“มัลดีฟส์”  (Maldives) จุดหมายปลายทางแสนโรแมนติก ที่ใครๆ ก็อยากไปสักครั้ง น้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาวละเอียด หมู่เกาะสวยๆ และรีสอร์ทหรูกลางทะเล (โอ้โห!! แค่คิดตามนี่ก็อยากไปใจจะขาดละ) แต่พอเข้า Google เช็คราคาที่พักแล้วถึงกับจะเป็นลม!!  ก็แหม… แต่ละที่นี่แสนแพง ไหนจะค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง แล้วแบบนี้ต้องเก็บตังค์อีกกี่เดือนถึงจะได้ทะเลมัลดีฟส์เนี่ย!!

อย่านอยด์ครับ วันนี้ใครๆ ก็ไปมัลดีฟส์ได้แล้ว เราจะแนะนำ  “วิธีไปมัลดีฟส์ 4 วัน 3 คืน ด้วยเงินน้อยกว่า 25,000 บาท/คน” กับรีวิว  “How to get to Maldives with less than 25,000 THB”  นี้กันจ้า ตามมาเล้ย!!

ไปมัลดีฟส์ 25,000 ไปยังไง… เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

รู้จักมัลดีฟส์ (Maldives) พอสังเขปกันก่อน

มัลดีฟส์ นั้นเป็นประเทศที่มีลักษณะเป็นหมู่เกาะ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐมัลดีฟส์ มีเมืองหลวงชื่อ Male’ (อ่านว่า มาเล่) ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดียและศรีลังกา ลักษณะภูมิประเทศนั้นเป็นลักษณะหมู่เกาะน้อยใหญ่ร่วม 1,190 เกาะ แต่มีเกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่ไม่ถึง 250 เกาะเท่านั้น

หมู่เกาะมัลดีฟส์

ที่นี่มีชายหาดที่สวยงามติดอันดับโลกถึง 10 แห่ง หาดทรายขาวละเอียด ท้องน้ำสีฟ้าใส มีฝูงปลา ปะการังและสิ่งมีชีวิตทางทะเลอุดมสมบูรณ์มากกว่า 1,000 ชนิด หมู่เกาะมัลดีฟส์จึงไม่ใช่เป็นเพียงสวรรค์แห่งการพักผ่อนแสนโรแมนติก แต่ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในศูนย์กลางกิจกรรมทางน้ำและดำน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ให้บริการครบวงจรทั้งการสอนดำน้ำ พาดำน้ำตื้นและลึก พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม

ปัจจุบันเราสามารถบินตรงจากประเทศไทยสู่มัลดีฟส์ได้เลย ใช้เวลาเพียง 4 ชม. 10 นาที (โดยประมาณ) ซึ่งคนไทยได้รับการยกเว้น VISA และสามารถอยู่ในมัลดีฟส์ได้ถึงครั้งละ 30 วัน

มีบินตรงจากไทยสู่มัลดีฟส์ นั่งเพลินๆ แค่ 4 ชม. 10 นาที

พื้นที่ส่วนใหญ่ของมัลดีฟส์จะเต็มไปด้วยหมู่เกาะ ที่เรียกว่า “Atoll (อะทอลล์)”  ความมหัศจรรย์ของมัลดีฟส์ คือ อะทอลล์ (Atoll) เนี่ยแหล่ะ อธิบายสั้นๆ คือสมัยก่อนแถวนี้เป็นภูเขาไฟ แต่โดนน้ำทะเลซัดจนภูเขาค่อยๆ จมลงทะเล ด้วยความที่น้ำแถวนี้อบอุ่น เลยทำให้ปะการังเจริญเติบโต เมื่อรวมร่างกับภูเขาไฟที่จมลงเลยกลายมาเป็นกลุ่มแนวปะการังขนาดใหญ่ เป็นหย่อมๆ

Atoll ของมัลดีฟส์

“อะทอลล์” นั้นมีความสวยงามมาก เพราะจะได้แนวปะการังขนาดใหญ่ มีฝูงปลา มีธรรมชาติที่เหมาะสมกับการพักผ่อน แต่การเกิดอะทอลล์ต้องใช้เวลานานถึง 30 ล้านปี กว่าจะเป็นรูปร่างแบบนี้ ทำให้มัลดีฟส์กลายเป็นประเทศที่มีวิวไม่เหมือนใครในโลก และรีสอร์ทกลางน้ำจึงแห่กันมาสร้างที่มัลดีฟส์ ด้วยประการฉะนี้

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมัลดีฟส์ได้ที่นี่  “15 ข้อควรรู้ก่อนไปมัลดีฟส์”

วางทริปให้เป็น… ก็จะประหยัดเงินได้สุดๆ

ถามคำแรกก่อนเลยว่ามามัลดีฟส์ทำไม?  ถ้ามามัลดีฟส์เพื่อจะนอนแต่ Water Villa ใช้ชีวิตไฮโซ อันนี้ต้องข้ามรีวิวนี้ไปนะ เพราะยังไง 25,000 บาท/คน เอาไม่อยู่แน่นอน แต่… ถ้าจะมาเพื่อสัมผัสประสบการณ์ว่า “มัลดีฟส์” เป็นยังไง?  มาสัมผัสวิถีชีวิตผู้คน มาเล่นกิจกรรมทางน้ำ มาดำน้ำดูสัตว์น้ำ ดูปะการัง แล้วก็เผื่อเวลาไปนอนไฮโซสักคืน อันนี้เป็นไปได้ มาดูรายละเอียดทริปของเราทริปนี้กัน

