“โรงแรมกินอร่อย ที่มอบประสบการณ์การเข้าพักระดับ Executive ด้วยมาตรฐานสวิสเซอร์แลนด์” นี่น่าจะเป็นนิยามที่สั้น กระชับ และอธิบายความเป็นแบรนด์ Mövenpick ได้ชัดเจนที่สุดจากเรา

หลายคนอาจรู้จักแบรนด์ Mövenpick (อ่านว่า เมอเวนพิค) จากรสชาติไอศครีมระดับพรีเมียม แต่สำหรับนักเดินทาง Mövenpick คือแบรนด์โรงแรมระดับ Executive จากสวิสเซอร์แลนด์ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เด่นทั้งรสชาติอาหาร เด่นทั้งการให้บริการ

วันนี้เราได้มีโอกาสเข้าพัก + รีวิว โรงแรม Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok หนึ่งในสาขายอดนิยมของโรงแรมที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ (ซอยสุขุมวิท 15) มาครับ!! มาดูกันว่าอะไร คือ แรงดึงดูด ที่ทำให้ Mövenpick กลายเป็นขวัญใจนักเดินทางกลุ่ม Executive จนถึงทุกวันนี้!!

ภาพรวมโรงแรม

Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok มีห้องพักทั้งหมด 363 ห้อง ประกอบด้วยตึก 3 ตึกที่เชื่อมถึงกันในส่วน Lobby และ Rooftop ภายนอกเน้นโทนสีขาว-​ดำ แล้วแซมด้วยสีเขียว ในส่วนของสวนหรือสระน้ำ ส่วนภายใน เน้นการใช้วัสดุที่มีพื้นผิวสวยๆ อย่างหินอ่อน, กระจก, ไม้, หินภูเขาไฟ, หินน้ำตก, ฯลฯ มาจัดเรียงให้เกิดลวดลายเรขาคณิตดูแปลกตา โดยยังคงโทนสีเข้มขรึม ให้ความรู้สึกเร้นลับแต่มีลูกเล่นไปพร้อมกัน

แม้ว่า Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok จะเป็นโรงแรมในตึกกลางเมืองที่มีพื้นที่จำกัด แต่สถาปนิกก็จัดการพื้นที่ได้อย่างฉลาด ไม่ว่าจะเป็น

  • การสร้างสระ – สวนเล็กๆ ไว้กลางโรงแรมบริเวณชั้น Lobby
  • การเลือกใช้เพดานสูง เพื่อให้ผู้เข้าพักรู้สึกโปร่งสบาย
  • การสร้างสวนบัว, สวนหย่อม และสระว่ายน้ำ ไว้บนชั้นดาดฟ้า
  • การสร้างช่องรับลม-รับแสงระหว่างแต่ละตึก

ทั้งหมดนี้ ช่วยให้ Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok กลายเป็นโรงแรมกลางเมือง ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และให้ความโปร่งสบายตาแก่ผู้เข้าพักได้เป็นอย่างดีครับผม!!

Living Executive (ประสบการณ์การเข้าพักที่เหนือระดับ)

อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นว่า Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่อยู่ในใจนักเดินทางระดับ Executive จากทั่วโลก ดังนั้นบทความนี้เราจะพาทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์การเข้าพักระดับ Executive ด้วยเช่นกัน มาดูกันครับว่าสิ่งที่ Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok เตรียมไว้ให้ลูกค้า Executive มีอะไรบ้าง เริ่มจาก…

Private Check-in & Check-out

สำหรับแขกโรงแรม Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok ที่มาพักห้องตั้งแต่ระดับ Executive ขึ้นไป จะได้รับสิทธิ์ทำ Private Check-in (และ Check-out) ที่ Executive Lounge ซึ่งอยู่ชั้น 6 ของโรงแรม ด้วยบริการต้อนรับแบบ VIP มีโซฟาให้นั่งรอ มี Reception คอยดูแล มี Welcome Drink เสิร์ฟให้ และเมื่อ Check-in แล้ว พนักงานจะพาเราไปส่งที่ห้องพัก ส่วนถ้าเรา Check-out ก็จะมีพนักงานขึ้นมารับกระเป๋าแล้วไปส่งที่หน้า Lobby

