ลง Metro ที่สถานี Kongens Nytorv แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที

3. Churros สุดอร่อยที่ร้าน Rajissimo

จงเชื่อในสัญชาตญาณและจมูกของตัวเอง เพราะมันอาจนำพาให้คุณได้เจอร้านอร่อยแบบคาดไม่ถึง!!! เรากำลังพูดถึง Churros ของร้าน Rajissimo ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง จนพาให้เราเดินตามหาต้นทางของกลิ่นจนมาถึงร้านในที่สุด!!

นี่คือร้าน Churros ที่ได้คะแนนรีวิวถึง 4 ดาว จาก Tripadvisor ที่แม้จะแพงหน่อย แต่ถ้าไปเที่ยวถึง Copenhagen แล้ว ก็ควรจะไปลองดูสักทีนะ อยู่ที่ท่าเรือนูฮาวน์ (Nyhavn) นี่เองจ้า!!!

สำหรับเมนูแนะนำ ได้แก่ The Twisted Churros ชูโรสร้อนๆ หอมๆ กรอบๆ ราดด้วยช็อกโกแลตเข้มข้น หวานน้อย และคลุกเคล้าด้วยถั่วอัลมอนต์หอมกรอบ ราคา 72 DKK (ประมาณ 350 บาท) นอกจากนี้ทางร้านยังมีเครื่องดื่ม กาแฟ สมูทตี้ ไอศกรีม และ Waffle จำหน่ายอีกด้วยครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : Nygade 6, 1164 København, Denmark
โทร : +45 33 32 44 99
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/dvewn

4. Canal Tour ล่องเรือชมเมือง Copenhagen

ถ้าอยากสัมผัสความคลาสสิคของโคเปนเฮเกน (Copenhagen) เราแนะนำให้ลองใช้บริการ Canal Tour ล่องเรือชมเมืองโคเปนเฮเกนกันดูครับ!! เมืองดังๆ มากมายในยุโรป ล้วนเป็นเมืองที่เติบโตมาจากวิธีชีวิตริมน้ำกันทั้งนั้น โคเปนเฮเกน ก็เป็นอีกเมืองที่เหมาะแก่การนั่งเรือชมเมืองมากที่สุด!!

จากท่าเรือนูฮาวน์ (Nyhavn) เมื่อเดินข้ามมาบริเวณถนน Gammel Strand จะมีจุดให้บริการ Canal Tour ล่องเรือชมเมืองโคเปนเฮเกนครับ ใช้เวลาราวๆ 1 ชั่วโมง กับราคาคนละ 85 DKK (ประมาณ 412 บาท) 

บนเรือจะมีไกด์คอยให้คำแนะนำ และดูแลความปลอดภัย พร้อม Audio Guide ให้เลือกฟัง 11 ภาษา เช่น ภาษาเดนนิช, อังกฤษ, จีน, เยอรมัน, อิตาลี, สเปน, ฝรั่งเศส เป็นต้น เพื่อบรรยายความเป็นมาของสถานที่สำคัญๆ ที่เรือแล่นผ่าน

เราว่ามันเป็นโมเมนท์พิเศษเฉพาะตัวจริงๆ กับการได้นั่งบนเรือที่ค่อยๆ ลัดเลาะไปตามคลอง ผ่านอาคารบ้านเรือน ผ่านสถาปัตยกรรมสำคัญๆ ของเมืองมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หอคอย, โบสถ์, โรง Opera, Amalienborg Palace, Christiansborg Palace, ห้องสมุด Black Diamond, The Old Stock Exchang, Our Saviours Church, และรูปปั้นนางเงือกน้อย (The Little Mermaid)

มาเที่ยวโคเปนเฮเกน แล้วไม่มาล่องเรือชมเมือง ถือว่าพลาดอย่างแรงครับผม!!!