  1. บินตรงด้วยจากไทยสู่มัลดีฟส์แค่ 4 ชม.กว่าๆ ด้วยสายการบิน AirAsia ราคาประหยัดไม่ถึงหมื่น
  2. เที่ยวสัมผัสชีวิตผู้คนบนเกาะมาเล่ (Male’) เมืองหลวงของมัลดีฟส์ หาอาหารอร่อยๆ (พักที่ Male’ 1 คืน)
  3. นอน Local Island เที่ยว กิน-นอน เล่นกิจกรรมทางน้ำแบบสุดเหวี่ยง (พักที่ Maafushi local island 1 คืน)
  4. ปิดทริปกับ รีสอร์ทวิลล่าหรูที่ Meeru Island Resort & Spa บน Atoll จิบไวน์นอนแช่ Jacuzzi กินดื่มให้เต็มที่แบบ All Inclusive พร้อมกิจกรรมทางน้ำ

ทั้งหมดนี้อยู่ใน แผนเที่ยวมัลดีฟส์ 4 วัน 3 คืน ที่คุณจะกินอร่อย นอนสบายและสัมผัสทุกรสชาติของมัลดีฟส์ แบบไม่ต้องประหยัด จนดูลำบากเลยล่ะ

1. บินตรงจากไทยสู่มัลดีฟส์ ด้วยสายการบินราคาประหยัด

ตอนนี้ใครๆ ก็ไปมัลดีฟส์ได้แล้วจ้า เพราะสายการบินหลายเจ้าต่างพากันทำราคาตั๋วออกมายั่วใจมากๆ แต่ที่โดนใจสุดๆ เวลานี้เห็นทีจะเป็น AirAsia นี่แหล่ะ ระยะเวลาบิน 4 ชั่วโมงนิดๆ กับเวลาบินค่อนข้างดี คือ ออกจากดอนเมือง 9:30 น. แล้วมาลงที่มัลดีฟส์ตอน 11:40 น. (เวลาท้องถิ่นที่มัลดีฟส์จะช้ากว่าบ้านเรา 2 ชม. GMT+5) เรียกว่ามาถึงแล้วก็เที่ยวต่อกันได้เลย

ตั๋วเครื่องบินรวมภาษีแล้ว (ไม่รวมน้ำหนักโหลดและอาหารบนเครื่อง) อยู่ที่ 7,730 บาท ถ้าจะขนพร๊อพหรือเสื้อผ้ามาเยอะๆ เราแนะนำให้ซื้อน้ำหนักโหลดนะ

Now everyone can fly (ใครๆ ก็บินได้ ไม่แพง) เราเลือกบินกับสายการบิน AirAsia เช่นเคย  บินตรงจากดอนเมืองสู่มัลดีฟส์ ทุกวัน!!  ประหยัดค่าตั๋ว แล้วเอาไปจ่ายค่าที่พักกัน เย้ย!! ไม่ใช่ เดี๋ยวนี้เค้ารองรับ นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ทั้ง Luxury, economic ไปจนถึงแบบ Budget Trip เลยจ้า

ใครๆ ก็ไปมัลดีฟส์ได้

ตอนนี้ AirAsia  บินตรงเวลามากๆ ครับ มาตรฐานดีวันดีคืน จนคว้า รางวัลสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลกมา 9 ปีซ้อน รวมถึงสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในเอเชีย  ด้าน AirAsia X ได้รางวัลชั้นโดยสารพรีเมี่ยมและที่นั่งชั้นพรีเมี่ยมดีที่สุดเป็นปีที่ 5 จากสกายแทรกซ์!

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง

ถึง Maldives แล้ว

2. เที่ยวสัมผัสชีวิตผู้คนบนเกาะมาเล่ (Male’)

แม้จะเป็นประเทศหมู่เกาะ แต่ที่นี่ก็มีเมืองหลวงซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการปกครอง เมือง Male’ หรือมาเล่ตั้งอยู่บนเกาะมาเล่ ในหมู่เกาะคาฟุ (Kaafu Atoll) มีท่าเรือพาณิชย์และมีสนามบิน Velana International Airport ตั้งอยู่บนเกาะฮุลฮูเล (Hulhule Island) ที่อยู่ใกล้ๆ กัน และรวมถึงสนามบิน Seaplane สำหรับเดินทางไปยังเกาะต่างๆ ในมัลดีฟส์ด้วย

ยัยหมวยรับหน้าที่ช่วยถ่ายวีดีโอ

หลายตึกในเมืองพาสีสันสดใส อาจจะดูเก่าบ้างแต่ก็มีเอกลักษณ์ดี

แม้คนที่มัลดีฟส์จะนับถือศาสนาอิสลาม อาจจะดูหน้าดุ แต่บอกเลยว่าเป็นมิตรและใจดีนะ

วันศุกร์จะเป็นวันที่คนอิสลามไปทำละหมดกัน

คนมัลดีฟส์ ใจดี พูดเก่ง แถมทักทายเราตลอดทาง

ระหว่างทางก็ขอถ่ายรูปกับเด็กน้อยและคุณแม่สักหน่อย แต่งตัวซะสวยเลย

 

ที่ท่องเที่ยวน่าสนใจบนเกาะ Male’ นั้นไม่ได้หวือหวาอะไรนักหรอก แต่เราเลือกไปเดินเที่ยวเพื่อเข้าใจว่าคนในเมืองหลวงเค้ากิน อยู่ และใช้ชีวิตกันยังไง โปรแกรมช่วงบ่ายวันแรกเราเลยแนะนำให้ตามนี้

Male’ Local Market

อยากรู้ว่าเค้ากิน เค้าอยู่กันยังไง ก็ต้องมาแวะเที่ยวชมตลาดสิครัส เราแอบแปลกใจนิดนึงตรงที่สินค้าในตลาด Male’ นั้นเหมือนบ้านเราหลายอย่างเลย แถมคนพื้นเมืองก็ยังนิยมกินหมากอีกด้วย!! ดูรูปประกอบไปพลางๆ นะ

มีความละม้าย คล้ายตลาดบ้านเรา

อันนี้กล้วยน้ำว้า แต่ลูกใหญ่เบิ้ม!