อิ่มสบายแบบส่วนตัวที่ Executive Lounge

สิทธิพิเศษของแขก Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok ที่พักห้องระดับ Executive นั้นรวมอยู่ที่ Executive Lounge นี่ล่ะครับ เพราะจะได้สิทธิ์เข้าใช้ Executive Lounge ได้ตลอดทั้งวัน 6:00 – 23:00 น. โดยที่

  • มีบริการ Buffet มื้อเช้า ตั้งแต่ 6:00-10:30 น. ให้นั่งทานได้แบบส่วนตัว ไม่ต้องแย่งกับใคร (ความหลากหลายน้อยกว่าห้องอาหารด้านล่างแค่นิดหน่อย)
  • มี Light Meal (อาหารว่าง) อาทิ แซนวิช, สปาเก็ตตี้,​ ก๋วยเตี๋ยวผัด และ เครื่องดื่ม (ไม่มีแอลกอฮอล์) ให้บริการ
  • มีบริการ Happy Hour ให้กิน-ดื่ม แบบไม่อั้น ทั้ง Light Meal และเครื่องดื่มทั้งไวน์ เบียร์ ค็อกเทล น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 17:30-20:00 น.

ช่วง Happy Hour ตั้งแต่ 17:30-20:00 น. จะมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริการไม่อั้นครับ ใคร enjoy กับการดื่ม นี่ล่ะชั่วโมงสุขสันต์ของแท้!!

ห้องพัก Suite

สำหรับห้องพักที่เราสองคนเข้าพักเป็นห้อง Suite ซึ่งอยู่บนชั้น 6 (ห้องพักระดับ Executive จะอยู่ชั้น 6 และ 7 ของโรงแรม) ภายในห้องพื้นที่ใช้สอยกว้างมากถึง 63 ตร.ม. (กว้างมว๊ากกกกก!!) แบ่งเป็นห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ห้องน้ำ (พร้อมอ่างอาบน้ำ) และห้องสุขา มีโซนตู้เสื้อผ้าไว้ให้วางกระเป๋า-แต่งตัว แล้วยังมีอีกโซนเล็กๆ ที่มีอ่างล่างแก้ว มีโต๊ะกลม+เก้าอี้นั่ง มีเครื่องชงกาแฟแคปซูลและเครื่องชงชา ไว้ให้คุณได้นั่งจิบเครื่องดื่ม ได้ทานของว่างสบายๆ อีกด้วย!!

ห้องนั่งเล่นกับ TV LED 46 นิ้ว และโต๊ะทำงานตัวยาว

บรรยากาศในห้องเน้นความเข้ม เรียบหรู ด้วยโทนสีขาว ตัดขอบด้วยสีดำและสีน้ำตาลเข้ม แต่ด้วยห้องพักที่เน้นเพดานสูง และการเลือกใช้หน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นวิวสวนสวยๆ ต้นไม้เขียวๆ ของ The Concord และคริสจักรวัฒนา ที่อยู่ตรงข้ามกัน ยิ่งทำให้สดชื่นสบายตามากขึ้น

ในส่วนของเตียงนอนเป็น King Size หนา 12 นิ้ว แบรนด์ Sealy กว้างนอนสบาย มีหมอนให้คนละ 3 ใบ ผ้าปูเตียงและผ้าห่มเนื้อดี ให้สัมผัสนุ่ม หลับสบายดูดวิญญาณ ส่วนตัวเราชอบที่ทางโรงแรมเลือกใช้ไม้จริงปูพื้นห้อง แม้จะมีริ้วรอยจากการใช้งานบ้าง แต่มันเป็นเสน่ห์ของวัสดุธรรมชาติที่ให้ความอบอุ่นดีจริงๆ นอกจากนี้ข้าวของๆ ภายในห้อง ก็ล้วนแต่เลือกใช้ของดี ทั้งพรม, หมอน, โซฟา, เสื้อคลุมอาบน้ำ, ผ้าเช็คตัว ฯลฯ สมกับที่เป็นแบรนด์ Mövenpick Hotel จากสวิสเซอร์แลนด์จริงๆ

