ประเทศทูร์เคีย (ตุรกี) มีความโดดเด่นในเรื่องของประวัติศาสตร์, สถาปัตยกรรม และศิลปวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันออกแบบออตโตมัน กับศิลปะตะวันตกแบบกรีก-โรมันได้อย่างลงตัว เต็มไปด้วยอารยธรรมอันงดงาม, สิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่สวยงาม, มีสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่มากมาย, มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสวยๆ เแปลกตาไม่เหมือนที่ใดในโลก มาแล้วถึงกับต้องร้องว๊าวดังๆ OMG!!

ทูร์เคีย (ตุรกี) ไปง่ายมากกก!!! แค่มีตั๋วเครื่องบิน และ Passport ก็บินได้ฉลุย ไม่ต้องขอวีซ่า ไม่ต้องกักตัว อยู่ได้ 30 วัน อาหารกินง่ายมีทั้งเคบับ, ปลาย่าง, ไก่ย่าง, ซีฟู้ดอร่อยๆ, ไวน์, น้ำผลไม้คั้นสด และค่าครองชีพก็ไม่ได้แพงเกินบ้านเรา เป็นประเทศมุสลิมที่เราสามารถแต่งตัวได้สบายๆ ไม่ได้เคร่งมากจะคลุมผ้าเฉพาะเข้าเวลามัสยิดเท่านั้น คนไทยเที่ยวได้ง่ายมากกกก!!

อิสตันบูล (Istanbul)

อิสตันบูล (Istanbul) เป็นเมืองแรกที่เรามาถึงประเทศทูร์เคีย (ตุรกี) พอได้มาสัมผัสเมืองอิสตันบูลก็ได้แต่ร้องว๊าวรัวๆ จนคอแห้งไปหมดเลย มีความสวยงามทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม วัฒนธรรม ผู้คน ถ้าชอบเดินตรอกซอกซอยจะมีย่านเมืองเก่าอิสตันบูล ตลาดเก่า ร้านขนม คาเฟ่ ให้เราเดินเล่นถ่ายรูปจนเพลินแทบจะลืมเวลาเลยค่ะ ที่เที่ยว ที่กิน โอ๊ย!! ดีมากกก ปูเป้เลยขอ รวมพิกัดอิสตันบูล (Istanbul) เที่ยวได้จุกๆ ไม่ซ้ำแบบใคร (อัพเดท 2022) มาฝากกันค่ะ

อิสตันบูล (Istanbul) เดิมชื่อคอนสแตนติโนเปิล เคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิออตโตมันจนถึง ค.ศ. 1923 เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศทูร์เคีย (ตุรกี) และทวีปยุโรป เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของประเทศ และอิสตันบูล (Istanbul) ก็ยังเป็นเมืองเชื่อมทวีปยูเรเชียโดยตั้งระหว่างช่องแคบบอสพอรัส ระหว่างทะเลมาร์มาราและทะเลดำ มีชื่อเสียงทางด้านศูนย์กลางการค้าและประวัติศาสตร์ของฝั่งยุโรป

อิสตันบูล (Istanbul) ถือว่าเป็นสะพานเชื่อมระหว่างซีกโลกตะวันออกและตะวันตก ซึ่งทำให้เป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลกที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) มีพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 3 ของทั้งประเทศ และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย) ประกอบด้วยที่ราบสูงในตอนกลางของประเทศ มีความยาวมากกว่า 1,600 กม. และกว้างประมาณ 800 กม. แหล่งท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของเมืองอิสตันบูล (Istanbul) คือ ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกและศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและความบันเทิงของเมืองตั้งอยู่ในเขต Beyo Hornlu

อ้างอิงข้อมูลจาก : Wikipedia.org

อิสตันบูล (Istanbul) ถือว่าเป็นเมืองระดับโลกที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามแปลกตา และมีความยิ่งใหญ่ไม่เหมือนที่ใดในโลก และนี่เป็นครั้งที่ 2 ที่ปูเป้และพี่ต้นมาอิสตันบูล (ครั้งแรกไปเดือนเมษายน 2022 รวม 11 วัน 8 คืน) และครั้งนี้ไปเดือนตุลาคม 2022 รวม 9 วัน 7 คืน อากาศที่อิสตันบูลกำลังดี เย็นสบายมาก กลางวันอุณหภูมิประมาณ 20-23 องศา เดินชิลล์ได้เลย ส่วนค่ำๆ ก็หนาวหน่อยอุณหภูมิประมาณ 14-18 องศา บางพื้นที่อาจมีฝนตกปรอยๆ บ้าง เพราะเราไปช่วงปลายฝนต้นหนาวมันก็จะประมาณนี้ ช่วงเดือนตุลาคมนี้ก็ถือเป็น High Season คึกคัก ดูมีชีวิตชีวา สนุกสนาน มีนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศ อยู่ที่นี่เพียบ!! ทั้งไทย, เกาหลี, ญี่ปุ่น, อเมริกา, ยุโรป ฯลฯ

รีวิวนี้จึงขอ รวมพิกัดอิสตันบูล (Istanbul) เที่ยวได้จุกๆ ไม่ซ้ำแบบใคร (อัพเดท 2022) ทั้งที่เที่ยว ที่กิน รูฟท็อป ที่รวมทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม อาหารการกิน สินค้าชอปปิ้ง ฯลฯ มาฝากกันค่ะ

รวมบทความ และคลิปเที่ยวเมืองทูร์เคีย (ตุรกี)

มาเตรียมพร้อมก่อนหนีงานไปเที่ยวต่างประเทศ

ถ้าอยากเที่ยวทูร์เคีย (ตุรกี) ให้สนุก ปลอดภัย ไร้กังวล ก่อนเดินทางปูเป้และพี่ต้นแนะนำให้ทำ ซิกน่าประกันเดินทางต่างประเทศ (Cigna) ไว้อุ่นใจหายห่วง เพราะการเดินทางอาจจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันได้เสมอค่ะ แม้เราจะคอยระมัดระวังแล้วก็ตาม เช่น เครื่องบินดีเลย์, กระเป๋าล่าช้า, กระเป๋าหาย, เจ็บป่วย, เกิดอุบัติเหตุ หรือทรัพย์สินสูญหาย เมื่อเราทำประกันการเดินทางไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่า เราจะได้คุ้มครองทั้งค่ารักษาพยาบาล และได้รับการชดเชยครบครันเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ไหนๆ ไปเที่ยวแล้วก็อยากเที่ยวแบบสบายใจค่ะ

ซิกน่าประกันเดินทางต่างประเทศ (Cigna)

มีหลายแผนให้เลือกทั้งแบบรายครั้ง และรายปี สำหรับคนเดินทางบ่อยๆ แบบปูเป้มากกว่า 3-4 ครั้ง/ปี แนะนำให้ซื้อ “ประกันการเดินทางแบบรายปี” ซื้อครั้งเดียวจบ, คุ้มครองไม่จำกัดจำนวนครั้งของการเดินทาง, ไม่ต้องกังวลกับการเลือกแผนซื้อประกันภัยทุกครั้งก่อนออกทริป และยังมีการคุ้มครองโรคระบาดอย่างไวรัสโควิด 19 ทุกแผนด้วยค่ะ โดยประกันการเดินทางจะมีทั้งแผนเอเชีย, เชงเก้นใช้ยื่นขอวีซ่าได้ทั่วโลก โดยสามารถเลือกจำนวนวันได้ตั้งแต่ 30-180 วันต่อทริปได้อีกด้วย

