Sabu Yakiniku เป็นร้าน “ยากินิกุ (Yakiniku)” ที่มีสไตล์การหมักเนื้อเฉพาะตัว เป็นร้านปิ้งย่างสุดปังที่ดังระดับ Top ของญี่ปุ่นมากว่า 15 ปี ที่สำคัญ… Sabu Yakiniku เป็นหนึ่งในไม่กี่ร้าน ที่เลือกใช้ “ยูกิฟูริ วากิว (Yukifuri Wagyu)” เนื้อวัวคุณภาพขั้นสุดจากเมือง “โอบานาซาวะ” ที่มีลายไขมันสวยดุจหินอ่อน มีรสชาติเข้มข้น ละลายในปาก และเป็นวัวเนื้อวัวสายพันธุ์พิเศษที่ไม่เคยส่งออกไปที่ใดในโลก นอกจากประเทศไทย!!!

ถูกต้องแล้วครับ!! ตอนนี้ Sabu Yakiniku เปิดสาขานอกญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก และเราคนไทย สามารถไปลิ้มรสความอร่อยของ “ยูกิฟูริ วากิว (Yukifuri Wagyu)” กันได้แล้ว ที่ร้าน Sabu Yakiniku (ซาบุ ยากินิกุ) ชั้น 3 โรงแรม Nikko Hotel Bangkok ซอยทองหล่อครับผม!! (ห่างจาก BTS ทองหล่อ แค่ 260 เมตร)

มาครับ!! “เรื่องกินต้องยกให้เรา” เนื้อดีขนาดนี้ ร้านดังขนาดนี้ เรากับยัยหมวยขออาสาพาไปลองชิมกันครับ บอกเลยว่านอกจากอร่อยจนลืมไม่ลงแล้ว ราคาก็จัดว่าน่าคบหาดีซะด้วย!! ใครขี้เกียจอ่าน ดูคลิปด้านล่างนี้ก่อนได้เลย!!

คำเตือน : บทความนี้ไม่เหมาะสำหรับคนไม่ทานเนื้อ เพราะเมื่ออ่านจบ คุณอาจจะตบะแตกได้!!!

รู้จักร้าน Sabu Yakiniku (ซาบุ ยากินิกุ) กันสักนิด

Sabu Yakiniku เป็นร้านดังจากย่านคันดะ (เมืองโตเกียว) ที่ได้รับความนิยมมานานกว่า 15 ปี เอกลักษณ์ของร้าน คือการเลือกใช้เนื้อ “ยูกิฟูริ วากิว (Yukifuri Wagyu)” จากเมือง “โอบานาซาวะ” (จังหวัดยามากะตะ) มาหมักและเสิร์ฟให้ทานด้วยวิธีดั้งเดิมที่เรียกว่า “โมมิดาเระ (Momidare)” ซึ่งเป็นการทานเนื้อคู่กับวาซาบิโดยไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้ม

ทำไมต้องเนื้อ “ยูกิฟูริ วากิว (Yukifuri Wagyu)”

เนื้อ “ยูกิฟูริ (Yukifuri)” จัดว่าเป็น OTOP ขั้นเทพ แห่งเมือง “โอบานาซาวะ” (จังหวัดยามากะตะ) ครับ ปัจจัยอยู่ที่สภาพภูมิอากาศของเมือง ซึ่งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น หน้าร้อนก็ร้อนมากถึง 40 องศาเซลเซียส หน้าหนาวก็หนาวจัดถึง -10 องศาเซลเซียส กันทีเดียว!! (บางช่วงหิมะหนา 2 เมตรแน่ะ)

ด้วยภูมิอากาศที่ต่างกันรุนแรงขนาดนี้ ทำให้เนื้อวัวท้องถิ่นมีไขมันที่มีคุณภาพสูงโดยธรรมชาติ อีกทั้งชาวเมืองยังเน้นพัฒนาสายพันธุ์วัวดำให้มีเนื้อนุ่ม ไม่ได้เน้นเลี้ยงให้ตัวใหญ่เหมือนเมืองอื่น เป็นผลทำให้เนื้อวัวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมื่อย่างให้สุกพอเหมาะ รสชาติจะเข้มข้น เหมือนเนื้อละลายในปากเลยทีเดียว!!