นอกจากสิ่งดีๆ ที่กล่าวไปแล้ว ก็มีบางสิ่งที่รู้สึกไม่ถูกใจ คือ ความมืดทึมของห้องพักในเวลากลางคืน เรารู้สึกว่ามืดเกินไปหน่อย แม้จะเข้าใจว่าผู้ออกแบบอาจต้องการให้เป็นโรงแรมแห่งการพักผ่อน ให้บรรยากาศขรึมๆ เท่ๆ แต่ควรมีไฟส่องสว่างในจุดสำคัญ อย่างโต๊ะทำงาน หรือโต๊ะเขียนหนังสือ ที่สว่างเพียงพอต่อการเขียน-อ่าน หรือนั่งทำงานครับ

สำหรับคุณผู้หญิง เราเชื่อว่าคุณจะโปรดปรานพื้นที่แต่งตัวและการออกแบบห้องน้ำของ Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok เพราะเค้ามีอ่างอาบน้ำให้คุณได้นอนแช่สบายๆ มีผลิตภัณฑ์อาบน้ำกลิ่นหอมๆ ให้คุณได้มีความสุขกับการปรนนิบัติตัวเอง แถมยังสามารถเปิดมูลี่เพื่อมองวิวผ่านห้องนอนได้อีกด้วย ^_^

การแบ่งสัดส่วนใช้งานในห้องน้ำก็ทำได้ลงตัว ทั้งแบ่งส่วนเปียง-แห้ง แบ่งห้องสุขา, ห้องอาบฝักบัว, อ่างล้างหน้าและอ่างอาบน้ำ การระบายน้ำ การวางจุดไฟก็ทำได้ดี อีกทั้งยังเลือกใช้วัสดุในการบุผนังห้องน้ำได้อย่างฉลาดด้วยครับ

Welcome set & Breakfast in bed

“ก๊อก ก๊อก มี Welcome Set มาเสิร์ฟค่า…” เป็นเสียงที่เราได้ยินหลัง Check-in เข้ามาในห้องไม่นาน พอเปิดประตูไปรับก็พบพนักงานหน้าตายิ้มแย้ม ยก Welcome Set มาเสิร์ฟ บอกเลยว่าหน้าตาดีมากกกกก…!! ในเซ็ตประกอบด้วยเบเกอรี่ (มาการอง คุกกี้ เค้ก) และผลไม้ (ส้ม ลำไย กล้วยหอม และสตรอว์เบอร์รี) มาถึงโรงแรมปุ๊บ ได้ทานขนมหวานและผลไม้ก็ชื่นใจดี หรือจะโพสต์ท่าถ่ายรูปก็ปังนะจ๊ะ

หมายเหตุ : Set นี้ทางโรงแรมจัดมาต้อนรับเรา ลูกค้าท่านอื่น อาจจะได้หน้าตาแตกต่างกันไปนะครับ

แต่ยังครับ!! ความพิเศษของการเข้าพักระดับ Suite ที่ Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok ยังมีอีกหนึ่งความปังที่สาวๆ จะต้องชื่นชอบ นั่นคือบริการ Breakfast in bed ที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้คุณถึงห้องนอนฟรีๆ เลยทีเดียว!!!