เชื่อมะ คนที่มัลดีฟส์นิยมกินหมาก!!

แม่พริกขี้หนู ยิ่งดูยิ่งร้ายย

อันนี้ก็พริกนะ

ร้านค้าส่วนใหญ่ 99% พ่อค้าเป็นผู้ชาย

Male’ Fish Market

ตรงข้ามกับ Male’ Local Market จะมี Male’ Fish Market  ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งปลาขนาดใหญ่ของเกาะ เรือประมงท้องถิ่นจะมาเทียบท่าและนำปลาที่ได้มาขายที่ตลาดนี้ ซึ่งหลักๆ จะเป็นปลาทูน่าและปลาชนิดต่างๆ แต่น่าแปลกที่เราไม่เห็นมีกุ้ง, หอย, ปู มาวางขาย เข้าใจว่าคนที่นี่เค้าไม่นิยมกินกันนะ (ภาพประกอบอาจจะโหดไปสักนิด ขออภัยล่วงหน้า)

ตลาดปลาจะเปิดตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงบ่าย 3 และหยุดในวันศุกร์หรือวันสำคัญทางศาสนานะครับ

ตลาดปลาจะอยู่ตรงข้ามกับท่าเรือประมง

 

พอตกลงราคากันได้แล้วก็จะมาทำการชำแหละ ล้างทำความสะอาดกัน และแล่ปลา

ทูน่า ทูน่า และทูน่า

ปลาอื่นๆ ก็มี สดตาใสทั้งนั้น

ชาวบ้านและพ่อค้าก็มาจับจ่ายปลากันตั้งแต่เช้าตรู่

ซื้อกันทีเป็นตะกร้า น่าจะเอาไปทำขาย

ที่เที่ยวอื่นรอบๆ เกาะ Male’

เราใช้เวลาช่วงบ่ายของวันนั้นเดินเที่ยวไปยังสถานที่น่าสนใจบนเกาะ Male’ ด้วยความที่พื้นที่ไม่เยอะมาก สถานที่แต่ละแห่งเลยห่างกันแค่นิดเดียว ถ้าถามเราว่า มาเที่ยวมัลดีฟส์จำเป็นต้องมารู้จักที่เหล่านี้ไหม เราตอบว่า มันก็เหมือนกินอาหารแต่ไม่มีเครื่องปรุง ถ้ามามัลดีฟส์แต่ไม่รู้เรื่องเมืองเค้าเลยมันจะไม่ครบรสนะครัส

สถานที่แรก คือ Mulee-Aage ( The Male Presidential Palace)  เป็นอาคารที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมยุคใหม่และสถาปัตยกรรมแบบอิสลามได้อย่างลงตัว เดิมเป็นวังเก่าของสุลต่าน สร้างขึ้นโดยสุลต่าน Shamsudheen III ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังจากมัลดีฟส์ ล้มเลิกระบบสุลต่าน Mulee-aage ปัจจุบันกลายเป็นที่พำนักของประธานาธิบดี

บ้านพักประธานาธิบดี (แต่คิดว่าคงไม่อยู่)

บ้านพักประธานาธิบดี

ศูนย์กลางศาสนาอิสลาม หรือ มัสยิดกลาง เป็นเหมือนศูนย์รวมทางจิตใจของชาว Male และถือเป็นสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุดของเกาะ พื้นที่ภายในมัสยิดสามารถจุคนได้ถึง 5,000 คน ส่วนมินาเร็ทหรือหอสูงสำหรับแจ้งเวลาสวดมนต์ ด้านข้างนั้นสูงโดดเด่น สามารถมองเห็นได้ตั้ง แต่เรือ ยังเดินทางมาไม่ถึงชายฝั่งของเกาะ ภายในตกแต่งด้วยไม้แกะสลัก และ ลวดลายตัวอักษรอาราบิกที่สวยงาม

เปิดให้เข้าชมเวลา 09:00 – 17:00 น. ผู้เข้าชมต้องแต่งกายสุภาพ ชายสวมกางเกงขายาว หญิงสวมชุด กรอมเท้าบ่าและแขนมีผ้าปิดมิดชิด

มัสยิดกลางแห่งมัลดีฟส์ หรือ Masjidh Al Sulthan Muhammad Thakurufaanu Al Auzam

มัสยิดกลางแห่งมัลดีฟส์ หรือ Masjidh Al Sulthan Muhammad Thakurufaanu Al Auzam

Republic Square

พอเดินผ่านตึกธงชาติแล้ว ก็จะเป็นบริเวณ Republic Square ลานกว้างๆ มีน้ำพุใกล้ท่าเรือ จะเห็นธงชาติมัลดีฟส์โบกสะพัดอยู่ ถ้าเป็นวันศุกร์แล้ว คนท้องถิ่นที่นี่จะออกมานั่งเล่นรับลมเย็นๆ ติดทะเลบริเวณกันแน่นถนน