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : Gammel Strand 32 1200 København K
โทร : +45 3296 3000
Website : http://bit.ly/2GYlGIj

5. Bertels Salon Cheesecakes & Coffee ขนมร้านนี้ห้ามพลาด!!

เรื่องขนมและของหวาน เรายกนิ้วโป้งให้ยัยหมวย ที่ขยันเสาะหาร้านอร่อยๆ มาเรียกน้ำหนักของเราได้ดีจริงๆ ร้าน Bertels Salon ก็เป็นอีกร้านขนมดังแห่งโคเปนเฮเกน ที่ได้รับรางวัล “Best Pastries in Town 2014 & 2016” เป็นร้านที่เชี่ยวชาญด้านชีสเค้กที่สุดของโคเปนเฮเกน เลยทีเดียว!!

ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากถนน Strøget (สตรอยก์) ถนนชอปปิงสุดยาวววววว… แห่งเมืองโคเปนเฮเกน ภายในร้านดูคลาสสิค ตกแต่งด้วยไม้ บรรยากาศอบอุ่น สบายๆ หน้าร้านมีตู้เค้กขนาดใหญ่เอาไว้เรียกลูกค้าเข้าร้าน

ที่นี่บริการแบบ Self Service คุณต้องหาโต๊ะนั่งให้ได้ก่อน จากนั้นเดินมาสั่งเค้ก,​ เครื่องดื่ม ที่เคาน์เตอร์ รอรับของ แล้วยกไปนั่งทานที่โต๊ะเอง ที่นั่งบริเวณชั้น 1 มีที่นั่งแค่ 3-4 โต๊ะ เราแนะนำให้เลือกนั่งบริเวณชั้น 2 ครับ เพราะมีพื้นที่เยอะกว่า

สำหรับ Cheese Cake ราคาเริ่มต้นที่ 55 DKK (ประมาณ 265 บาท) มีหลายรสชาติให้เลือกทาน อาทิ Chocolate Ganache, Tropical, Raspberry Vanilla, Mixberry Yoghurt, Key Lime, Pistachio, Cookie, Oreo, Pecan Caramel และอื่นๆ

ส่วนเครื่องดื่ม ก็มีให้เลือกเยอะทั้งกาแฟ Cortado, Espresso Correcto, Chai Latte, Hot Chocolate หรือจะเป็นเครื่องดื่มเย็น เช่น น้ำเลมอนเนด, Ginger Ale, ไวน์, น้ำอัดลม และนม 

ถ้าชอบชา มีให้เลือกแบบแก้วและกา ราคา 32 DKK และ 69 DKK ซึ่งจะมีทั้งแบบชาดำ Earl Grey, Chai, Cream Tea, ชาเขียว Sencha, Ginger Lemon, ชาสมุนไพร Sweet Lemon, Herbal Licorice, Moroccan Mint และชาแดง Roiboos.

เมนูที่สั่ง

  1. Irish coffee ราคา 55 DKK แก้วนี้คือเด็ด!! เป็นเหล้ารัมผสมกาแฟ ซึ่งใช้เมล็ดกาแฟดีมาก มีวิปครีมเย็นๆ ดื่มแล้วตื่นเลย
  2. Lemon Meringue ราคา 55 DKK ขนมมี 3 เลเยอร์ บิสกิตมีความกรุบกรอบ ไข่ขาวเย็นคงตัวคล้ายๆมูส เคี้ยวแล้วหนึบๆแน่นๆ ซึ่งด้วยความเย็นของไข่ขาวกับชั้นเลมอน ทำให้ทานแล้วสดชื่นดี
  3. Chocolate Caramel Cheesecake ราคา 55 DKK รสเปรี้ยวของชีสเค้กตัดกับความขมของช็อกโกแลตได้ดี เลยทำให้รสออกนัว กลมกล่อมนุ่มๆ 

ข้อมูลเพิ่มเติม 

ที่อยู่ : Kompagnistræde 5, 1146 København K, Denmark
โทร : +45 5090 8899
Website : https://www.bertelskager.dk/
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/7jVhR

6. Strøget  ถนนชอปปิงสุดยาวแห่งโคเปนเฮเกน

สาวๆ และขาชอปฯ​ ทั้งหลาย ถนนสายนี้เป็นของคุณครับผม!! Welcome to Strøget (สตรอยก์) ถนนชอปปิงที่ยาววววววว ที่สุดแห่งนึงในยุโรป ด้วยระยะทางกว่า 1.1 กม. นี่คือแหล่งชอปปิงที่เต็มไปด้วยแบรนด์ดัง มาถึง โคเปนเฮเกน แล้ว อย่าพลาดเชียวนะคุณ!!