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้วัวจาก “โอบานาซาวะ” อร่อยเป็นพิเศษ คือ ปริมาณของ “กรดโอเลอิก” ในเนื้อวัว โดยทั่วไปปริมาณกรดโอเลอิกในเนื้อจะเพิ่มขึ้นหลังจากวัวมีอายุ 30 เดือน แต่เพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อยเข้มข้นมากขึ้น เนื้อ “ยูกิฟูริ วากิว” จะต้องเป็นวัว “ที่มีอายุ 32 เดือน (970 วัน) ขึ้นไป” และจะต้องเป็น “วัวเพศเมีย” เท่านั้น จึงจะอร่อยที่สุด!!!

นิยามของ “ยูกิฟูริ วากิว (Yukifuri Wagyu)”

  • ต้องเป็นวัวที่ถูกเลี้ยงโดยคนที่อาศัยในเมือง “โอบานาซาวะ (Obanasawa)” และได้รับการรับรองโดยสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงเนื้อวัวโอบานาซาวะ
  • ต้องเป็นวัวดำเพศเมีย ที่มีอายุ 32 เดือน (970 วัน) ขึ้นไป
  • ซากตัดแต่ง (เนื้อวัวเมื่อลอกหนังและเอาเครื่องในออกแล้ว) ต้องมีเนื้อและไขมันคุณภาพสูง และต้องได้รับเกรด 3 หรือสูงกว่า ตามมาตรฐานสมาคมคัดเกรดเนื้อสัตว์ญี่ปุ่น
  • ต้องไม่มีการปนเปื้อสารกัมมันตรังสี

ข้อมูล : https://www.yukifuri-obanazawa.jp/Informations/about?lang=en

SABU YAKINIKU สาขาแรกในไทย สาขา (นอกญี่ปุ่น)​ ที่เดียวในโลก

สำหรับ SABU YAKINIKU (ซาบุ ยากินิกุ) สาขาโรงแรมนิกโก้ ชั้น 3 ซอยทองหล่อนั้น ถือเป็นครั้งแรกที่ร้าน SABU YAKINIKU ขยายสาขามายังต่างประเทศ (และเป็นครั้งแรกที่มีการส่งเนื้อ “ยูกิฟูริ วากิว” ออกนอกประเทศเช่นกัน) จึงเป็นโอกาสดีที่คนไทยจะได้ลิ้มรสเนื้อวากิวขั้นเทพ ที่หมักและปรุงโดยสูตรเฉพาะของร้าน SABU YAKINIKU อันโด่งดัง โดยไม่ต้องขึ้นเครื่องบินไปญี่ปุ่นเลยครับผม!!

บรรยากาศภายในร้านสาขาทองหล่อนั้นค่อนข้างโปร่งด้วยการยกเพดานสูงและใช้กระจกบานใหญ่ แต่ละโต๊ะถูกแบ่งไว้เป็นสัดส่วน (ซึ่งเราชอบการแบ่งพื้นที่แบบนี้นะ) มีทั้งโต๊ะใหญ่นั่งได้ 6 – 8 คน และโต๊ะส่วนตัวนั่งได้ 2-4 คน ส่วนโทนสีภายในร้านจะเน้น Dark Tone อย่าง สีดำ น้ำตาลเข้ม น้ำตาลแดง และสีเทา ให้ความรู้สึกขรึมๆ เท่ๆ แต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นเอาไว้ครบถ้วน

เค้าจัดผนังด้านนึงของร้าน เอาไว้ให้ลูกค้าเขียนรีวิวเลยนะ

เมนู SABU YAKINIKU

สำหรับใครที่อยากมาลิ้มรสเนื้อวากิวอร่อยๆ ที่ร้าน SABU YAKINIKU ทางร้านมีทั้งเมนูอาหารเซ็ตและเมนูปิ้งย่าง (ยากินิกุ) ไว้ให้บริการ อาทิ