ก่อนออกเดินทางสามารถซื้อ ซิกน่าประกันเดินทางต่างประเทศ (Cigna) ผ่านเว็บไซต์ได้เลย หลังชำระเงินเรียบร้อยเราจะได้รับกรมธรรม์ประกันภัยส่งเข้า Email ทันที ซื้อง่าย และสะดวกมากค่ะ
ลิ้งค์นี้ได้รับส่วนลดพิเศษ 15% เมื่อซื้อ แผนประกันการเดินทางรายเที่ยว และรายปี

ฟีเจอร์ใหม่ !! “Auto Claim Flight Delay”

  • สบายใจกับชดเชยเมื่อเที่ยวบินดีเลย์เกิน 6-72 ชั่วโมง
  • อัปเดตแจ้งเตือนเมื่อไฟลท์บินดีเลย์ผ่าน SMS และ Email ตลอดการเดินทาง
  • สรุปยอดเคลมทันใจหลังกลับจากต่างประเทศโดยอัตโนมัติ ไม่เสียเวลา
  • สะดวกเคลมผ่านช่องทางออนไลน์ ง่ายดาย

รวมพิกัดอิสตันบูล (Istanbul) เที่ยวได้จุกๆ ไม่ซ้ำแบบใคร (อัพเดท 2022)

รีวิวนี้จะรวบรวมพิกัดอิสตันบูล (Istanbul) ทั้งที่เที่ยว ที่กิน รูฟท็อป ที่รวมทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม อาหารการกิน สินค้าชอปปิ้ง ฯลฯ มาฝากกันค่ะ

1. ตะลุยถ่ายรูปเทศกาลดอกทิวลิปบานสะพรั่งที่ Emirgan Park

ปูเป้และพี่ต้นไปเที่ยวทูร์เคียครั้งแรกช่วงเดือนเมษายน พอลงเครื่องบินที่สนามบินอิสตันบูล (Istanbul) ปุ๊ปก็รีบตรงดิ่งมาเก็บความงามของทุ่งดอกทิวลิปหลากสีสวยๆ ที่สวนสาธารณะ Emirgan park ซึ่งทุกปีอิสตันบูล (Istanbul) จะมีการจัดงาน “Istanbul Tulip Festival” เทศกาลดอกไม้งาม ดอกทิวลิปเป็นประจำในเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม (ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับดอกทิวลิปบานสะพรั่งงานเทศกาล “Amsterdam Tulip Festival”)

ช่วงที่ปูเป้ไปชมเทศกาลดอกทิวลิปวันที่ 14 เมษายน 2022 ที่เมืองอิสตันบูล (Istanbul) แอบเสียดายนิดหนึ่งที่ดอกทิวลิปยังไม่บานสะพรั่งเต็มที่ การบานของดอกทิวลิปจะขึ้นอยู่กับอากาศ อุณหภูมิ แสงแดดในปีนั้นๆ ด้วย ซึ่งอากาศช่วงเดือนมีนาคม 2022 มีหิมะตก อากาศหนาว อุณหภูมิเย็นกว่าปีก่อนๆ เลยส่งผลทำให้ดอกทิวลิปบานช้า (ถ้าปีไหนมีแดดเยอะ อุณหภูมิสูงขึ้นจะทำให้ดอกทิวลิปบานเร็วขึ้น) จากที่คาดการณ์คิดว่าดอกทิวลิปน่าจะ full bloom สวยๆ ประมาณปลายเดือนเมษายนค่ะ

แม้เราไม่ได้มาช่วงที่ดอกทิวลิปบานสวยที่สุด แต่มาที่นี่แล้วเราจะได้รูปสวยพร้อมทุ่งดอกทิวลิปกลับไปแน่นอนค่ะ ปูเป้และพี่ต้นประทับใจการจัดสวนดอกไม้ที่สวนสาธารณะ Emirgan park ที่เมืองอิสตันบูล (Istanbul) มากๆ ทั้งทุ่งดอกทิวลิปหลากสีสวยงาม, มีการออกแบบแลนด์สเคปของสวนดอกไม้ล้อมรอบด้วยต้นไม้เขียวๆ ได้ร่มรื่นสวยมากทั้งบนเนินเขาและสองข้างทางเดินประดับด้วยน้ำตก, สะพานเดินข้าม, กรงนกสีขาวดีไซน์ มองไปทางไหนก็สดชื่น เป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินที่อิสตันบูล (Istanbul) ที่คนท้องถิ่นนิยมมาปิกนิก และมาเดินถ่ายรูปมากๆ ค่ะ

ทำไมต้องมาทุ่งดอกทิวลิป ??

ประเทศทูร์เคีย (ตุรกี) นี่แหละเป็นต้นกำเนิด “ดอกทิวลิป” ตัวจริง ซึ่งเป็นตัวแทนความหรูหราตั้งแต่ในช่วงศตวรรษที่ 10  !! ไม่ใช่ “ประเทศเนเธอร์แลนด์” ที่เข้าใจนะทุกคน!! เดิมทีแล้วดอกทิวลิปป่าเติบโตเองทั่วทั้งประเทศทูร์เคีย (ตุรกี) และเอเชียกลาง ต่อมาเริ่มมีการเพาะปลูกจริงจังในสมัยจักรวรรดิออตโตมัน และได้รับความนิยมมากขึ้นในสมัยของสุลต่านอาห์เมตที่ 3 (Sultan Ahmet III) จนมีการยกย่องให้ “ดอกทิวลิป” เป็นดอกไม้ประจำชาติสมัยอาณาจักรออตโตมัน ซึ่งจะเห็นได้จากตราสัญลักษณ์ต่างๆ จะมีดอกทิวลิปเป็นองค์ประกอบ และปลูกไว้ในวังของสุลต่านในยุคนั้นๆ 

ในศตวรรษที่ 16  ประเทศทูร์เคีย (ตุรกี) ได้ส่งออก “ดอกทิวลิป” ไปประเทศเนเธอร์แลนด์จนกลายเป็นที่รู้จัก ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าดอกทิวลิปปลูกขึ้นที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ จากนั้นถัดมาในศตวรรษที่ 18 ก็มีการจัดงานเทศกาลดอกทิวลิปขึ้นมากมายเรื่อยๆ

ประเทศทูร์เคีย (ตุรกี) ได้นำลวดลายของดอกทิวลิปมาใช้อย่างแพร่หลาย และพบเห็นได้ทั่วประเทศจนเรียกว่ายุค “Lale Devri” (ยุคแห่งดอกทิวลิป) ถือว่าเป็นยุคที่ร่ำรวยที่สุดของจักรวรรดิออตโตมันเลย! ซึ่งดอกทิวลิปเป็นตัวแทนของความหรูหราโอ่อ่า ตอนที่เราไปเดินในพระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahçe Palace)  จะเห็นดอกทิวลิปเยอะมากๆ ทั้งลายบนพรม, กระเบื้อง, โคม chandelier ในพระราชวัง,  อาวุธ, เซรามิก, แก้วใส่ชา, มัสยิด และลายผ้าต่างๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม
พิกัด :  https://goo.gl/maps/kxMms6R8ALFDkysD8
Website :  Emirgan Park