Republic Square

Republic Square

ร้านอาหารแนะนำบนเกาะ Male’

ราคาอาหารที่เกาะ Male’ นั้นแอบโหดอยู่นะ แต่ก็ถัวๆ ไปกับราคาที่พักที่ไม่แพงมาก สำหรับมื้ออร่อยบนเกาะ Male’ เราแนะนำร้านชื่อ Seagull Cafe’ รสชาติอาหารถูกปากเลยแหล่ะ แถมยังมี “เจลาโต้” (ไอศครีมสไตล์อิตาเลี่ยน) ที่เค้าว่าอร่อยที่สุดในเมือง เราลองชิมแล้วก็… งั้นๆ นะ คงเพราะบ้านเรามีร้านไอศครีมอร่อยๆ เยอะแล้วไง พอไปชิมร้านนี้ก็เลยเฉยๆ

เดินเที่ยวมาทั้งวัน มีความหิวมาก พูดเลย 555

 

บรรยากาศด้านบนของร้าน

ร้านนี้ได้คะแนนโหวต 4 ดาวจาก TripAdvisor ด้วยครับผม ทำเลร้านอยู่ใจกลางเมืองเลย ใครสนใจก็พิกัดนี้เลย https://goo.gl/maps/X8D7M3XxGLH2
ที่อยู่ Fareedhee Magu, Maafannu, Male Tel+960 332-3332

ค่าอาหารมื้อนี้ :  ราคา 32 usd. รวม อาหาร 3 รายการ เป็นสลัดซีซาร์, Buffalo Wings, ข้าวผัดนาซีโกเร็ง เครื่องดื่มและไอศกรีม Medium 3 รส Gianduja, Cherry และ Truffle Nut Flavor

ที่พักแนะนำบนเกาะ Male’

คืนแรกเราพักที่  Novina Hotel โรงแรมขนาดเล็ก ที่แม้พื้นที่ใช้สอยจะน้อยแต่สิ่งอำนวยความสะดวกก็จัดให้แบบครบๆ ห้องพักมีแอร์ มี wi-fi มีตู้เย็น มีทีวี มีห้องน้ำในตัว มีไดร์เป่าผม ตู้เซฟ กาต้มน้ำ มีบุพเฟ่ต์อาหารเช้าอร่อยๆ

มีบริการรับ-ส่งจากสนามบินฟรี!! โดยเจ้าหน้าที่จะถือป้ายชื่อไปรอรับที่สนามบิน จากนั้นจะพานั่งเรือข้ามมาเกาะ Male’ แล้วนั่ง Taxi มายังโรงแรม และเมื่อเช็คเอาท์ ก็จะมีบริการ Taxi นำเราไปส่งที่ท่าเรือให้ฟรีอีกด้วย

รีวิวNovina Hotel ฉบับเต็ม  http://wp.me/p7VvX0-1Eg

ขนาดห้องนอนเล็กกับญี่ปุ่นไหมฮ่ะ

ถึงห้องจะเล็กแต่อุปกรณ์ครบนะ

พนักงานบริการที่นี่พร้อมที่จะช่วยเหลือเต็มที่…ดีมากก

วัตถุดิบดี ถือเป็นมื้อเช้าที่อร่อย

ค่าที่พักที่ Novina อยู่ที่คืนละประมาณ 2,110 บาท (รวมอาหารเช้า) เมื่อจองผ่านเว็บจองโรงแรม เราเลือกโรงแรมนี้เพราะทำเลดี อยู่ใกล้ร้านอาหารดังอย่าง Seagull Cafe’ ใกล้ Male’s Fish Market และย่านท่องเที่ยวอื่นๆ ใจกลางเมือง

พิกัดโรงแรม : https://goo.gl/maps/poPDLUZRCGG2

รวมค่าใช้จ่ายที่เกาะ Male’ = 3,168.24 บาท/ 2 คน

ประกอบด้วย

  • ค่าที่พัก : 2,110 บาท
  • ค่าอาหารที่ร้าน Seagull Cafe’ (32 USD x 33.07) = 1,058.24 บาท

3. นอน Local Island

อย่างที่บอกไปตอนต้น Maldives นั้นเป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วย Atoll มากมาย ซึ่งส่วนนึงทางรัฐบาลได้ปล่อยสัมปทานให้เอกชนเข้ามาทำรีสอร์ทหรูๆ แบบเหมากันทั้ง Atoll แต่ก็ยังมีหมู่เกาะอีกหลายแห่งที่เป็นที่อยู่ของคนพื้นเมือง

ซึ่งนักท่องเที่ยวก็สามารถจะข้ามไปพักผ่อนท่องเที่ยวยังหมู่เกาะเหล่านั้น ไปสัมผัสบรรยากาศแท้ๆ ของคนมัลดีฟส์ ไปนอนชิลล์บนชายหาด ไปดำน้ำ ไปเล่น Water Sport แถมค่าใช้จ่ายก็ไม่ทำให้กระเป๋าฉีกด้วยนะ 55555

สำหรับ Local Island ที่ Maldives นั้นมีอยู่หลายเกาะมาก การเดินทางไปยังแต่ละเกาะ ทำได้ทั้ง Public Ferry และ Speed Boat ค่าใช้จ่ายจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระยะทาง ซึ่งเรารวมรวมข้อมูลมาให้ตามตารางด้านล่างนี้แล้ว