  • เมนูอาหารเซ็ต : เซ็ตเนื้อวากิว A5 (680 บาท), เซ็ตเนื้อวากิว (400 บาท), โซโบโรดง : ชุดข้าวหน้าเนื้อวากิว A5 สับ (250 บาท), ชุดข้าวแกงกะหรี่เนื้อวากิว A5 ตุ๋น (250 บาท) และ บะหมี่จันปงซุปหางวัวเผ็ด (280 บาท) เป็นต้น ดูเมนูอาหารกลางวัน : https://www.sabuyakiniku.com/lunch-dinner
  • เมนูยากินิกุ (แบ่งเป็นหมักซอสและหมักเกลือ) : ชุดเนื้อวากิว A5 คัดพิเศษ (2,480 บาท), วากิว A5 สุกียากี้ (700 บาท), วากิว A5 ยากิชาบู (700 บาท), ลิ้นวัว (320 บาท), เนื้อฮารามิ (480 บาท), สันนอกหมูคุโรบุตะ (220 บาท), เบคอน (200 บาท), เนื้อไก่พรีเมียม (180 บาท) ดูเมนูยากินิกุ : https://www.sabuyakiniku.com/yakiniku

หมายเหตุ : อาหารเซ็ตทุกเมนูจะเสิร์ฟพร้อมน้ำซุปประจำวันและสลัดผัก เฉพาะ 11:30 – 14:00 น. เท่านั้น

จะเห็นว่าโดยรวมแล้วราคาอาหารที่ SABU YAKINIKU นั้นจัดว่าสมน้ำสมเนื้อ และไม่ได้แพงไปกว่าร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วๆ ไปสักเท่าไหร่เลย จานที่แพงสุด คือ ชุดเนื้อวากิว A5 คัดพิเศษ (2,480 บาท) มีเนื้อให้เต็มจานเลย เราว่าคุ้มและอร่อยมาก!!

มื้อนี้เราพารีวิวเมนูปิ้งย่างสไตล์ YAKINIKU (ยากินิกุ) ครับ ซึ่งสไตล์การทานเนื้อของ SABU YAKINIKU จะเป็นแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ที่เรียกว่า “Momidare (โมมิดาเระ)” ซึ่งเป็นการหนักเนื้อกับเครื่องปรุงสูตรพิเศษจนเข้าเนื้อ ได้รสที่เป็นเอกลักษณ์ ยิ่งทานคู่ “วาซาบิ” ยิ่งทวีความอร่อย ทางร้านจึงจะไม่เสิร์ฟน้ำจิ้มใดๆ ยกเว้นโชยุเท่านั้น

เมนูแนะนำ

1. A5 Wagyu Special Assortment Menu : จานรวมเนื้อวากิว Super Deluxe และ Deluxe A5 Wagyu (ราคา 2,480 บาท)

จากตารางด้านบน เราสามารถเลือกชนิดของเนื้อได้ว่าจะเอาเป็น Karubi หรือ Rousu จากนั้นจึงเลือกว่าจะหมักเกลือหรือหมักซอสสูตรต้นตำรับจากญี่ปุ่น ส่วนตัวเราว่าอร่อยทั้ง 2 แบบ ขึ้นอยู่กับว่าชอบเกลือหรือซอส

ชุดเนือวากิว A5 คัดพิเศษ 2,480 บาท มีเนื้อให้ 4 แบบ

เนื้อ Karubi กับ Rousu นั้นแตกต่างกันยังไง ลองดูข้อมูลด้านล่างนี้ครับ

  • ROUSU : เนื้อที่มีไขมันแทรกพอประมาณ (แต่น้อยกว่า KARUBI)  เมื่อกัดแล้วเนื้อจะมีความนุ่ม แต่ไม่ได้นุ่มมาก ทำให้เคี้ยวสนุกสัมผัสได้ถึงเทคเจอร์ของเนื้อแบบไม่ได้นุ่มนิ่มละลายในปาก
  • KARUBI : เนื้อบริเวณที่ติดกับซี่โครงมีไขมันสอดแทรกจนเกิดเป็นลวดลายชั้นไขมันที่สวยงาม นุ่มลิ้นมากกว่า ROUSU ละลายในปากมากกว่า

ถ้าเราสั่ง “ชุดเนื้อวากิว A5 คัดพิเศษ (A5 Wagyu Special Assortment Menu)” ในจานนะ Mix เนื้อ 4 แบบ มาให้เลย ได้แก่…