2. เช็คอิน Rooftop สุดฮิตที่ Seven Hills restaurant

นี่คือ จุดเช็คอินร้านอาหารบนชั้นดาดฟ้า มี Rooftop สุดฮิตของอิสตันบูล!! จัดได้ว่าเป็นร้านอาหารที่วิวดีมากก บรรยากาศสวย โรแมนติก ไฮไลต์ของที่นี่ คือ วิวบนดาดฟ้าสวยสุดปังที่เห็นความสวยงามจากมุมสูงของ 2 สถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ของอิสตันบูล นั่นคือ Blue Mosque (มัสยิดสุลต่านอาเหม็ด) จะอยู่ฝั่งซ้ายมือ และ Hagia Sophia (มหาวิหารฮาเกียโซเฟีย) จะอยู่ฝั่งขวามือ มาที่เดียวได้มุมถ่ายรูปสวยคูณสองเลยค่ะ

มาที่ Seven Hills restaurant เมืองอิสตันบูล (Istanbul) ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีภาพถ่ายคู่กับนกบินโฉบแน่ๆค่ะ!! เพราะทางร้าน Seven Hills restaurant จัดเต็มเอาใจลูกค้า โดยจะวางเฟรนช์ฟรายส์ทอดของที่ทานไม่หมดของลูกค้าคนอื่นๆ ไว้ใกล้จุดถ่ายรูปเพื่อให้ทุกคนได้หยิบเฟรนฟรายส์ไว้ในมือ เตรียมตั้งกล้องถ่ายรูปไว้เลยค่ะ พอตั้งท่าโพสต์ปุ๊ปจะมีนกบินลงมาโฉบคาบไป นี่คืออีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้ภาพสวย สนุก และตื่นเต้นมากกกก!!

เมื่อมาถึงทูร์เคียแล้ว ก็อยากแนะนำให้ลองสั่ง Turkish Coffee กาแฟสไตล์ตุรกี รสชาติเข้มข้นและกลิ่นที่หอมกรุ่นเสริ์ฟในแก้วกาแฟสีสันสดใสขนาดถ้วยเล็กน่ารัก จะให้มาพร้อมกับ Turkish Delight (ขนมหวานสไตล์ตุรกีที่ทำจากเจลแป้งและน้ำตาล ) พอได้กาแฟแล้วเอาไปถ่ายรูปเก๋ๆ กับ Blue Mosque ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองอิสตันบูลก็สวยค่ะ

ปูเป้กับพี่ต้นเลยสั่งอาหารเช้าแบบท้องถิ่น ที่นี่จะเรียกว่า “Turkish Organic Breakfast” ราคาคนละ 310 TL (รวมชาตุรกีแบบ Refill) อาหารเช้าสไตล์ตุรกีจะเสริ์ฟเป็นจานเล็กเยอะๆ มีทั้ง Cold Plate (แซลมอนรมควัน, มะเขือเทศ, Tomato, Cucumber, Pepper, Arugula, Cheese Plate (ชีส White Cheese, Herbed Cheese, Helix Cheese, Chechil Cheese, Turkish Kasseri Cheese), Jam Plate ขนมปัง, , Hot Snacks (ไข่ดาว, ซาลามี่, ไส้กรอกย่าง, ไข่ต้มกับซอส, ไข่กระทะ, สลัดมันฝรั่ง, เฟรนฟรายซ์, ปอเปี๊ยะสอดไส้ผักโขม, ปอเปี๊ยะสอดไส้ชีส, มินิพิซซ่า, แป้งทอด ,ผลไม้อบแห้ง, มะเขือเทศ, แตงกวา และผลไม้สด แม้หน้าตาจะดูแปลกแต่รสชาติก็อร่อยถูกใจมากค่ะ นอกจากนี้ก็มีอาหารอื่นๆ เช่น กุ้ง ไก่ย่าง ปลาย่าง ซุป สลัด ไวน์ และของหวาน

ข้อมูลเพิ่มเติม
พิกัด :   https://g.page/SevenHillsRestaurant?share
Website :  Seven Hills rooftop restaurant

3. มัสยิดสุลต่านอาเหม็ด (Sultan Ahmed Mosque)

มัสยิดสุลต่านอาเหม็ด (Sultan Ahmed Mosque) หรือมัสยิดสีฟ้า (Blue Mosque) ภาพมัสยิดนี้เราเห็นบ่อยสุดๆ เสมือนเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอิสตันบูล (Istanbul) เลย!! มัสยิดสุลต่านอาเหม็ดเป็นมัสยิดสมัยออตโตมันที่ตั้งอยู่ในอิสตันบูลมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์โดดเด่นด้วยการตกแต่งภายในที่วิจิตรสวยงาม เราไปที่นี่ทั้ง 2 ครั้งช่วงเดือนเมษายน และตุลาคม 2022 ระยะเวลาห่างกัน 6 เดือน ภายในมัสยิดก็ยังอยู่ในระหว่างปรับปรุงซ่อมแซมทำให้ไม่ได้เห็นความสวยงามอลังการของมัสยิดแห่งนี้ เสียดายมากๆ เลยขอนำภาพด้านในจากเว็บไซต์ของ Wikipedia และมัสยิดมาฝากค่ะ

มัสยิดสุลต่านอาเหม็ดที่เมืองอิสตันบูล (Istanbul) สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1609-1616 โดย Sedefkar Mehmed Agha ตามคำสั่งของสุลต่านอาห์เมตที่ 1 (Sultan Ahmed I) ซึ่งต้องการสร้างมัสยิดแห่งนี้ให้มีขนาดใหญ่กว่ามหาวิหารฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sophia) ของศาสนาคริสต์เพื่อแสดงอำนาจอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรออตโตมัน

โครงสร้างของมัสยิดสุลต่านอาเหม็ด (Sultan Ahmed Mosque) อิสตันบูล (Istanbul) ออกแบบได้สวยงามมาก ประกอบด้วย 5 โดมหลัก, 8 โดมรอง และ 6 หอคอยรูปดินสอ ถือเป็นหนึ่งใน 3 มัสยิดในประเทศทูร์เคีย (ตุรกี) ภายในมัสยิดประดับประดาด้วยทองและอัญมณี, ตกแต่งโดดเด่นด้วยกระเบื้องสีฟ้าประดับกำแพงมากกว่า 20,000 ชิ้น ด้วยลวดลายดอกไม้สีฟ้าต่างๆ ทั้งดอกกุหลาบ ทิวลิป คาร์เนชั่น, มีหน้าต่างกระจกสีมากกว่า 200 บาน และมีการออกแบบอย่างประณีตให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามา พร้อมกับโคมไฟระย้ามีความอลังการมากค่ะ

คำแนะนำ : ก่อนเข้ามัสยิดควรแต่งกายให้มิดชิด ผู้หญิงไม่ควรใส่เสื้อสายเดี่ยว แขนกุด กระโปรงสั้น และเตรียมผ้าสำหรับคลุมผม หรือใส่เสื้อแขนยาวพร้อมฮู้ดคลุมศีรษะก็ได้

ข้อมูลเพิ่มเติม
พิกัด :  https://goo.gl/maps/Gm9S1aG3eKtu3rK18
อ้างอิง : https://www.jointtravel.com/turkey-travel-information/sultan-ahmet-mosque.html/
Website : http://www.sultanahmetcamii.org/