ทริปนี้เราเลือกพักบนเกาะชื่อ Maafushi ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Male’ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว มีที่พักเยอะ ค่าใช้จ่ายไม่แพง มีกิจกรรมทางน้ำให้เลือกใช้บริการเยอะแยะ ทั้งดำน้ำดูปะการัง, ดำน้ำลึก, ไปชิลล์ๆ บน Sandbank, ไปดูเต่าทะเล, ไปล่องเรือชมโลมา, ถ้าชอบ Extreme ก็มีกีฬาทางน้ำให้เลือกเล่นเยอะแยะ แถมยังมีทัวร์ไปเที่ยว Private Resort แบบ Day Trip ด้วย สนใจแบบไหน ก็ติดต่อกับทาง Guesthouse บนเกาะได้เลย สะดวกมาก

เพื่อประหยัดเวลา เราเลือกใช้บริการ Speed Boat จากเกาะ Male’ ไปยัง Maafushi ใช้เวลาแค่ 30 นาที ค่าใช้จ่ายคนละ 25 USD/เที่ยว หรือ 826.75 บาท

Speed Boat ออกจากท่าเรือจาก Male

ไปหล่ะจ๊าาา…นั่งไป นอนไปยาวๆ ระยะเวลาประมาณ 30-45 นาทีแล้วแต่สภาพอากาศ

พนักงานกำลังลำเลียงกระเป๋าลงจากเรือ

แน่นอนว่าเราทำการจองที่พัก และนัดเวลาเดินทางมาล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์จองโรงแรมแล้ว ที่พักที่เราเลือกบนเกาะ Maafushi ชื่อ Narnia Hotel Maafushi island หึๆ ถึงจะชื่อนี้แต่ไม่มีสิงโตโผล่ออกมาเหมือนในหนังหรอกนะ แฮ่!!

เกาะ Maafushi นั้นพื้นที่ไม่กว้างมาก ขนาดประมาณ 1,270 x 265 เมตร มีประชากรราวๆ 2,700 คน (เดินแป๊บเดียวก็ทั่วเกาะแล้ว) ที่พักของเราอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือ ไม่ไกลจาก Bikini Beach ไม่ไกลจาก Water Sport Center และไม่ไกลจากร้านอาหาร ทำเลที่พักที่นี่จึงสะดวกสุดๆ ครับผม

รีวิว Narnia Hotel Maafushi island ฉบับเต็ม :  http://wp.me/p7VvX0-1Ep

เจ้าหน้าที่โรงแรมเข็นรถมารับกระเป๋าจากท่าเรือ

ที่พักบรรยากาศสบายๆ มีความเป็น Tropical นิดๆ

ห้องพักนี่กว้างมาก มีแอร์ มีพัดลมเพดาน มีเครื่องใช้ครบ

ห้องน้ำก็กว้าง

ค่าที่พักรวมอาหารเช้า (สำหรับ 2 คน) อยู่ที่ 1,505 บาท เท่านั้นเอง!! เป็นราคาในช่วงเดือนกันยายน 2017 นะครับ
พิกัดโรงแรม : https://goo.gl/maps/SfM37Xkc8y32

สำรวจเกาะ Maafushi

ก่อนอื่นต้องไม่ลืมว่า Maldives เป็นประเทศมุสลิม ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่ไปก็ควรปฏิบัติตัวให้เหมาะสมตามหลักศาสนาด้วยนะครับ ร้านอาหารบน Local Island จะไม่จำหน่ายเนื้อหมู, สุรา-ของมึนเมา รวมถึงผู้หญิงก็ไม่ควรแต่งตัวโป๊ เช่น บิกินี่ เสื้อกล้าม ไม่ควรใส่ไปในที่สาธารณะนะครับ

ยัยหมวยแต่งตัวมิดชิดมาก 5555

แต่ที่ Maafushi ยังมีบางหาดที่เค้าอนุโลมให้นักท่องเที่ยวใส่บิกินี่เล่นน้ำได้อยู่นะ คนท้องถิ่นเรียกหาดนี้ว่า Bikini Beach ซึ่งอยู่บริเวณ Kani Beach และ Arena Beach ใครวางแผนไปเที่ยว Maafushi ก็ลองเลือกที่ใกล้ๆ หาดนี้ดูนะครับ

ก่อนจะพายัยหมวยไปนั่งเล่น นอนเล่น ทำกิจกรรมทางน้ำ เราแวะเดินเล่นดูบ้านช่องบนเกาะ Maafushi กันแป๊บนึง แล้วก็หามื้อกลางวันรองท้องก่อนไปเล่นน้ำที่ร้าน Kaani Restaurant

ค่าอาหารและเครื่องดื่ม :  ราคา 26 usd. รวม  Buttered Prawns 9 usd, Maldivian Style Whole BBQ Fish 6 usd , Ginger Beer 4 usd และ Sprite 1.60 usd

สีสันของบ้านบนเกาะ Maafushi

ถึงจะแต่งมิดชิดแต่ก็แอบเปรี้ยวนะคะ

มีงานเพนท์ผ้าวางขายด้วย

หาอะไรทานรองท้องก่อน ร้านนี้ชื่อ Kaani Restaurant ในโรงแรม Kaani Beach Hotel ระดับ 3 ดาว มีริมหาดส่วนตัว