สำหรับเมนูอาหารเช้าของ Breakfast in bed นั้นคุณจะสั่งมาทานเวลาไหนก็ได้ของวัน (วันละ 1 ครั้ง) มีให้คุณเลือกสั่งได้ 4 ตัวเลือก

  1. Bubble in bed : ราคา 1,800 บาท / 2 ท่าน (เซ็ตในภาพของเรา) 
  2. Continental breakfast : ราคา 520 บาท / ท่าน 
  3. Asian breakfast : ราคา 480 บาท / ท่าน 
  4. Mediterranean breakfast : ราคา 520 บาท / ท่าน

เซ็ตในภาพ คือ Bubble in bed เป็นเซ็ตที่มีความหลากหลายมาก (1 เซ็ตสำหรับ 2 ท่าน) มีทั้งไข่เบเนดิกพร้อมผักลวก (อร่อยมากกกก!!), แพนเค้ก, แซลมอนรมควันทานคู่ขนมปังกรอบ, ซีเรียลธัญญพืช,​ สตรอว์เบอร์รี่สด, แชมเปญ, น้ำส้ม, นมสด และกาแฟ รสชาติอาหารดีมาก

ลูกค้าที่พักห้อง Suite จะได้ 4 เมนูข้างบนนี้ฟรีครับ (เราแนะนำเซ็ตแรกคุ้มสุด ถ่ายรูปปังสุด) แล้วถ้าท่านไม่อิ่ม คุณจะไปทานบุฟเฟ่ต์มื้อเช้าที่ Executive Lounge หรือห้องอาหารลีลาวดี (ที่ชั้น Lobby) ต่อก็ได้นะ ^_^

Rooftop Garden & Pool

ที่ชั้นดาดฟ้าของ Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok ถูกออกแบบให้เป็น Rooftop Garden & Pool เพื่อให้แขกของโรงแรมได้มาพักผ่อนหย่อนใจ ได้อารมณ์สวนดาดฟ้ากลางเมืองเลยทีเดียว พื้นที่แบ่งเป็นโซนสระว่ายน้ำ, โซน Rooftop Bar และโซนสระบัว มีเก้าอี้จัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ให้แขกของโรงแรมได้นั่งเล่นชมบรรยากาศได้ทั้งเช้าและเย็น

สำหรับคนชอบถ่ายรูป เราแนะนำมุมสะพานที่เชื่อมระหว่างแต่ละตึกครับ สะพานเหล็กลวดลายเก๋ๆ กั้นขอบด้วยกระจกยาวประมาณ 4-5 เมตร เหมาะเป็นมุมถ่ายรูปเชียวแหล่ะ สะพานนี้มี 2 ฝั่งนะ ฝั่งที่ถ่ายรูปสวยจะอยู่คนละฝั่งกับสระบัวครับ

สำหรับสายชิลล์ เราแนะนำมุมศาลากลางสระบัวครับ เสียดายที่มีอยู่แค่ 2 ศาลา ใครอยากนั่งต้องรีบมาจับจองกันให้ไวนิดนึง (เราขึ้นมาจองตั้งแต่บ่าย 4 เพื่อจะได้มานั่งชิลล์ถ่ายรูปตอน 6 โมงเย็น) มุมนี้บรรยากาศดี ถ่ายรูปสวยมาก แต่ช่วงหัวค่ำจะยุงเยอะนิดนึง สามารถขอสเปรย์ฉีดกันยุงที่พนักงานได้

และไหนๆ ก็ขึ้นมาชิลล์ชมบรรยากาศกันแล้ว เราแนะนำให้สั่งเครื่องดื่มเย็นๆ มาจิบ หรือสั่งมื้อเย็นขึ้นมาทานก็ได้ครับ อาหารที่ Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok จะเป็นสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ผสมกลิ่นอายโมรอคโคนิดๆ อาหรับหน่อยๆ รสชาติดีมาก ทานง่าย ถูกปากเลยทีเดียว!!