4. Hagia Sophia (มัสยิดฮาเกียโซเฟีย)

แค่ดูจากรูปที่นี่ก็สวยมากกก!! พอได้เดินเข้าไปเห็น มัสยิดฮาเกียโซเฟียอันศักดิ์สิทธิ์ (Hagia Sophia) ด้วยตาตัวเองจริงๆ แลัวภาพที่เห็นทำให้ใจสั่น อ้าปากค้างกับความสวยงามและการออกแบบของสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่อลังการ เราสองคนใช้เวลานั่งบนพื้นพรมแล้วค่อยๆ ใช้สายตาซึมซับ และเก็บรายละเอียดในแต่ละจุดของมัสยิดนี้จนจุใจ สมกับความยิ่งใหญ่ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง และยังเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ของอิสตันบูล (Historic Areas of Istanbul) ที่ได้รับการจดทะเบียนขึ้นเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก ในปี ค.ศ. 1985 ที่นี่สวยว้าวทุกมุมมองมากๆ มองเพลินเลยค่ะ

มัสยิดฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sophia) แปลว่า “พระปรีชาญาณศักดิ์สิทธิ์ (Wisdom)” ตั้งอยู่ในอิสตันบูลสร้างขึ้นสมัยจักรพรรดิคอนสแตนตินในปี ค.ศ. 537 โดยสถาปนิกชาวกรีก อีซีดอร์แห่งมีเลตุส (Isidore of Miletus) และแอนเธมีอุสแห่งทราลเล็ส (Anthemius of Tralles) ที่มีชื่อเสียงในยุคนั้นๆ เพื่อเป็นอาสนวิหารประจำของคอนสแตนติโนเปิล ซึ่งถือว่าเป็น “โบสถ์คริสต์ที่ใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิโรมันตะวันออก และศาสนจักรอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์” ความยิ่งใหญ่ทางด้านสถาปัตยกรรมมีทั้งโครงสร้าง, หลังคาโดมขนาดใหญ่, ภายในตกแต่งด้วยเสาหินอ่อน, หินอ่อนสีชมพู, หินอ่อนสีเหลือง และพื้นหินอ่อน, ภาพโมเสกบนฝาผนัง, โคมไฟห้อยระย้า, ออกแบบกระจกให้มีแสงธรรมชาติลอดเข้ามา

เดิมมัสยิดฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sophia) เคยเป็นโบสถ์คริสต์รวม 916 ปี หลังจากที่เสียคอนสแตนติโนเปิลให้แก่จักรวรรดิออตโตมันเข้ามาปกครอง ต่อมาได้ถูกเปลี่ยนเป็นมัสยิดจนถึง ค.ศ. 1931 โดยมีการย้ายแท่นบูชา, ระฆัง, รูปบูชา, แท่นเทศนา และหอล้างบาป, มีการทำลายหรือป้ายปูนทับในส่วนหินสีโมเสกหลากสีสวยอลังหารทั้งเพดาน, ภาพพระเยซู, พระแม่มารี, นักบุญ และเทวทูตต่างๆ และมีการเพิ่มเติมสถาปัตยกรรมอิสลาม เช่น หอมินาเรต, แท่นมิมบัร, ซุ้มมิฮ์รอบอักษร และอักษรประดิษฐ์แบบอิสลามที่มุมต่างๆ ของโบสถ์ จากนั้นมัสยิดแห่งนี้ปิดมิให้เข้าเป็นเวลา 4 ปี ก่อนกลับมาเปิดใหม่ใน ค.ศ. 1935 ในฐานะพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2020 ได้ยกเลิกสถานที่แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ และประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน สั่งให้จัดสถานที่นี้กลับคืนเป็น มัสยิดฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sophia) ที่ยังใช้ประกอบพิธีต่างๆ ซึ่งเราก็ยังเห็นภาพเทวดาเซราฟิมที่มุมทั้งสี่ของโดม และภาพพระแม่มารีอุ้มพระกุมารเยซู 

คำแนะนำ : ก่อนเข้ามัสยิดควรแต่งกายให้มิดชิด ผู้หญิงไม่ควรใส่เสื้อสายเดี่ยว แขนกุด กระโปรงสั้น และเตรียมผ้าสำหรับคลุมผม หรือใส่เสื้อแขนยาวพร้อมฮู้ดคลุมศีรษะก็ได้

ข้อมูลเพิ่มเติม
พิกัด :  https://goo.gl/maps/i2gHZ6EwToFXTxEe6
Website : Hagia Sophia
อ้างอิง : https://readthecloud.co/hagia-sophia-turkey/ และ Wikipedia

5. เดินเที่ยวย่านชุมชนโบราณในอิสตันบูล

เที่ยวมัสยิดเยอะแล้ว!! งั้นปูเป้พามาแวะเดินเล่นย่านโบราณเก๋ๆ ย่านแห่งประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของอิสตันบูลกันค่ะ ในอิสตันบูลจะเป็นเมืองที่ผสมผสานความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรม เช่น มีย่านที่อยู่อาศัยของชาวยิว หรือชาวอาร์มีเนีย ความน่าสนใจของย่านโบราณนี้อยู่ที่รูปทรงอาคารบ้านเรือนที่มีเอกลักษณ์ สีสันพาสเทลหรือลูกกวาดหวานๆ ได้ชมวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น บรรยากาศ รวมถึงร้านค้า คาเฟ่ ปูเป้และพี่ต้นชอบมาก ได้เดินเล่นชิลล์ๆ ได้ชอปปิ้ง ชิมขนม-อาหารเพลินๆ ได้เห็นวัฒนธรรม และยังได้รูปสวยๆ อิสตันบูลฟีลล์ดีมากก!

ย่านเก่าแก่ของชุมชนชาวยิวในอิสตันบูลจะเป็นย่านที่สวยงามสีสันจัดจ้านที่เราสองคนชอบมาก ซึ่งได้รับเป็น UNESCO heritage site ให้เป็นหนึ่งในพื้นที่ประวัติศาสตร์ของอิสตันบูล ในปี ค.ศ.1985 ที่ได้รับการอนุรักษ์จากรัฐบาลทูร์เคีย บริเวณย่านโบราณจะมีจุดถ่ายรูปสวยๆ เยอะเหมาะสำหรับ Instagram Shot มากๆ

ย่านนี้จะมีอาคารสีสันสดใสอันเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ และมีเอกลักษณ์ บ้านแต่ละหลังมีอายุมากกว่า 50-300 ปี เรียงรายด้วยคาเฟ่ ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขนม แต่ละร้านตกแต่งสวย พอยิ่งเย็นๆ ยิ่งคึกคัก ผู้คนจะมาแฮงค์เอาท์ ในย่านนี้กับคับคั่ง เดินเล่นสนุกมาก!!