สั่งปลาย่าง ก็ได้ปลาเนื้อแน่นมาทั้งตัวเลย ทานกับข้าว

Bikini Beach บนเกาะ Maafushi

มาเที่ยวทะเลทั้งทีจะใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นเล่นน้ำก็คงจะไม่ฟิน แม้คนบนเกาะ Maafushi จะเป็นมุสลิม แต่เค้าก็อนุโลมให้นักท่องเที่ยวใส่บิกินี่เล่นน้ำได้เหมือนกัน Bikini Beach ที่เกาะ Maafushi จะอยู่บริเวณ Kani Beach และ Arena Beach ใครอยากใส่บิกินี่เล่นน้ำทะเลก็เชิญมาที่หาดนี้กันได้เลย

ริม Bikini Beach เกาะ Maafushi

ถ้าอยากนุ่งบิกินี่ ต้องมาหาดนี้จ๊ะ

เอาโดรนเก็บภาพสักหน่อย

ที่บริเวณ Bikini Beach หาดทรายค่อนข้างละเอียด แต่จะมีเศษเปลือกไม้ ใยไม้ อยู่ตามพื้นบ้าง รอบๆ มีร้านขายเครื่องดื่มให้บริการ แต่ไม่มีแอลกอฮอล์ขายนะ

อย่าลืมกดไลค์เพจ “หนีงานไปเที่ยว ibreak2travel” นะคะ

เปลี่ยนชุดสักนิด เดี๋ยวจะไปเล่นกิจกรรมทางน้ำ

กิจกรรมทางน้ำ

เกาะ Maafushi นี่ถือเป็นแหล่ง Water Sports และ Water Activities เลยครับ เรื่องความปลอดภัยและมาตรฐานบริการนั้นหายห่วง เค้าดูแลอย่างดี มีประกันภัยให้ สำหรับศูนย์ให้บริการ Water Sports กับ Water Activities นั้นจะแยกกันนะครับ (แต่ตั้งอยู่ใกล้กัน) จุดให้บริการอยู่บริเวณท่าเรือเลย

iCom Tour จะให้บริการพาไปดำน้ำ ดูปะการัง เต่าทะเล ดูปลากระเบน

ถ้าชอบความตื่นเต้น ต้องมาที่นี่ Water Sports Center

เจ้านี้จะให้บริการทั้ง Water Sports และดำน้ำ

น่าเสียดาย… วันที่เราไปเที่ยว Maafushi นั้น ฝนฟ้าไม่ดีครับ การออกเรือไปดำน้ำค่อนข้างอันตราย ดังนั้นเราเลยอดออกไปดำน้ำดูปะการัง กับไปดูเต่าทะเลเลย!! ฮือๆ แต่เดี๋ยวไปแก้มืออีกทีวันหลัง

สำหรับ Water Sports นั้น สามารถให้บริการได้ครับ เพราะอยู่ไม่ไกลจากชายหาด วันนั้นเราเลยเลือกเล่น Water Sports แทน โดยเราเลือกเล่น 3 กิจกรรม คือ KNEEBOARD, FUNTUBE (หรือ FUN SOFA) และ JETSKI ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดเพียง 110 USD/2 คน หรือประมาณ 3,637 บาท

กิจกรรมนี้ถ่ายภาพนิ่งไม่สะดวก งั้นติดตามชมคลิปสนุกๆ แทนก็แล้วกันนะ

เบาะนี้เรียกว่า “FUNTUBE” เป็นโซฟาลมตัวใหญ่ ใช้ JETSKI ลากไปในน้ำ กระแทกกับคลื่นและโต้ลม สนุกมาก

มื้อเย็นส่งท้ายที่ Maafushi

กว่าจะเล่น Water Sports เสร็จก็ค่ำเลย เราทั้งคู่เลยแวะหาอะไรทานกันก่อนเข้าที่พัก มื้อนี้เราทาน Pizza และ Grilled Tuna อร่อยเนื้อแน่นมาก!!! ค่าอาหาร + เครื่องดื่ม 32 USD/ 2 คน หรือประมาณ 1,058.24 บาท

โต๊ะมืดมาก ต้องใช้ตัวช่วย 555

Pizza อร่อย

จานนี้ Grilled Tuna ที่เนื้อแน่น จนทานแทบไม่หมด

รวมค่าใช้จ่ายที่เกาะ Maafushi’ = 8,714.26 บาท/ 2 คน

ประกอบด้วย

  • ค่า Speed Boat จาก Male’ -> Maafushi  (50 USD x 33.07) = 1,653.5 บาท
  • ค่าที่พัก Narnia Hotel                           =   1,505      บาท
  • ค่าอาหารกลางวัน  (26 USD x 33.07)  =     859.82 บาท
  • ค่ากิจกรรมทางน้ำ (110 USD x 33.07) = 3,637.70  บาท
  • ค่าอาหารเย็น (32 USD x 33.07)          = 1,058.24  บาท

4. ปิดทริปกับ รีสอร์ทวิลล่าหรูที่ Meeru Island Resort & Spa

ปิดท้ายทริปให้สมบูรณ์แบบด้วยการพาหวานใจไปนอนพักชิลล์ๆ เก๋ๆ บนเกาะกลางทะเลที่ Resort Villa หรูระดับ 4.5 ดาว อย่าง Meeru Island Resort & Spa กันครับ Meeru Island ตั้งอยู่บน North Male’ Atoll ล้อมรอบไปด้วยหาดทรายขาว น้ำทะเลสีเทอคว๊อยซ์ แนวปะการัง และอุดมไปด้วยสัตว์ทะเลมากมาย