ลานน้ำพุ “Amagertrov” กับนกนางแอ่นคู่ คือ สัญลักษณ์ของถนน Strøget (สตรอยก์) ถนนชอปปิงที่มีประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ที่ตลอดความยาวถนนเต็มไปด้วยหลากหลายร้านแบรนด์เนม ที่เรารู้จักกันดี อาทิ Hermes, Louis Vuitton, Gucci, Prada, Benetton, Superdry, Samsonite, Victoria’s Secret, Marimekko ไปจนถึง Zara

คำว่า “สตรอยก์ (Strøget)” แปลว่า “การเดินเล่น” ในภาษาเดนมาร์ก ถนนเส้นนี้นอกจากจะยาวแล้ว ยังกว้างขวาง เดินสบาย ไม่ต้องหลบรถ นอกจากแบรนด์ระดับโลก บนถนนเส้นนี้ยังมีร้านรวงเก๋ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ร้านหนังสือ, ร้านกาแฟ, ร้านขายงานดีไซน์, ร้านอาหาร ฯลฯ

ใครมาเดินเล่นแถวนี้ จะอดหยิบกล้องขึ้นมาเก็บภาพบานประตูของแต่ละร้านไม่ได้ มันคือสไตล์ มันคือความเฉพาะตัว ของร้านค้าบนถนนสตรอยก์ (Strøget) จริงๆ

เดนมาร์ก ถือเป็นอีกประเทศที่เป็นสวรรค์ของนักชอปฯ เพราะคุณสามารถทำ Tax Refund ได้เยอะ คุณสามารถได้เงินคืนราวๆ 18-19% ของราคาสินค้าที่ซื้อ (แต่ต้องซื้ออย่างน้อย 300 DKK ภายในวันเดียวกันและร้านเดียวกัน)

โดยสามารถขอคืนภาษีได้ผ่าน 2 บริษัท คือ Global Blue Service และ Tax Free Worldwide ซึ่งทั้งสองบริษัท มีเคาน์เตอร์ให้บริการอยู่ที่ Kastrup Airport ชอปปิ้งให้สะใจ แล้วไปทำ Tax Refund ที่สนามบินก่อนกลับได้เลย!!

วงเครื่องเป่าที่คุณครูหนุ่ม (หล่อ) พาเด็กๆ มาแสดงดนตรี
เป็นโมเมนท์ที่มอบความสุขให้กับนักท่องเที่ยวและชาวเมืองได้ดีจริงๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม

พิกัด : https://goo.gl/maps/NV82h2bENDhHkPW77

7. Rooftop View ที่ Denmark Hotel Copenhagen

ถ้าคุณ Enjoy กับการชมวิวเมืองจากมุมสูง โปรดจดพิกัดนี้ไว้!! แม้ โคเปนเฮเกน (Copenhagen) จะไม่ใช่เมืองที่เต็มไปตึกสูง แต่วิว โคเปนเฮเกน จากมุมสูง ก็เป็นอะไรที่พิเศษเฉพาะตัวจริงๆ นะ

พิกัดที่เราแนะนำ คือ ดาดฟ้าของ Danmark Hotel Copenhagen ตั้งอยู่ใจกลางเมือง (เดินแค่ 5 นาทีจากสถานีรถไฟ Vesterport) ที่ชั้น 7 ซึ่งเป็นดาดฟ้าของโรงแรม จะมี Rooftop Bar สไตล์ Minimalist ได้กลิ่นอายสแกนดิเนเวียนดีจริงๆ

บน Rooftop แห่งนี้ เราสามารถมองเห็นวิวเมือง โคเปนเฮเกน ได้เกือบ 360 องศา มองเห็นสถานที่สำคัญๆ หลายแห่ง อาทิ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ, สวนสนุก Tivoli และสถานที่อื่นๆ อีกหลายแห่ง