ระหว่างทางเดินจะเห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนท้องถิ่นของอิสตันบูล เช่น ร้านขนม-ลูกอม. ขนมปังอบร้อนๆ, ขนมพื้นเมือง, หนังสือ, ร้านของชำ, ร้านขายชิ้นงานศิลปะ, ร้านอาหาร และคาเฟ๋ตกแต่งแบบฟีลดี เก๋กู๊ดตลอดทางเดิน

เราได้มาแวะอีกย่านโบราณอีกแห่งของอิสตันบูลให้ฟีลเหมือนเดินเล่นอยู่ในยุโรปล้อมรอบไปด้วยอาคารทรงแปลกตา, เหล่าบ้านไม้สองชั้นโบราณสีสดใส ย่านนี้มีบรรยากาศแบบตุรกีผสมยุโรป มีคาเฟ๋เก๋ๆ และร้านขนมหน้าตาดีเยอะ รสชาติอร่อยจนติดใจ, ร้านขายของแฮนด์เมด, ร้านขายสบู่, และของที่ระลึกต่างๆ

เราไปช่วงเดือนเมษายน และตุลาคม อากาศเย็นสบายมากทั้งสองช่วงเวลา เดินเล่นเพลินๆ แต่ได้รูปเพียบเลย โอ๊ยย!! บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ ค่ะ

ล่าสุดเราไปเดินเล่นย่านโบราณตรงกับวันอาทิตย์ เราจะได้เห็นชีวิตชาวบ้านที่อยู่อาศัยในระแวกนั้นมาขายสินค้า Farm Market ทำให้เราได้ชิมของอร่อยเยอะเลย ทั้งน้ำองุ่นคั้นสดๆ แบบไม่ใส่น้ำตาล, ผลิตภัณฑ์โฮมเมด เช่น ชีส, ซอสต่างๆ, ขนมตุรกีแบบต่างๆ และยังมีผักสด, ผลไม้สดและอบแห้ง, สตรอว์เบอร์รี, องุ่น และอื่นๆ

6. Suleyman mosque (มัสยิดสุเลย์มานิเย)

มัสยิดสุเลย์มานิเย (Suleymaniye Mosque) เป็นมัสยิดที่ใหญ่อันดับสองของเมืองอิสตันบูลตั้งอยู่บนเนินเขาโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมออตโตมันแบบอิสลาม ก่อสร้างในปี ค.ศ. 1550 รวมระยะเวลาสร้างเสร็จรวม 7 ปี โดยมีมิมาร์ ซินาน (Mimar Sinan) เป็นสถาปนิกสุดอัจฉริยะ มีส่วนในการก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่กว่า 300 งาน และที่นี่คือผลงานที่โด่งดังที่สุด และถูกยกย่องให้เป็นสถาปัตยกรรมออตโตมันที่ยิ่งใหญ่ของยุคคลาสสิก

ซินานมีความเห็นว่าการออกแบบของ Suleyman mosque (มัสยิดสุเลย์มานิเย) เป็นสถาปัตยกรรมที่เป็นการถ่วงดุลยภาพกับของอะยาโซเฟียของไบแซนไทน์ที่มาเปลี่ยนเป็นมัสยิดในรัชสมัยของสุลต่านเมเหม็ดที่ 2 และที่ Suleyman mosque (มัสยิดสุเลย์มานิเย) ได้เป็นแบบอย่างในการก่อสร้างมัสยิดหลายแห่งในเมืองอิสตันบูลต่อมา

ความพิเศษของ Suleyman mosque (มัสยิดสุเลย์มานิเย) ที่ไกด์เล่าให้ฟังมีหลายอย่างมากจนเราทึ่งกับความสามารถของสถาปนิกมากๆ เช่น

  • บริเวณประตูทางเข้าเมื่อแหงนหน้ามองจะเป็นรูปหน้านกฮูกด้านบนจ้องลงมาด้านล่าง
  • การก่อสร้างมัสยิดได้คำนวณและออกแบบอย่างดี มีโครงสร้างแข็งแรงมาก แม้มีแผ่นดินไหวก็ไม่มีรอยร้าวบนผนังของมัสยิด
  • มีการออกแบบระบบช่องลมโดยใช้หินไลม์สโตน Limestone จะมีรูพรุนช่วยให้อากาศหมุนเวียนในมัสยิดได้ดี แม้ว่าอากาศด้านนอกจะร้อนชื้น แต่ภายในมัสยิดกลับมีอากาศเย็นสบาย
  • มีการวางระบบไหลเวียนน้ำใต้มัสยิดวนขดไปมาเป็นเหมือนฮีตเตอร์ เมื่อใส่น้ำร้อนเข้าไปจึงทำให้อากาศภายในมัสยิดอุ่นทั่วอย่างรวดเร็วแม้อากาศด้านนอกจะหนาวเย็น
  • เมื่อเกิดควันภายในมัสยิดจะถูกดูดออกจากรูเล็กๆ บริเวณหน้าจั่วของมัสยิดทำให้ไม่เกิดคราบเขม่าสีดำภายในมัสยิด เมื่อคราบควันไหลผ่านช่องนี้ ทางมัสยิดจะเอาขี้เถ้ามาผสมกับยางทำเป็นน้ำหมึก เพื่อเอามาใช้ประโยชน์ในการเขียนหนังสือ หรือคัมภีร์
  • มีการนำเปลือกไข่นกกระจอกเทศมาตั้งไว้ด้านบนใกล้ๆ กับโคมไฟแขวนบนเพดาน เมื่อเปลือกไข่นกกระจอกเทศโดนความร้อนจะทำให้มีกลิ่นที่แมลง และแมงมุมไม่ชอบ เลยทำให้ภายในมัสยิดไม่มีแมลงเข้ามากวน หรือใยแมงมุมเลย
  • มีการออกแบบระบบสะท้อนเสียง Acoustic ที่ดีได้อย่างดีเยี่ยม

อีกหนึ่งไฮไลต์ของ Suleyman mosque (มัสยิดสุเลย์มานิเย) คือ ระเบียงมัสยิดที่เห็นวิวเมืองอิสตันบูลแบบพาโนราม่า แนะนำให้มาช่วงเย็นมาชมพระอาทิตย์ตกดินจะเห็นวิวสวยๆ แบบ Stunning ของเมืองอิสตันบูลที่น่าประทับใจมากๆ ค่ะ

คำแนะนำ : ก่อนเข้ามัสยิดควรแต่งกายให้มิดชิด ผู้หญิงไม่ควรใส่เสื้อสายเดี่ยว แขนกุด กระโปรงสั้น และเตรียมผ้าสำหรับคลุมผม หรือใส่เสื้อแขนยาวพร้อมฮู้ดคลุมศีรษะก็ได้

ข้อมูลเพิ่มเติม
พิกัด : https://goo.gl/maps/TgXTG1YGKKFQKY8u7
Website :  http://www.suleymaniyecamii.org/
อ้างอิงข้อมูล :  https://bit.ly/3wlUb6e

7. ล่องเรือชมวิว 2 ทวีปและช่องแคบบอสฟอรัส (Bosporus Cruise)

มาเที่ยวอิสตันบูล (Istanbul) แล้วเราสองคนก็อยากมาล่องเรือช่องแคบ Bosporus Cruise เแบบชิลล์ๆ ล่องทีเดียวได้ชมวิวพร้อมกัน 2 ทวีป คือ ทั้งทวีปเอเชีย และทวีปยุโรป แนะนำต้องมาลองสัมผัสประสบการณ์แล้วจะเลิฟมากกกกค่ะ !! ช่องแคบบอสฟอรัสมีความยาวประมาณ 32 ก.ม. และมีความกว้างตั้งแต่ 500 เมตร – 3 ก.ม. เชื่อมทะเลดำ (The Black Sea) กับทะเลมาร์มาร่า (Sea Of Marmara) เป็นชายฝั่งของยุโรปและเอเชียมาบรรจบถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศ 