อิ่มอร่อยคาว-หวาน ที่ห้องอาหารลีลาวดี

ห้องอาหารหลักของ Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok คือห้องอาหาร “ลีลาวดี” เป็น All day dining ที่ให้บริการอาหารไทยและอาหารนานาชาติ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่มื้อเช้าจะเป็นอาหารแบบบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ที่มีกลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียนนิดๆ อาหรับหน่อยๆ

ตัวห้องอาหารอยู่ที่บริเวณชั้น Lobby ใกล้กับด้านหน้าของโรงแรม โทนสีหลักจะเป็นสีขาวตัดกับสีน้ำตาลแดงและสีดำ ภายในห้องอาหารเน้นใช้กระจกบานใหญ่ เพื่อเปิดให้เห็นสวนสีเขียวด้านนอก ช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สบายตา ให้กับแขกผู้มาใช้บริการ

จุดเด่นของห้องอาหารลีลาวดี คือ “อาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน” ที่มีกลิ่นอายความเป็นอาหรับแฝงอยู่ รวมถึงยังมี Chocolate และของหวานคุณภาพดี ไว้เสิร์ฟให้แขกของโรงแรม ในช่วง Chocolate hour เพื่อสมนาคุณให้แขกของโรงแรมได้อิ่มอร่อยกับของหวานไม่อั้น ตั้งแต่เวลา 16:00 – 17:00 น. ทุกวัน

Chocolate Hour ฟรี!! ช็อคโกแล็ตแสนอร่อย 1 ชั่วโมงเต็ม

ไฮไลท์ของโรงแรมแบรนด์ Mövenpick คือการจัด Chocolate Hour บริการฟรี 1 ชม. ทุกวัน ให้กับแขกที่มาพักในโรงแรม สำหรับที่ Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok นั้น ทางโรงแรมจะจัด Chocolate Hour ที่ห้องอาหารลีลาวดี ตอน 16:00 – 17:00 น.

รายการขนม มีให้เลือกเยอะมาก ทั้ง ทีรามิสุ วนิลลาครีมบูเล่ เค้กสตรอว์เบอร์รี เค้กบลูเบอร์รี่ มาการองไส้วนิลลา คุกกี้ช็อกโกแลต ช็อคโกแลตสวิสเซอร์แลนด์ ฟองดูว์ช็อกโกแลตจุ่มคู่กับผลไม้และมารช์แมลโล

เราว่าเนื้อเค้กสปอนจ์ของเค้กสตรอว์เบอร์รี กับเค้กบลูเบอร์รี่ เนื้อเนียนดี นุ่มเบาละเอียด คุณภาพดีกว่าเค้กสปอนจ์ในโรงแรมใหญ่ๆ หลายโรงแรมซะอีก ยัยหมวยชอบวนิลลาเครมบรูเล่ และทีรามิสุ รสอร่อยเข้มข้น หวานนิดๆ กำลังดี ทานเยอะก็ไม่เลี่ยน

นอกจากนี้ห้องอาหารลีลาวดี ยังมีเมนูเครื่องดื่ม Signature ที่เกิดจากการผสมเครื่องดื่ม Chocolate เข้ากับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (หรือจะไม่แอลกอฮอล์ก็แจ้งพนักงานได้) แต่ละแก้วล้วนคิดค้นและตกแต่งอย่างสวยงาม สร้างสรรค์

รสชาติ Chocolate คุณภาพจากสวิสแลนด์ ผสมเข้ากับไอเดียสร้างสรรค์เครื่องดื่ม กลายเป็น Signature Drink เครื่องดื่มผสมขนมหวานกว่า 30 เมนู ที่ยั่วยวนใจสุดๆ แม้จะลองชิมทั้ง 30 เมนูไม่ไหว แต่เราก็มี 3 เมนูแนะนำ มาชวนให้คุณลองครับผม (เวลาสั่งเลือกความเข้มข้นของ Chocolate ได้นะ ว่าจะเป็น 70%, 80% หรือ 90%)

หมายเหตุ : เมนูเครื่องดื่ม ไม่รวมอยู่ใน Chocolate Hour นะครับ ต้องจ่ายเงินต่างหาก