ปกติโรงแรมที่เปิดให้บริการ Rooftop Bar มักจะคิดค่าดริงค์แพงกว่าปกติ (ชาร์จค่าชมวิว) แต่เผอิญว่าช่วงที่ไป เค้าปิดปรับปรุงบาร์ชั่วคราว เราสองคนเลยได้นั่งชมวิว ชิลล์ๆ แบบฟรีๆ พอถามพนักงาน พนักงานก็บอก ขึ้นไปเล้ยยยย ชั้น 7 นะ นั่งชมวิวอยู่ตั้งนาน ก็ไม่ยักกะมีใครมาเก็บค่าวิว แหม… สมกับเป็นเมืองแห่งความสุขซะจริงๆ เชียว

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : Flæsketorvet 28 1711 København V Denmark
เวลา : เปิดทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์
โทร : +45 71 99 59 90
Website : https://hotel-danmark.copenhagen-hotel.net/en/

8. มื้อเช้าที่ร้าน NOHO ร้านนีออนสุดฮิปแห่งโคเปนเฮเกน

ในฐานะที่เราเป็นคนชอบกิน การเสาะหาร้านอร่อยในแต่ละเมืองจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ใน Travel Guide ของ “หนีงานไปเที่ยว” แต่ครั้นจะแนะนำร้านบรรยากาศปกติ ก็ดูจะธรรมดา ไม่สมกับเป็นร้านแนะนำในเมืองแห่งความสุขอย่าง โคเปนเฮเกน (Copenhagen) พิกัดนี้เราจึงขอนำเสนอ “ร้าน NOHO” ร้านอาหารสุดฮิปแห่งโคเปนเฮเกนครับผม!!

ร้าน NOHO เป็นร้านสุดแนว ตกแต่งร้านด้วยการโชว์โครงสร้างและพื้นผิววัสดุ สไตล์ Industrial Art แล้วเพิ่มความจี๊ดจ๊าดฉูดฉาดด้วยเพดานดอกไม้และไฟนีออนสีชมพูดสด แล้วเบรคอารมณ์ให้ดูทึมๆ น่าค้นหาด้วยเฟอร์นิเจอร์และผนังสีเข้ม พร้อมแสงสลัวๆ แบบนิวยอร์ค

แค่ก้าวเข้ามาในร้านยังไม่ทันนั่ง เราก็ร้อง “ว๊าว” ในใจไป 3 ที ยิ่งพอได้สำรวจร้านจนครบ จำไม่ได้เลยว่าเรา “ว๊าว” ในใจไปกี่รอบ 55555 มุมถ่ายรูปเยอะนะครัส บอกเลยว่าเป็นที่โปรดปรานแน่นอน!!

ร้าน NOHO แบ่งพื้นที่เป็น 2 ชั้น คือชั้น 1 และชั้นใต้ดิน ให้บริการทั้งอาหารเช้า, กลางวัน และเย็น พอตกดึกก็เปลี่ยนเป็นบาร์สีสันจัดจ้าน แต่ละมุมในร้านออกแบบให้ Mood & Tone ต่างกัน ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า

  • Early hour ช่วงเวลา 09:00-11:00 จะเสิร์ฟอาหารง่ายๆ เช่น Organic bun, Croissant, Chia Porridge, ชา และกาแฟ
  • อาหารจริงจังจะเสิร์ฟเวลา 10:00-15:00 น. เช่น Pizza, Sandwich, Salad, Snack และ Cake 

เมนูที่ทาน

  1. Croissant ราคา 20 DKK  :  แป้งด้านนอกกรอบหอม เนื้อขนมปังนุ่มมาก พอเอาทากับแยมสตอร์เบอร์รี่แบบรสธรรมชาติยิ่งเข้ากันดีมาก 
  2. Pizza Marquez ราคา 85 DKK :  แป้งร้อนๆบางกรอบโรยหน้าด้วยมะเขือเทศ, mozzarella, ไส้กรอกหมู, น้ำมันมะกอกและใบโหระพา
  3. Falafel ราคา 85 DKK อันนี้เป็นการประยุกต์อาหารอียิปต์มาเข้ากับสไตล์ยุโรป Falafel คือ ถั่วบดผสมเครื่องเทศนำมาปั้นเป็นลูกกลมๆ แล้วนำไปทอด เสิร์ฟมาคู่กับขนมปัง, สลัดผัก, มะเขือเทศ และซอสซาวครีม  จานนี้ถือว่าเป็นเมนูคลีนๆ ใครไม่เคยทานอาจรู้สึกแปลกๆ นิดนะครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : Flæsketorvet 28, 1711 København, Denmark
โทร : +45 71 99 59 90
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/YsMYF
Website : https://noho.bar/