ปูเป้กับพี่ต้นมาล่องเรือที่อิสตันบูล (Istanbul) แบบเหมาทั้งลำเป็นครั้งที่ 2 แล้วค่ะ ด้วยความที่เราจัด “ทัวร์หนีงานไปทูร์เคีย” เลยอยากจัดให้ล่องเรือแบบไพรเวทส่วนตัวเฉพาะกรุ๊ปเราค่ะ จะได้ถ่ายรูปทุกมุมแบบจุใจ จะถ่ายจากหน้าเรือ ท้ายเรือ ก็ไม่มีคนแย่งมุม แย่งซีน ที่สำคัญเราจะได้ชมวิวทวีปยุโรป และทวีปเอเชียพร้อมกันๆ ค่ะ

วิวตลอดสองทางของอิสตันบูล (Istanbul) สวยจริงๆ มองไปทางไหนก็ตื่นตา ตื่นใจ กับความสวยงามในสถาปัตยกรรมบ้านเรือนแบบสไตล์ออตโตมัน และสไตล์ยุโรป Galata Tower, Galata Bridge, มัสยิดต่างๆ พระราชวังโดลมาบาชเช่, โรงแรมหรูหรา 6 ดาวและบ้านเรือนสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐี แนะนำให้มาล่องเรือช่วงเย็นๆนะคะ อากาศดี ลมพัดสบาย บรรยากาศฟินสุดๆ ค่ะ

ระหว่างที่ล่องเรือเราจะเพลิดเพลินกับทัศนียภาพบ้านเมืองของเมืองอิสตันบูล (Istanbul) ทั้งฝั่งยุโรปและเอเชีย, ชมความงามของพระราชวังโดลมาบาเช่, บ้านเรือนหรูหรา, มัสยิดต่างๆ  และสถานที่สำคัญมากมาย โดยเรือจะไปจอดที่ท่าเรือแถว Galata Bridge นะคะ แนะนำให้เดินเที่ยวต่อได้เลยค่ะ

8. Galata bridge (สะพานกาลาตา)

Galata bridge เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเมืองเก่าและเมืองใหม่ของที่อิสตันบูล (Istanbul) มาที่นี่เราจะเห็นบรรยากาศสีสันของผู้คนท้องถิ่น และกิจกรรมตกปลาที่เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในทูร์เคีย (ตุรกี) เราจะเห็นภาพผู้คนมาตกปลาบนสะพานพร้อมถังน้ำใส่ปลา บางคนก็เอามาตั้งขาย

ถ้าอยากไปสัมผัสเห็นวิถีชีวิตของผู้คนจริงๆ ต้องมาเดินเล่นที่ Galata Bridge ที่อิสตันบูล บริเวณด้านล่างสะพานจะเป็นเรือข้ามฟาก, จุดลงเรือไปล่องช่องแคบ และร้านอาหารตลอดทาง

แนะนำมาหลังจากล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัสแล้วช่วงเย็นๆ จะดีมากค่ะ บริเวณ Galata Bridge ที่อิสตันบูลจะมีลมทะเลพัดเย็นสบายๆ มีร้านค้าเล็กๆ ใต้สะพาน และมีรถเข็นที่ขายของเยอะแยะเลย เช่น ข้าวโพดปิ้งหวานๆ, โดนัท Lokmaci แบบราดด้วยน้ำเชื่อมหวานๆ,  เกาลัดย่างรสมันๆ (รสชาติไม่เหมือนเกาลัดที่ขายเยาวราช) แล้วต้องไปลองทานอาหาร Street Food สไตล์คนท้องถิ่นของทูร์เคีย (ตุรกี) กันค่ะ

เมนูแนะนำที่ต้องมาลองแถว Galata Bridge

  • แซนวิชปลา : หน้าตาเหมือนขนนมบาร์เก็ตแต่ขนมปังจะแข็งๆ และแห้งสอดไส้ด้วยเนื้อปลาย่างกันแบบสดๆ ทานคู่กับหอมใหญ่
  • ผักดองแก้วสีแดง : ความเปรี้ยวของผักดองจะช่วยตัดความคาวของปลาได้ดีเลยค่ะ ทางร้านจะขายเป็นแก้วๆ แบบภาพล่างด้านขวามือ (คุ้นๆ ว่าเค้าเรียกว่า Lahana)
  • หอยแมลงภู่ยัดไส้ข้าว (Midye dolma) : หอยแมลงภู่ตัวโตๆ ทานคู่กับข้าวผัดหอมๆ มันๆ ก่อนทานจะบีบเลมอนเล็กน้อย ลองครั้งแรกแล้วอร่อยมากกก!! ติดใจเลย ที่นี่จะขายเป็นกล่อง ราคากล่องละ 40 TL หอยแมลงภู่จะคละไซต์ หรือถ้าอยากทานแซ่บๆ แนะนำให้ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดบ้านเราด้วย อร่อยเริ่ด 5 ดาว!!!

ข้อมูลเพิ่มเติม
พิกัด : https://goo.gl/maps/P5uLGpNbvD5DuqJr7

9. พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace)

มาชมอดีตอันรุ่งเรืองที่ พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราในช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรปเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวของอิสตันบูล พระราชวังสร้างในสมัยศตวรรษที่ 19 ออกแบบผสมผสานศิลปะทั้งตะวันออกและตะวันตก สร้างด้วยหินอ่อนใช้เวลาตกแต่งมากถึง 30 ปี ทำให้เราได้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทางวัฒนธรรม และทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมานถือว่าเป็นหนึ่งในพระราชวังที่มีความหรูหราอลังการแห่งหนึ่งของโลกค่ะ อยากจะใส่ดอกจันรัวๆ**** ว่าห้ามพลาดเด็ดขาดค่ะ

ปูเป้เห็นพระราชวังในยุโรปสวยๆ มาหลายที่แล้วแต่ก็ชอบความสวยของพระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) ที่เมืองอิสตันบูล แม้พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) จะไม่ได้หรูหราเว่อร์วัง แต่ปูเป้ชอบเรื่องราวเหมือนได้เห็นความรุ่งเรืองของอดีต, ชอบความวิจิตรตระการตาทั้งการออกแบบ, สีสันของแต่ละห้อง, ข้าวของเครื่องใช้ในพระราชวังนี้แห่งนี้ แม้มาเป็นครั้งที่ 2 แล้วก็ฟังเรื่องราวไม่เบื่อ ยังเดินดูเพลินเลยค่ะ

เมื่อเดินออกจากพระราชวังแล้ว เราก็มาแวะถ่ายรูป สวนสวยๆ ตกแต่งด้วยน้ำพุ ดอกไม้สวยๆ ประตูด้านข้าง รูปปั้นต่างๆ ให้ฟีลแบบยุโรปมากค่ะ

ด้านในของพระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) อิสตันบูล ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ ปูเป้จึงขอเล่าความสวยงามให้ฟังคร่าวๆ นะคะ สภาพของตกแต่งแต่ละชิ้นในพระราชวังอยู่ในสภาพที่ดีมาก ความสวยยังเปล่งประกายรู้สึกเหมือนได้เดินทางย้อนไปในอดีตเห็นความรุ่งเรืองของจักรวรรดิ์แห่งนี้เลย