  1. MVP Tiramisu (ราคา 360 บาท ส่วนผสม คือ white chocolate vodka, rum, almond syrup, baileys Irish cream, kahlua, cream) แก้วนี้เหมาะกับ Chocolate Lover จริงๆ เวลาที่ดื่มเข้าไปจะมีกลิ่นมะพร้าวนิดๆ  มีความเนียนช็อกโกแลตไม่หวานพุ่ง บริเวณปากแก้วมีช็อกโกแลตโรยอยู่ตามขอบ เวลาดื่มต้องค่อยๆ ละเลียดให้ทีรามิสุผสมกับช็อกโกแลต ฟินน์มาก!!! รู้สึกตัวอีกทีก็กินช็อกโกแลตรอบๆปากแก้วหมดแล้ว
  2. Chocolate Castro (ราคา 360 บาท ส่วนผสม คือ Hennessy V.S.O.P, Rum, Baileys Irish, Cream, Swiss Chocolate, Cream) เป็นเครื่องดื่มร้อนค่อนข้างแรงที่อยากแนะนำ ช็อกโกแลตอุ่นๆ ท็อปปิ้งด้วยวิปปิ้งครีมเย็นๆ แล้วก็ช็อกโกแลตแท่งของ Movenpick เวลาดื่มให้กินทั้ง 3 อย่างพร้อมๆกัน จะได้ความรู้สึกทั้งเย็น ทั้งอุ่น มีรสช็อกโกแลตเข้มข้น เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเนื้อช็อกโกแลตดีมากกกกกก
  3. Mickey Tattoo (ราคา 200 บาทสุทธิ ส่วนผสม คือ Coconut Cream, White Swiss Chocolate, Fresh milk, Chocolate Flakes) แก้วกลมๆ ตัวนี้เป็นม็อคเทลช็อคโกแลตเย็นผสมน้ำนมมะพร้าว นมข้างบนมีมิ้นท์โรยด้วยผงช็อกโกแลต  ท็อปปิ้งด้วยวิปครีม แนะนำให้ดื่มเข้าไปหมดเลยทีเดียวจะได้กลิ่นมิ้นท์ ผงช็อกโกแลต ซึ่งน้ำนมมะพร้าวแบบนี้อาจจะไม่ถูกจริตคนไทยเท่าไหร่นัก แต่เราว่าฝรั่งชอบกินมะพร้าวแบบนี้
Chocolate Castro

เมนูแนะนำห้องอาหารลีลาวดี

จบจาก Chocolate Hour แล้ว เราก็มาดูอาหารจานหลักของห้องอาหารลีลาวดีกันบ้าง อย่างที่บอกไปว่าที่นี่เค้าดีเด่นเรื่อง “อาหารเมดิเตอร์เรเนียน กลิ่นอายอาหรับ” ที่ทั้งจัดจานสวยเว่อร์ ทานง่าย และรสชาติถูกปากเราสุดๆ

มาดูกับครับว่า ภายใต้การดูแลของ “เชฟ โอมาร์ (Executive Chef Omar Khatib)” Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok จะมีเมนูอร่อยอะไรมายั่วน้ำลายเราบ้าง!!

1. Salmon Tatar : ราคา 480 บาท

เมนูสุดเฮลตี้ สลัดปลาแซลมอนแบ่งเป็น 4 เลเยอร์  ด้านบนสุดจะเป็นแซลมอน 2 ชนิด 2 รสชาติ ผสมกันทั้งความหวานของแซลมอนสด และความเค็มนิดๆของแซลมอนรมควัน ทานคู่กันแล้วยิ่งเพิ่มความหอมอบอวลในปากมากขึ้น ชั้นที่สองจะเป็นอะโวคาโดหั่นเล็กๆ มีรสออกหวานมันนิดๆ  ชั้นที่สามเป็นไข่ขาวสับหยาบ  และชั้นล่างสุดเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้สุก เป็นการนำส่วนผสมสุดครีเอท แนะนำให้ทาน 4 ชั้นพร้อมกันในคำเดียวเลย ยิ่งทำให้สัมผัสความกลมกล่อมจากส่วนผสมที่ลงตัวในแต่ละชั้น