Bangalow Overwater Villa

เกาะนี้มีความยาว 1200 เมตร และกว้าง 350 เมตร แบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายโซนทั่วทั้งเกาะ มีสนามกีฬาทั้งฟุตบอล, สนามไดร์ฟกอล์ฟ, คอร์ทแบดมินตัน, สนามวอลเล่ย์บอลชายหาด, โต๊ะปิงปอง, โต๊ะสนุกเกอร์ มีห้องคาราโอเกะ มีบาร์เครื่องดื่ม 6 แห่ง มีสระว่ายน้ำ 2 สระใหญ่ มีห้องพักทั้งหมด 5 Room Type ได้แก่ Garden Rooms, Beach Villas, Jacuzzi Beach Villas, Water Villas และ Jacuzzi Water Villas

มีบริการกิจกรรมทางน้ำและบนบกครบครัน

บริเวณด้านหน้าที่เป็นส่วนของ Lobby

สำหรับ Package ที่เราเลือกพักนั้นจะเป็นแบบ All Inclusive Plus กับห้อง Jacuzzi Beach Villa ซึ่งเป็นห้องพักที่ดีที่สุดรองลงมาจาก Jacuzzi Water Villa ราคาที่พักอยู่ที่คืนละ 453.9 USD/2 คน ซึ่งการจะเดินทางมายังเกาะนี้ เราต้องใช้บริการ Speed Boat ของทางรีสอร์ทเท่านั้น (ค่าเรือไป-กลับ อยู่ที่ 300USD/2 คน)

ราคารวม 753.9 USD/2 คน หรือประมาณ 24,931.47 บาท

เว็บไซต์ Meeru Island Resort & Spa : http://www.meeru.com/index

Package All Inclusive Plus นี้รวมถึง

  • อาหาร International Buffet รวม 3 มื้อ “All you can eat”
  • เครื่องดื่มไม่จำกัดทั้งมีแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ ที่ห้องอาหารและบาร์เครื่องดื่มทั่วเกาะ
  • Afternoon Tea เสิร์ฟให้ทานตลอดวัน
  • Mini Bar ในห้องพัก ประกอบด้วย ชา, กาแฟ, ไวน์แดง, ไวน์ขาว, เบียร์. Soft Drinks
  • Champagne ครึ่งขวด
  • กิจกรรมล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกดิน Sunset Cruise (ชมฝูงปลาโลมา)
  • ล่องเรือแบบกลุ่มไปชมแนวปะการัง 1/2 ชม. (ไม่รวมค่าอุปกรณ์ดำน้ำ)
  • หลักสูตรเล่น Windsurf 1/2 ชม. (รวมอุปกรณ์ฟรี)
  • หลักสูตรสอนไดรฟ์กอล์ฟ 1/2 ชม. (รวมอุปกรณ์ฟรี)
  • ใช้บริการ Fitness, สนามไดรฟ์กอล์ฟ, คอร์ทเทนนิส, วอลเล่ย์บอลชายหาด, คอร์ทแบดมินตัน, โต๊ะปิงปอง, โต๊ะบิลเลียด, โต๊ะสนุกเกอร์ และสนามฟุตบอล (รวมอุปกรณ์ฟรี)
  • พายเรือคายัคและเล่น Windsurf ได้ฟรี (รวมอุปกรณ์ฟรี)
  • เข้าคอร์สโยคะกลุ่มฟรี

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ All Inclusive Plus เพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.meeru.com/dining-all-inclusive

ห้องพัก Jacuzzi Beach Villa

พื้นที่ห้องประมาณ 80 ตร.ม. แบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วน ได้แก่ระเบียงหน้าบ้านพัก, ส่วนของห้องพัก-ห้องน้ำ และโซน Outdoor Jacuzzi ที่ออกแบบเป็น Sun Deck ติดตั้งอ่าง Jacuzzi สำหรับ 2 คน จะได้แช่น้ำ ดื่มไวน์ ดูดาวกัน 2 คน โอ๊ว!! โรแมนติก

หลังจากเดินทางมาอย่างนาน ถึงเวลาแช่ Jacuzzi แล้ว

ห้องนอนกว้างขวาง มีพื้นที่นั่งเล่นเยอะมาก

ภายในบ้านพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตกแต่งสไตล์ Tropical มีเตียงขนาด King Size มีบริการ Wi-fi ในห้องพักและทั่วทั้งเกาะ พร้อม Mini Bar และผลไม้บริการในห้องพักด้วย ไฮโซจริงๆ

น้ำบนเกาะก็ไหลแรงนะจ้าา

กิจกรรมทางน้ำของทางรีสอร์ท

ที่ Meeru Island Resort มีกิจกรรมมากมายจัดเตรียมไว้บริการแขกผู้มาพัก ซึ่งดูๆ ไปแล้ว ทำยังไงก็ไม่ครบในวันเดียวแน่ๆ เราเลยเลือกไปดำน้ำดูปะการังและนั่งเรือชมพระอาทิตย์ตก ซึ่งทั้ง 2 กิจกรรม สามารถทำต่อเนื่องกันได้เลยครับ

การออกไปดำน้ำดูปะการังมี 2 รอบ คือ 10:00 – 12:30 และ 14:30 – 16:00 น. การจะร่วมกิจกรรม เราต้องจองคิวล่วงหน้าไว้ก่อนนะครับ จะจองตั้งแต่มาถึงเลยก็ได้ ทางรีสอร์ทจะมีเครื่อง iPad ให้เราเข้าไปลงคิวจอง

เรือจะพาเราออกไปดำน้ำชมปะการัง ซึ่งห่างจากเกาะ Meeru ราวๆ 1-2 กม.