ไฮไลต์ของพระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) อิสตันบูล คือ

  • โคมไฟแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกทำมาจากแก้วคริสตัลหนักถึง 5,000 กิโลกรัม มีความวิจิตรตระการตา
  • เครื่องแก้วเจียระไนงานประณีตสวยมาก
  • บริเวณเสาหินอ่อนบริเวณบันไดทางขึ้นห้องโถงอลังการสุดๆ ลูกกรงราวบันไดทำด้วยแก้วคริสตัลแบบสวยว๊าว
  • ห้องอาบน้ำแบบเตอร์กิชบาธ (Turkish Bath) ทำจากหินอ่อนจากอียิปต์ ซึ่งวิวจากห้องน้ำจะเห็นแม่น้ำแบบเต็มตาๆ บรรยากาศดีสุด
  • นาฬิกาแต่ละเรือนมีความสวยมาก ซึ่งทุกเรือนจะหยุดเวลาที่ 09:06 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ประธานาธิบดีมุสตาฟา เคมาล อตาเติร์กถึงแก่อสัญกรรมในวันที่ 10 พ.ย. 2484

ข้อมูลเพิ่มเติม
พิกัด :  https://goo.gl/maps/hRKjbmQ5LmvBm5Uv8
Website : Dolmabahce Palace

10. Galata Tower (หอคอยกาลาตา)

หอคอย Galata เป็นจุดชมวิว 360 องศาของเมืองอิสตันบูลที่ฮิตมาก หอคอยมีความสูง 9 ชั้น สร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 14 เพื่อเป็นหอสังเกตการณ์โดยเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงบนจุดสูงสุดของ Walls of Galata  หอคอยนี้สูงที่สุดของเมืองอิสตันบูลมีระดับความสูง 61 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองอิสตันบูล

ปัจจุบันหอคอยแห่งนี้เป็นจุดชมวิว, พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ และพิพิธภัณฑ์ เมื่อมาถึงหอคอยก็ต้องมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก บริเวณด้านล่างของ Galata Tower สองข้างทางจะเต็มไปด้วยผู้คน และร้านอาหาร คาเฟ่เก๋ๆ เยอะเลยค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม
พิกัด :  https://goo.gl/maps/nVL4b1By6TqFPGtQ9
Website : Galata Tower

11. ตะลุยตลาดเครื่องเทศ (Spice Market) ทั้งกินทั้งชอปฯ ให้จุใจ

มาที่เมืองอิสตันบูลแล้ว!! แนะนำให้มาเดินชมบรรยากาศที่ “ตลาดเครื่องเทศสไปซ์บาซาร์ (Spice Market)” แค่ชื่อตลาดก็รู้เลยว่าเน้นขายเครื่องเทศแบบจัดเต็มมากมาย ตลาดนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่เก่าแก่ของโลกที่ขายเครื่องเทศตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 หรือที่เรียกกันว่า Egyptian Bazaar

ระหว่างที่เราเดินผ่านร้านค้าต่างๆ จะเห็นเครื่องเทศนานาชนิด เช่น หญ้าฝรั่น, พริกไทยดำ, โหระพา, ยี่หร่า, พริกแดงหวาน, มิ้นต์, ใบกระวาน, เครื่องแกง, อบเชยแห้ง และอื่นๆ เครื่องเทศเหล่านี้แหละ! ที่เป็นส่วนผสมสำคัญในการปรุงอาหารอร่อยๆ ของทูร์เคีย (ตุรกี) เลย

อีกอย่างที่ปูเป้และพี่ต้นอยากจะแนะนำให้มาลอง “Baklava (ขนมบัคลาวา)” ขนมขึ้นชื่ออีกอย่างของประเทศทูร์เคีย (ตุรกี) ทำจากแผ่นแป้งฟิลโล (Phyllo Dough) ชุ่มๆ ด้วยน้ำผึ้ง และผสมถั่วต่างๆ เช่น พิสตาชิโอ,วอลนัต, เฮเซลนัต เลเยอร์ของแป้งจะมีความกรุบกรอบ เป็นขนมหวานที่หวานแบบปรี๊ดขึ้นสมองไปเลย!! จะเห็นขายเยอะๆที่ Spice Market แนะนำทานคู่กับชาร้อนๆ หรือกาแฟดำน๊า

ถ้าเดินออกมาแล้วเดินไปข้างตลาดจะมีขายข้าวของเครื่องใช้ เช่น เสื้อผ้า, ชุดนอน, กระเป๋า และเป็นตลาดต้นไม้สวยๆ เยอะเลยค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม
พิกัด : https://goo.gl/maps/9BDKsBEkVfr7kdA19
Website : Spice Market

12. แวะไปชอปต่อที่ตลาดแกรนด์บาซาร์ (Grand Bazaar)

ตลาดแกรนด์บาซาร์ (Grand Bazaar) ที่เมืองอิสตันบูล ตั้งอยู่ระหว่างมัสยิด Bayezid และ Nuruosmaniye คือ ตลาดในร่มที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ความใหญ่ของตลาดแห่งนี้ คือ มีทางเข้าถึง 21 ทางแบ่งเป็น 60 ซอย รวมร้านค้ากว่า 4,000 ร้านพัฒนาเป็นคอมเพล็กซ์ในพื้นที่ทั้งหมด 30,700 ตารางเมตร

หลังจากที่สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 (Fatih Sultan Mehmet) แห่งจักรวรรดิออตโตมันได้ครอบครองกรุงคอนสแตนติโนเปิลก็ได้สร้างตลาดแกรนด์บาซาร์ (Grand Bazaar) นี้ขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1461 เพื่อกระตุ้นการค้าขายและต้องการสร้างสถานที่นี้เป็นพิเศษสำหรับขายสินค้าประเภทสิ่งทอโดยเฉพาะ เพื่อมีการแลกเปลี่ยนสินค้าของเส้นทางสายไหมระหว่างกรุงคอนสแตนติโนเปิลไปยังประเทศจีน ซึ่งต่อมาในศตวรรษที่ 16 ตลาดแกรนด์บาซาร์ (Grand Bazaar) ได้มีการปรับปรุงทั้งเรื่องการอำนวยความสะดวก และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อให้ทัดเทียมกับบรรดาห้างสรรพสินค้าใหม่ๆ ของเมืองอิสตันบูล

ตลาดแกรนด์บาซาร์ (Grand Bazaar) ที่อิสตันบูลจะมีสินค้ามากมายหลายประเภท มาที่เดียวได้ครบของฝาก ข้าวของที่ต้องการครบๆ เลยค่ะ เราสามารถต่อรองราคาในตลาด Grand Bazaar เช่น โคมไฟตุรกีสวยๆ, งานโมเสก, งานพรม, งานเซรามิก, กระเบื้องลายโบราณ, เสื้อผ้า, เครื่องประดับหรูหราระยิบระยับทั้งเพชร พลอย และทองคำ, ของที่ระลึกทั้งจาน ชาม ครื่องปั้นดินเผา เครื่องทองเหลือง ที่วางแก้ว, กระเป๋าแบรนด์เนมของเลียนแบบ, และยังมีงานหัตถกรรมอื่นๆ ด้วย