  • Super Deluxe A5 Wagyu  ราคาส่วนละ 980 บาท :
    • เนื้อ Tokujoi Rousu (โทคุโจว โรสุ): เนื้อพรีเมี่ยมวากิว A5 ส่วนสันนอก มีไขมันแทรกพอประมาณให้นุ่มลิ้น ไขมันน้อย เนื้อแน่นหนึบ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบทานเนื้อติดไขมันเยอะมากจนทำให้เลี่ยน
    • เนื้อ Tokujyou Karubi (โทคุโจว คารูบิ)  : เนื้อพรีเมี่ยมวากิวตัวนี้จะมีไขมันแทรกเยอะ ทำให้เนื้อมีสัมผัสที่นุ่มมากกว่าชนิดอื่นๆ เราเลือกเอามาหมักเกลือจะทำให้ได้รสชาติกลมกล่อมกำลังดี เอามาทานคู่กับวาซาบิมีรสออกเผ็ดนิดๆ ไม่ฉุนขึ้นจมูกเหมือนที่เราเคยทาน ยิ่งทำให้เข้ากันดีสุดๆ
  • Deluxe A5 Wagyu  ราคาส่วนละ  680 บาท: :ซึ่งเราว่าเนื้อวากิวระดับนี้ก็อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว
    • เนื้อ Jyou Karubi (โจว คารูบิ)
    • เนื้อ Jyou Rousu (โจว โรสุ)

2. วากิวสุกี้ยากี้ (ราคา 750 บาท)

เนื้อพรีเมียมชิ้นยักษ์ใหญ่เท่าหน้า ความบาง 3 มิลลิเมตรราดซอสหมักสูตรพิเศษ นำมาย่างร้อนๆ แล้วตัดเป็นชิ้นเอามาจุ่มกับไข่แดงเยิ้มๆ ถึงแม้เนื้อจะสไลด์มาแต่ยังคงความนุ่มละมุนลิ้น หอมอบอวลอยู่ในปากสุดๆ เราสองคนติดใจเมนูนี้มาก อร่อยสุดๆๆจานนี้ปลื้มมากกกก

3. วากิวยากิชาบู (ราคา 700 บาท)

เนื้อวากิวสไลด์เป็นแผ่น ท้อปปิ้งราดซอสพอนสึ หัวไชเท้าบดละเอียด และต้นหอม วิธีทานให้ย่างสุกแค่ด้านเดียว แล้วทานรวมกันทั้งคำ พอเอาเข้าปากเนื้อมีความชุ่มฉ่ำดีมาก จะสัมผัสได้ถึงรสชาติออกเปรี้ยวนิดๆ เหมือนกินชาบูจิ้มซอสพอนสึ เป็นการผสมผสานที่ลงตัว ทานแล้วสดชื่นดี ตัดรสจากจานอื่นๆได้ดีมาก แต่บางคนอาจจะไม่คุ้นเคยกับรสแบบนี้

4. Tokujyou Karubi พรีเมี่ยมวากิว A5 บริเวณซี่โครง (ราคา 980 บาท)

Super Deluxe A5 Wagyu   พรีเมี่ยมวากิว A5 เนื้อที่มีไขมันแทรกหินอ่อนเอามาหมักซอสสูตรต้นตำรับจากญี่ปุ่น ซึ่งหมักได้แบบเข้าเนื้อสุดๆ  เมื่อย่างแบบสุกกำลังกิน เนื้อนุ่มฉ่ำซอสถูกใจมาก

5. Appetizer ของทานเล่น

สาหร่ายเข็มทอง ถั่วงอกผัด แครอท และสาหร่าย รสชาติเข้มขัมเอามาทานเล่นตัดรสชาติกับเนื้อ ได้เป็นอย่างดี

6. โซโบโรดง – ข้าวหน้าเนื้อวากิว A5 สับ

เป็นอีกหนึ่งจานเด็ดที่สั่งได้จากเซ็ตเมนู ข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ราดด้วยเนื้อวากิว A5 สับ ที่ผัดจนสุกโรยหน้าด้วยต้นหอมและงา แล้ว Topping ด้วยไข่แดงดิบ เวลาทานต้องคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อน จะยิ่งได้รสชาติเข้มข้น หวานนิดๆ นัวๆ นวลๆ อร่อยถูกใจเรามาก!!