2. Hummus : ราคา 240 บาท

ฮัมมัส เป็นอาหารเฮลตี้แบบจิ้มเป็นที่นิยมทั่วตะวันออกกลาง โดยใช้ถั่วลูกไก่เนื้อเนียน (check pea) และวางเนื้อไว้ตรงกลาง ทานคู่กับน้ำมันมะกอก และขนมปังพิต้า แผ่นขนมปังที่โดนความร้อน กลิ่นหอมๆ ยิ่งกระตุ้นต่อมเจริญอาหาร เป็นอีกหนึ่งเมนูที่รสชาติเข้ากันดีครับ

3. Biryani Rice Lamb Shank : ราคา 410 บาท

ข้าวอบแพะที่ใช้ข้าวบาสมาติ (basmati rice) ซึ่งเป็นข้าวแถบเลบาบอนคลุกเคล้าผสมเครื่องเทศ 5 ชนิด ทำให้มีข้าวกลิ่นหอม รสชาติดี อบอวลในปากมากให้ความรู้สึกเหมือนเราไปทานร้านอาหารหรูๆ ที่อิหร่านหลายปีก่อนเลย ส่วน  lamb shank หมักด้วยเครื่องเทศพิเศษที่ทำให้เนื้อนุ่ม ไม่มีกลิ่นสาปเลย รับรองว่าเด็ดมากจ้าพี่จ๋า

4. Mixed grill : ราคา 840 บาท

เมนูสารพัดเนื้อกริลล์ ทั้ง kabab, สันในแกะ, อกไก่ย่างสไตล์ตะวันออกกลาง,  lamb chop และปีกไก่บน เป็นอีกเมนูที่เราชอบความหอมของกลิ่นสารพัดเนื้อย่าง หมักเครื่องเทศมาเข้าที่ดี เนื้อนุ่ม (ไม่มีกลิ่นเครื่องเทศแบบอินเดียนะ) เนื้อส่วนที่เป็นอกไก่ยังนุ่ม ไม่สากหรือแห้งเลย เสิร์ฟพร้อมหอมใหญ่, มะเขือเทศย่าง, เฟรนซ์ฟราย ทานแบบไม่จิ้มก็รสชาติเข้มข้น หรือจะจิ้มกับซอสมะเขือเทศ หรือซอสกระเทียมสูตรพิเศษที่ปราศจากกลูเตน  (เป็นที่เดียวในประเทศไทยที่เป็น Gluten free)

5. Mediterranean Snow Fish : ราคา 840 บาท

ปลาหิมะจากฝรั่งเศส ตกแต่งจานมีสีสันน่ารักประดับด้วยดอกไม้หลากสี ยิ่งทำให้อาหารดูน่าทานมากขึ้น  เนื้อปลาแน่นหวานสด ฉ่ำกำลังดี เสิร์ฟคู่กับซอสครีมแชมเปญผสมตะไคร้ (Champagne Lemongrass crème sauce) ทำให้รสออกเปรี้ยวกลมกล่อม แนะนำให้ทานปลาหิมะ, มันฝรั่งหั่นเต๋า,หัวหอมและถั่วลันเตาบดละเอียดพร้อมกันในคำเดียว จะยิ่งเข้ากันมากๆ

6. Aish Al Saray (เอช อัล ซาราย) : ราคา 320 บาท

เมนูนี้เป็น Lebanese cheesecake มีความ fusion ที่อร่อยมาก ใช้ส่วนประกอบหลักคือชีส โดยเนื้อชีสจะเบากว่าชีสเค้กที่เคยทาน โรยด้านบนด้วยถั่วพิสตาชิโอ้บดหยาบ พอเอาเข้าปากได้กลิ่นหอมๆ ของกุหลาบ Rose water รสหวานน้อย ไม่เลี่ยนเลย เวลากินก็ตักซอสมาผสมกับขนมสักนิดจะยิ่งอร่อยขึ้นไปอีกครับ