8. Superkilen Park สวนสาธารณะโคตรพีค!!

นี่คือพิกัดท่องเที่ยวที่พีคที่สุดของโคเปนเฮเกนในขณะนี้

มองจากมุมบน คุณอาจงง ว่าเอ๊ะ!! นี่มันภาพวงจรไฟฟ้าหรืออะไร!? แต่ถ้าดูที่รูปถัดไป คุณจะถึงบ้างอ้อ ว่านี่คือสวนสาธารณะที่ไม่เหมือนใคร ที่สร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมความกลมเกลียวในหมู่ผู้อยู่อาศัย ที่มีความแตกต่างกันหลายเชื้อชาติ จากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก!!

ย่าน Nørrebro ของโคเปนเฮเกน (Gopenhagen) เป็นย่านที่ผู้อยู่อาศัยมีความหลากหลายทางเชื้อชาติสูงมาก วิธีนึงที่จะละลายพฤติกรรมและสร้างความกลมเกลียวของผู้คนในย่านนี้ คือการสร้างพื้นที่ส่วนกลางให้ทุกคนได้ใช้พักผ่อนหย่อนใจร่วมกัน

โดยมีการนำอุปกรณ์ที่ใช้ในการตกแต่งสวน มาจากประเทศที่ชาวชุมชนเคยอาศัยอยู่ อาทิ น้ำพุจากโมร็อคโค, ถังขยะจากอังกฤษ, ชิงช้าจากอิรัก, ม้านั่งจากบราซิล ฯลฯ รวมๆ แล้ว สิ่งของที่ใช้ภายในสวน “Superkilen Park” ก็ถูกนำมาจากกว่า 50 ประเทศเลยทีเดียว!!

โครงการ “Superkilen Park” มีความยาว 750 เมตร มีพื้นที่รวมกันทั้งหมด 30,000 ตารางเมตร เปิดให้บริการ เมื่อเดือนมิถุนายน 2012 แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน แต่ละส่วนถูกกำหนดด้วยสีและฟังก์ชั่นการใช้งานที่แตกต่างกัน

Red Square : พื้นที่ส่วนแรกของสวน จะเป็นลานกว้างพื้นสีแดงขนาดใหญ่ เพื่อให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เหมาะสำหรับการปิคนิค ออกกำลังกาย และพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่น บริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่มีการนำสิ่งของจากประเทศต่างๆ เข้ามาใช้ตกแต่งเยอะที่สุด เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของชาติพันธุ์ในย่านนี้

Black Market ตั้งอยู่ด้านในของ “Superkilen Park” โดดเด่นสะดุดตาด้วยพื้นถนนสีดำตัดกับเส้นถนนสีขาว มองไปคล้ายคลื่นที่พลิ้วไหวไปตามแรงลมและสายน้ำ บริเวณนี้คือแหล่งพบปะสังสรรค์ โดยเฉพาะบริเวณบ่อน้ำพุสไตล์โมร็อคโคที่ตั้งอยู่ในสวน

ที่ปลายอีกด้านของโซน Black Market จะมีเนินเล็กๆ ให้เดินขึ้นไปถ่ายรูป เนินอาจจะชันนิดนึง แต่วิวด้านบนเมื่อขึ้นไปถึงนั้นแจ่มว๊าวครับ!! เราสามารถมองเห็น “Superkilen Park” เกือบทั้งหมดได้จากด้านบนนี้

The Green Park : พื้นที่สีเขียวซึ่งอยู่ด้านในสุดของ “Superkilen Park” เป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับครอบครัวและเด็กๆ ได้มาเดินเล่น ปิคนิคและนอนเล่นบนผืนหญ้า นอกจากนี้ยังมีสนามฮอกกี้, สนามบาสเก็ตบอล และเลนไว้ขี่จักรยานด้วย นึกไปนึกมาก็ชักอิจฉาคนเมืองนี้ซะแล้วเรา!!