7. บะหมี่จาจาเมง – เนื้อวากิว A5 สับ

ใครชอบทานแนวๆ บะหมี่แห้ง ต้องโปรดจานนี้ เพราะบะหมี่จาจาเมงให้ความรู้สึกแบบเดียวกับเวลาทานราเม็น แต่อันนี้จะเป็นการลวกเส้นแล้วราดหน้าด้วยเนื้อวากิว A5 สับ ที่ผัดจนสุก โรยหน้าด้วยต้นหอมและงา แล้ว Topping ด้วยไข่แดงดิบ ปริมาณเนื้อสับที่ราดด้านบนนั้นหนาจนมองไม่เห็นเส้นเลยทีเดียว!!!

เวลาทานต้องคลุกเคล้าทั้งเส้น ทั้งเนื้อสับและไข่ดิบเข้าด้วยกัน รสชาติเข้มข้น เส้นเหนียบหนึบ ทานสนุกมาก เป็นอีกหนึ่งจานที่แนะนำให้สั่งครับ

8. หมูสันนอกคุโรบูตะหมักซอส (ราคา 190 บาท)

เนื้อหมูส่วนสันนอกมีไขมันแทรกกำลังดีหมักซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน ซึ่งหมูหมักได้นุ่มเข้าเนื้อและฉ่ำซอสสุดๆ ครับ

9. เนื้อไก่พรีเมี่ยมหมักซอส (ราคา 180 บาท)

เนื้อไก่จานนี้ก็ อร่อยฟินไม่แพ้เนื้อนุ่มเหมือนกันครับ เนื้อไก่หมักมาดี อร่อยชุ่มซอสดี เป็นทางเลือกสำหรับคนไม่ทานเนื้อได้ดีเลย

คะแนนรีวิวจากหนีงานไปเที่ยว

ยิ่งเราชอบกินมากเท่าไหร่ เรายิ่งจริงจังและเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรากินมากเท่านั้น!! โดยเฉพาะคนชอบทานเนื้ออย่างเรา การได้รู้จักกับเนื้อ “ยูกิฟูริ วากิว (Yukifuri Wakyu)” ถือเป็นการ “เปิดประสบการณ์ใหม่” ว่ายังมีวัตถุดิบอร่อยๆ อีกมากให้เราได้ค้นพบความอร่อย

การจะค้นพบว่าเนื้อแต่ละชนิดควรหมัก ควรปรุงด้วยวิธีการแบบไหน ต้องใช้ประสบการณ์และความมุ่งมั่นสูงมาก การทานเนื้อย่างสไตล์พื้นเมืองญี่ปุ่น (ที่ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้ม) แต่ใช้การหมักและการปรุงซอสแบบนี้คือรสชาติใหม่ ที่คุณจะหาได้เฉพาะที่ Sabu Yakiniku เท่านั้น

คะแนนรีวิวจากหนีงานไปเที่ยวเป็นดังนี้

  • คุณภาพวัตถุดิบ 5/5 : เนื้อยูกิฟูริ วากิว A5 อร่อยโคตรๆ ไม่รู้จะติอะไร
  • ความหลากหลายของเมนู 5/5 : มีเมนูหลากหลายให้เลือกทานดีมาก
  • บรรยากาศร้าน 4.5/5 : ให้ความเป็นส่วนตัวดี บรรยากาศดี
  • การบริการ 4.5/5 : พนักงานบริการรวดเร็วครับ แต่อาจจะดูเกร็งๆ อยู่บ้าง
  • ราคาและความคุ้มค่า 4.7/5 : ส่วนตัวคิดว่าราคาสมน้ำสมเนื้อ ไม่แพงเกินไป
  • การกลับมาใช้บริการซ้ำ 5/5 : มาแน่นอนครับ อร่อยแบบนี้

สรุปคะแนนรีวิว : 4.78/5

ข้อมูลเพิ่มเติม

SABU YAKINIKU

ที่อยู่ : โรงแรม Hotel Nikko Bangkok ชั้น 3 ซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 55)
เวลาทำการ : เปิด 2 รอบ ช่วงกลางวัน 11:00 – 14:30 น. และเย็น 17:00 – 23:00 น.
โทร : 082-722-7888
การเดินทาง : มีบริการที่จอดรถสะดวกสบาย และห่างจาก BTS สถานีรถไฟฟ้าทองหล่อเพียง 200 เมตรเท่านั้น
Facebook Page : https://www.facebook.com/SABU.YAKINIKU/
Website : https://www.sabuyakiniku.com/