อ้อ!! ปูเป้ไม่แนะนำให้ซื้อของทานใน Grand Bazaar ค่ะ เพราะอาจจะเก่าเก็บ ให้ซื้อที่ Spice Market น่าจะดีกว่าค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม
พิกัด : https://goo.gl/maps/hnFDGs1jXT3E1NhTA
Website : https://www.kapalicarsi.com.tr/
เปิดทำการ : เปิดบริการตั้งแต่ 8.30 น. ถึง 19.00 น. หยุดทุกวันอาทิตย์

13. จุดชมวิวของอิสตันบูล

ถ้ามาอิสตันบูลแล้วแนะนำไปจุดชมวิว 360 องศาที่วิวสวยว๊าวแบบ Stunning ที่สุดในอิสตันบูล ตั้งอยู่บนเนินเขา Camlica ทางฝั่งเอเชีย จากด้านบนจะเห็นวิวเมืองฝั่งยุโรป และเห็นช่องแคบบอสฟอรัสเกือบทั้งหมด สามารถข้ามเรือข้ามฟากแล้วต่อแท็กซี่ แนะนำให้ขึ้นมาชมวิวช่วงเย็นๆ หรือวันที่หมอกไปลงเยอะจะทำให้เห็นวิวชัดขึ้นค่ะ

ภายในจะมีร้านอาหาร คาเฟ่ และที่นั่งชมวิวแบบ Indoor และ Outdoor ถ้าเป็นช่วงฤดูหนาวลมจะแรง อากาศเย็นมากแนะนำให้ติดเสื้อกันหนาวเผื่อไปด้วยค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม
พิกัด : https://goo.gl/maps/mic5PzDCnS9GVJ3v6

13. Hippodrome (ฮิปโปโดรม)

ฮิปโปโดรมแห่งกรุงคอนสแตนติโนเปิล (Hippodrome of Constantinople) มีชื่อเรียกสั้นๆว่า ฮิปโปโดรม (Hippodrome) เป็นพื้นที่จัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในอิสตันบูลเคยเป็นสนามกีฬากรีกโบราณสำหรับการแข่งม้า และการแข่งรถม้าแห่งกรุงคอนสแตนติโนเปิล สามารถจุคนได้กว่า 100,000 คน ถือว่าเป็นศูนย์กลางทางด้านกีฬาและสังคมของสมัยนั้น เราจะเดินผ่านบริเวณจตุรัส Sultanahmet Square แห่งนี้เมื่อมามัสยิดสุลต่านอาเหม็ด (Sultan Ahmed Mosque) หรือ Blue Mosque สองข้างทางบริเวณนี้จะเต็มไปความคึกคัก สีสันจตุรัสกลางเมืองของอิสตันบูลเต็มไปด้วยผู้คน, นักท่องเที่ยว, ร้านค้าขายของ, โรงแรมแบบบูทีค, คาเฟ่เก๋ๆ ที่มี Outdoor ให้นั่งหน้าร้าน เป็นอีกหนึ่งโมเม้นท์บรรยากาศชิลล์ๆ มองคนเดินไปมาเพลินเลยค่ะ

บริเวณในฮิปโปโดรมที่อิสตันบูล จะมีอนุสาวรีย์เด่นๆ 3 แห่ง คือ
1. Obelisk of Theodosius
อนุสาวรีย์เสาหินโอเบลิสก์ของธีโอโดซีอุสมีอายุกว่า 3,500 ปี มีรูปทรงสี่เหลี่ยมถูกสร้างขึ้นในสมัยของฟาโรห์ทุตโมสที่ 3 (Thutmose III, 1479–1425 ก่อนคริสต์ศักราช) เสานี้เคยตั้งอยู่ในมหาวิหารคาร์นัก ประเทศอียิปต์ (Karnak Temple Complex) โดยจักรพรรดิเทออดอซิอุสที่ 1 (Theodosius I, ค.ศ. 379-395) ผู้เป็นจักรพรรดิแห่งโรมันได้นำมาไว้ที่ฮิปโปโดรมแห่งกรุงคอนสแตนติโนเปิล

2. ​Serpent Column
อนุสาวรีย์เสาสัมฤทธิ์งู 3 ตัวบิดตัวเป็นเกลียวบนเสาเดียวกัน ด้านบนจะมีงูสามหัวอยู่บนปลายเสาที่มีความสูงจากพื้นดิน 8 เมตรอยู่ระหว่างเสา Obelisk of Theodosius and the Masonry Obelis ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของชาวกรีกเหนือชาวเปอร์เซียในช่วงสงครามเปอร์เซีย ในศตวรรษที่ 5 แต่ปัจจุบันเราจะเห็นแค่เสาสีเขียวๆ ซึ่งหัวงูและคอของงูทั้งสามที่อยู่ด้านบนถูกทำลายไป ปัจจุบันจึงมีความสูงเพียง 3.53 เมตร ถือว่าเป็นโบราณวัตถุซึ่งมีอายุกว่า 2,500 ปี ตั้งแต่ยุคกรีกและโรมันโบราณ

  1. Walled Obelisk
    อนุสาวรีย์เสาหินเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมมีความสูง 32 เมตรถูกสร้างขึ้นเพื่อประกาศถึงชัยชนะของจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิไบแซนไทน์ บาซิลที่ 1 (Basil I, ค.ศ. 867 ถึง ค.ศ. 886) เป็นเสาโบราณ 1 ใน 3 ต้นที่ยังอยู่ถึงปัจจุบัน จริงๆ บริเวณปลายเสาจะมีโล่ทองสัมฤทธิ์ซึ่งได้ถูกทำลายในระหว่างสงครามครูเสดครั้งที่ 4 ในสมัยก่อน

14. เดินเล่นชอปปิ้งย่านทักซิมสแควร์ (Taksim Square)

ถ้าอยากมาสัมผัสสีสันค่ำคืนของอิสตันบูล แนะนำต้องมาเดินเล่นแถวทักซิมสแควร์ (Taksim Square) ยิ่งมาเดินช่วงดึกๆ ยิ่งเห็นสีสัน ของผู้คน ถนนสายนี้เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นคึกคักมาก ในย่านทักซิมสแควร์ (Taksim Square) นี้จะยังมีรถรางสีแดงอันเก่าแก่วิ่งบนถนน Istiklal Caddesi ซึ่งเป็นถนนสายหลักบนถนนของเมืองนี้ท่ามกลางอาคารตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 มองแล้วบรรยากาศดี๊ดีค่ะ

สองข้างทางของย่านทักซิมที่อิสตันบูลจะเต็มไปด้วยคาเฟ่, Rooftop, ร้านอาหารทั้งไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น และนานาชาติ, สถานบันเทิงเปิดยันเช้า, ร้านขายของโบราณ, โรงภาพยนตร์, ร้านขายสินค้ามากมายทั้งเสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้า, โทรศัพท์, ไอศกรีม, ขนมบัคลาวาแบบต่างๆ (บัคลาวา Baklava) และขนมหวานสไตล์ทูร์เคีย (ุตุรกี), ถั่วชนิดต่างๆ, ผลไม้แห้ง, เสื้อผ้า, ถุงน่อง, รองเท้า-ถุงเท้า และแบรนด์ต่างๆ เช่น Watson, Zara, H&M และอื่นๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม
พิกัด : https://goo.gl/maps/9tBkgMTtc6rfujVV6