7. Chocolate brownie: ราคา 280 บาท

บราวนี่ช็อคโกแลตเข้มข้นชั้นดีนำเข้าจากสวิสเซอร์แลนด์  เนื้อฉ่ำ เนียนแน่น หวานน้อย ทานคู่กับซอสวนิลลายิ่งเพิ่มความหวานมันกลมกล่อม หรือจะทานคู่กับซอสวิปครีม ครัมเบิลที่กรุบกรอบ และถั่วมะม่วงหินพานต์  ก็เพิ่มเทคเจอร์ทำให้เคี้ยวสนุก

8. Bakalava : ราคา 280 บาท

หน้าตาเมนูขนมหวานนี้ทำให้เราได้ตื่นเต้นมากกก อาจดูเหมือนปอเปี๊ยะทอด แต่ไม่ใช่นะ ตัวแป้งด้านนอกบางกรอบมาก ทอดไม่อมน้ำมัน ภายในอัดแน่นๆ ด้วยสารพัดถั่วหลากหลายชนิด  เคี้ยวสนุกกรุบกรอบ ซึ่งเชฟใช้เนยพิเศษนำเข้าจากเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งจะมีความหอมมากกกว่าเนยปกติ และราคาสูงกว่าเนยทั่วไปถึง 5 เท่า รสชาติเป็นยังไง ต้องมาลองเองจ้า!!

คะแนนรีวิวจากหนีงานไปเที่ยว

อ่านมาถึงบรรทัดนี้ ทุกคนคงเห็นแล้วว่า “โรงแรมกินอร่อย ที่มอบประสบการณ์การเข้าพักระดับ Executive ด้วยมาตรฐานสวิสเซอร์แลนด์” ที่เรานิยามไว้ตอนต้นเป็นอย่างไร Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok แม้จะมีคาแรคเตอร์เป็นโรงแรมที่มีความเท่ ขรึม เหมาะสำหรับนักเดินทางกลุ่ม Executive แต่ก็ยังมีความ “กล้าให้” เป็นจุดขาย ไม่ว่าจะเป็น

  • Chocolate Hour ช่วง 16:00 – 17:00 น. ที่ให้แขกของโรงแรมได้เต็มอิ่มกับ Complimentary snack แบบไม่อั้น 1 ชั่วโมงฟรีๆ หรือจะซึ่งคะแนนรีวิวจากเราเป็นดังนี้ครับ
  • Happy Hour ช่วง 17:30 – 20:00 น. ที่ให้ลูกค้า Executive ได้เพลิดเพลินกับอาหารว่างและเครื่องดื่มแบบไม่อั้นที่ Executive Lounge
  • บริการ Breakfast in bed กับเมนูอร่อยให้เลือกทานฟรีถึง 4 แบบ

การ “กล้าให้” แบบนี้ ทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความ “คุ้มค่า” จนอยากจะกลับมาใช้บริการซ้ำในโอกาสถัดไปได้ดีมากเชียวละครับ คะแนนรีวิวจากหนีงานไปเที่ยว เป็นดังนี้ครับ

  • ดีไซน์โรงแรมและการวางเลย์เอาท์ : 4.5/5
  • ห้องพัก Executive Suite : 4.5/5
  • คุณภาพและรสชาติอาหาร : 4.8/5
  • การบริการและความใส่ใจ : 4.2/5
  • ความคุ้มค่าในการใช้บริการ : 4.7/5

รวมคะแนนรีวิวจากหนีงานไปเที่ยว : 4.54/5

ข้อมูลเพิ่มเติม

Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok
โรงแรมเมอเวนพิค สุขุมวิท 15 กรุงเทพ

ที่อยู่ : ซอยสุขุมวิท 15, ถนนสุขุมวิท, คลองเตยเหนือ วัฒนา กทม. 10110
โทร : 02-119-3100
Website :  https://www.movenpick.com/th/asia/thailand/bangkok/bangkok/overview/
Facebook Page : https://www.facebook.com/movenpickBKK/
IG : https://www.instagram.com/movenpickbangkok/
พิกัด : https://g.page/movenpick-bkk-sukhumvit?share