สำหรับอุปกรณ์ดำน้ำ อาทิ หน้ากาก Snorkeling และ Fins (ตีนกบ) จะไม่รวมอยู่ใน Package เราต้องเช่าเพิ่มครับ ค่าเช่าอุปกรณ์อยู่ที่ 10 USD / คน เช่าได้ยาวๆ ทั้งวันเลย

อุปกรณ์ดำน้ำต้องเช่าเพิ่มนะครับ

แม้แนวปะการังที่ Maldives จะไม่สวยเหมือนแถวเกาะตาชัย เกาะหลีเป๊ะบ้านเรา แต่ด้วยความใสของน้ำทะเล และกระแสน้ำอุ่นที่ไหลอยู่โดยรอบ ทำให้แถวนี้อุดมไปด้วยสัตว์น้ำมากมาย ตอนที่เห็นฝูงปลาจำนวนมากว่ายอยู่ตามแนวปะการัง เราถึงกับร้อง “ว๊าว!!” ออกมาดังๆ (ในใจ) เลยล่ะ

สัตว์ทะเลรอบๆ เกาะ

สัตว์ทะเลรอบๆ เกาะ

สัตว์ทะเลรอบๆ เกาะ

สัตว์ทะเลรอบๆ เกาะ

สัตว์ทะเลรอบๆ เกาะ

สัตว์ทะเลรอบๆ เกาะ

สัตว์ทะเลรอบๆ เกาะ

เสร็จจากดำน้ำดูปะการังแล้ว เราก็มาต่อกับการนั่งเรือชมพระอาทิตย์ตก หรือ Sunset Cruise ซึ่งเราก็ต้องจองเวลาล่วงหน้ามาก่อนเช่นกัน เรือจะออกจากฝั่งประมาณ 17:00 – 18:30 น. ซึ่งถ้าโชคดี เราจะได้เห็นฝูงโลมา ออกมากระโดดน้ำเล่นอวดโฉมให้เห็น เหมือนที่พวกเราได้เจอด้วยครับ ^_^

เรือลำใหญ่ พร้อมชูชีพและเจ้าหน้าที่ครบครัน

ช่วงที่ไปท้องฟ้ามีเมฆเยอะ แต่ก็ยังโชคดีได้เห็นดวงอาทิตย์

มีเครื่องดื่มบริการบนเรือ (แบบไม่อั้น)

ความขี้เล่นของโลมา ที่มักจะออกมาอวดโฉมและเล่นกับผู้คน

จับจังหวะดีๆ จะเห็นโลมาโดดคู่แบบนี้

โลมาแสนขี้เล่น

แม้เย็นวันนั้นพระอาทิตย์อาจจะถูกเมฆบดบัง แต่การได้เห็นฝูงโลมาขึ้นมาอวดโฉม ก็ทำให้ทุกคนบนเรือกลับขึ้นฝั่งด้วยรอยยิ้มทุกคน ^_^

โลมาแสนขี้เล่น

เราปิดท้ายวันกันด้วย Buffet แบบจัดเต็ม (พร้อมเครื่องดื่ม) ที่ ห้องอาหาร Maalan Restaurant ซึ่งเป็นห้องอาหารที่อยู่บริเวณโซนที่เราพักครับ สำหรับอาหารที่ทงารีสอร์ทจัดให้นั้น จะหมุนเวียนเมนูกันไปในทุกมื้อ แต่หลักๆ จะประกอบด้วย สปาเก็ตตี้, อาหารย่าง อาทิ เนื้อวัว เนื้อแกะ, Hot Dish, สลัด, อาหารมังสวิรัติ, อาหารท้องถิ่น Maldives, ของหวาน อาทิ เค๊ก ไอศครีม และเครื่องดื่ม

ห้องอาหาร Maalan Restaurant จะเป็นห้องอาหารที่เรามาใช้บริการในทุกๆ มื้อครับ

คืนนั้นกลับมาถึงห้อง ก็แอบอมยิ้มกับสิ่งที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ต้อนรับ เค้าเห็นว่าเป็นคู่รักมาเข้าพัก เลยแอบมาจัดเตียงให้ซะหวานแหววเชียว 5555

วันรุ่งขึ้นเรามีเวลาอีกนิดหน่อยก่อนเดินทางกลับ เลยชวนยัยหมวยออกไปเดินเล่นถ่ายรูป ซึ่งยัยหมวยก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง นางเตรียมชุดรอไว้ตั้งหลายชุดแน่ะ 555555 ขอส่งท้ายทริปด้วยแฟชั่นเบาๆ แต่ซ่อนเปรี้ยว ของยัยหมวยนะครับ

เรือ Speed Boat พาเราสู่สนามบินในช่วงสายๆ เพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ

สรุปค่าใช้จ่ายตลอดทริป

ทริป 4 วัน 3 คืนใน Maldives นี้ เราใช้เงินไปทั้งสิ้น 40,456.41 บาท สำหรับ 2 คน หรือคนละ 20,228 บาท (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน) ซึ่งค่าใช้จ่ายนี้ประกอบด้วย

เฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อคน = 20,228.20 บาท

เราหวังว่าแผนการท่องเที่ยวของพวกเราในทริปนี้ จะช่วยให้เพื่อนๆ วางแผนการเงินและแผนการท่องเที่ยว Maldives ได้แบบสบายกระเป๋านะครับ คนทำงานอย่างเราจะเที่ยวไหนก็ไปได้ สบายกระเป๋า ขอแค่รู้จักการวางแผนท่องเที่ยวให้เป็นครับผม ^_^