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : Nørrebrogade 210, 2200 København, Denmark
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/QuBaV

9. สถาปัตยกรรมสวยๆ ที่ Copenhagen City Hall

สุดปลายถนนสตรอยก์ (Stroget) ถนนชอปปิงแห่งโคเปนเฮเกน คือที่ตั้งของ Copenhagen City Hall อยู่กลาง Town Hall Square ศาลาว่าการโคเปนเฮเกนเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสภาเทศบาลเมือง รวมถึงท่านนายกเทศมนตรี ถือว่าเป็นหนึ่งในอาคารที่เก่าแก่ที่สุด และเคยเป็นที่ทำการของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 

อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1892 และเปิดทำการปี คศ.1905 โดยมีสถาปนิก Martin Nyrop เป็นผู้ออกแบบอาคารแห่งนี้ในสไตล์ National Romantic ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Siena City Hall ศาลากลางของ Siena ประเทศอิตาลี 

ศาลาว่าการเมืองมีความสูง 105.6 เมตรถึงบนยอดหอคอย เป็นหนึ่งในอาคารที่สูงที่สุดในโคเปนเฮเกน และสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของเมือง ศาลาว่าการเป็นอาคารเปิดที่เราสามารถเข้าไปเยี่ยมได้ในขณะที่เจ้าหน้าที่ก็ยังทำงานอยู่ในอาคาร The main hall เป็นห้องใหญ่ที่สุดใน City Hall มีไว้สำหรับการนับคะแนนเลือกตั้ง และยังใช้สำหรับการแสดงคอนเสิร์ต นิทรรศการศิลปะต่างๆ และถ่ายรูปแต่งงาน

บริเวณด้านหน้ามีหอนาฬิกา และน้ำพุ Dragon Fountain เป็นงานประติมากรรมรูปโคที่กำลังต่อสู้กับมังกร ตามตำนานโบราณของประเทศเดนมาร์กและแถบสแกนดิเนเวีย ในยุคสมัยของไวกิ้ง และยุคกลาง มักจะกล่าวถึงและใช้สัญลักษณ์รูปของมังกรในแง่ของความแข็งแกร่ง กล้าหาญ พลัง  เราจึงเห็นมีการใช้รูปปั้นมังกรประดับตามสถานที่สำคัญ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : Rådhuspladsen 1, 1599 København V
เปิด :  ตั้งแต่ 01/01/2018 – 31/12/2020, จ-ศ เปิด 09:00 – 16:00 น. วันเสาร์เปิด 09:30 – 13:00 น. ปิดวันอาทิตย์
โทร : +45 33 66 33 66
ค่าเข้า : ฟรี
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/f9zoJ
Website : www.kk.dk

10. KFC

นี่คือไก่ KFC ที่อร่อยที่สุดติด TOP CHART อันดับที่ 1 ในใจของเรา 2 คน เพราะตั้ง Mission ว่าจะไปลองไก่ KFC ให้ทุกประเทศที่เราเดินทาง หลังจากที่เราลองทานมาที่สเปน ไอซ์แลนด์ เกาหลี รัสเซีย 

เราสั่งแบบไก่ทอด 5 ชิ้น ตกเป็นเงิน 600 บาท ถ้าจะขอซอสมะเขือเทศ ต้องแจ้งพนักงาน หนังไก่ทอดได้กรอบ ไม่ค่อยอมน้ำมันรสชาติอบอวลไปด้วยกลิ่นพริกไทยดำ เนื้อไก่ไม่แห้ง กัดแล้วมีความชุมฉ่ำของเนื้อ เป็นรสชาติที่อยากให้ทุกคนได้ลอง แล้วคุณจะรู้ ว่านี่แหล่ะ KFC Finger Lickin’ Good

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : Rådhuspladsen 55, 1550 København, Denmark
พิกัด : https://goo.gl/maps/h6ABzFuBSu1ud4EP8