แยมต้องทานคู่ขนมปัง จะเที่ยวให้ปังต้องไปปีนังนะเธอ!!

5555 เริ่มต้นด้วยมุขเชยๆ คล้ายจะเปรียบเปรยปีนังเป็นอดีตเมืองเคยดังแต่แปลกจัง แม้หลายสิบปีผ่านมา เกาะปีนังยังคงเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ ไม่ว่ารุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ต่างก็บอกว่าปีนังเป็นเมืองน่าเที่ยว อยู่ดี กินอร่อย มีวัฒนธรรมเฉพาะตัว

จะจริงไหม ไม่รู้!? พอมีจังหวะว่างสัก 3 วัน 2 คืน เราเลยคว้าแขนยัยหมวย ตีตั๋วไปเที่ยวปีนัง (Penang)” แบบชิลล์ๆ ไม่คาดหวัง ดูสิมันจะดีอย่างที่เค้าลือไหม!?  ผ่านมาหลายสิบปีปีนัง สิ้นมนต์ขลังแล้วหรือไม่!? มารู้จักปีนัง (Penang)” ไปพร้อมกับเรากันเลยครับ!!

ก่อนไปปีนังต้องอ่าน : 9 ข้อควรรู้ ก่อนไปเที่ยว “ปีนัง” มาเลเซีย

 

รู้จักปีนัง

“ปีนัง (Penang)” หรือ “ปูเลาปีนัง (Pulau Pinang)” ในภาษามาลายู อดีตเคยเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของไทย แต่น่าเสียดายที่ต้องกลายไปเป็นของอังกฤษในยุคอาณานิคม ปัจุบัน “ปีนัง” เป็นหนึ่งใน 13 รัฐของมาเลเซีย ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ โดยมีประชากรมส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ชาวมลายู และชาวอินเดีย ตามลำดับ 

น่าสนใจที่ความหลากหลายทางเชื้อชาติและศาสนาไม่ได้เป็นปัญหาให้เกิดความแตกแยกในปีนัง ทั้งพุทธ คริสต์ ฮินดู อิสลาม ต่างอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ เราจะเห็นวัดจีนอยู่ติดกับวัดแขก เราจะเห็นคนจีนต่อคิวในร้านอาหารอินเดีย วิถีชีวิตแบบนี้ คือ ความปกติในปีนังครับผม

พื้นที่รัฐปีนัง ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นเกาะ มี George Town เป็นเมืองหลวง และเมืองเซเบอรังเปอไร (สมารังไพร) ซึ่งตั้งอยู่บนชายฝั่ง

“ความปังของปีนัง” ก็เช่นเดียวกับเมืองท่าอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ ปีนังได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมยุโรปในยุคอาณานิคมของอังกฤษ เมื่อผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมเปอรานากันท้องถิ่น จึงตกผลึกเกิดเป็นวัฒนธรรมเฉพาะ “สไตล์ปีนัง” ที่มีดีทั้งสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโน-โปรตุกีส อาหาร วิถีชีวิต และวัฒนธรรม ส่งผลให้เมือง “จอร์จทาวน์ (Gorge Town)” เมืองหลวงของปีนัง กลายเป็นเมืองมรดกโลกมาจนถึงปัจจุบัน!!

ผ่านมาหลายสิบปี ปีนังต้อนรับท่องเที่ยวมากมายหลายล้านคน แต่ปีนังก็ไม่เคยตกยุค ยังคงพัฒนาและเชื่อมโยงเรื่องราวจากอดีตส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จะเรียกว่าสไตล์ “Penang Only” ก็คงไม่ผิด!!

 

10 พิกัด กิน-เที่ยว ปัง ปัง มาตะลุยปีนังกันจ้า!!

หลายคนบอกเราว่า เฮ้ย!! ปีนัง ก็งั้นๆ ไม่เห็นจะมีอะไร เรื่องแบบนี้แล้วแต่จริตคน อยู่ที่คุณชอบท่องเที่ยวสไตล์ไหน และอยู่ที่ว่า “คุณรู้จักปีนัง ดีแค่ไหน?” เราโชคดีทริปนี้เราได้ผู้นำทาง เป็น “อดีตชาวสยามในปีนัง” ที่ทั้งพูดภาษาไทยได้ดีและช่ำชองที่เที่ยวในปีนัง

มาครับ เรากับยัยหมวยจะพาคุณไปพบกับพิกัด กิน-เที่ยว-ดริงค์ ปัง ปัง สไตล์ “เหล้าใหม่ในขวดเก่า ที่จี๊ดจ๊าดไม่เบา” ดูจบแล้วรับรองเที่ยวตามได้สบาย!!

หมายเหตุ : ชาวสยามในปีนัง คือ ครอบครัวของอดีตชาวสยามที่อาศัยบนเกาะปีนัง ตั้งแต่ก่อนที่ไทยจะเสียดินแดนให้กับอังกฤษ กลุ่มชาวสยามเหล่านี้เลือกจะไม่ย้ายครอบครัวกลับไทย แต่ยังคงสืบทอดภาษาและวัฒนธรรมไทยในครอบครัวมาจนทุกวันนี้ และเรียกตัวเองว่า “ชาวสยาม”

 

1. คฤหาสน์ปีนังเปอรานากัน (Pinang Peranakan Mansion)

ถ้ามาเที่ยว “ปีนัง (Penang)” ครั้งแรก บอกเลยว่าต้องมา นี่คือคฤหาสน์ “ปีนัง เปอรานากัน” ที่อดีตเคยเป็นของคหบดีชาวจีนที่มาตั้งรกราก ณ เกาะปีนัง สร้างขึ้นราวปี 1890 ชาว “เปอรานากัน” คือชื่อเรียกของชาวจีนที่ล่องเรือจากแผ่นดินใหญ่ ลงมาตั้งรกรากยังแหลมมาลายู เราจะพบวัฒนธรรมแบบจีน “เปอรานากัน” ได้ในหลายพื้นที่ทางใต้ของไทย อาทิ ภูเก็ต, หาดใหญ่, ยะลา ไล่ไปจนถึงประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์

คฤหาสน์สไตล์เปอรานากัน จึงเปรียบเหมือนพยานวัตถุ แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานวัฒนธรรมของชาวจีนและมาเลย์ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เกิดเป็นสไตล์เฉพาะถิ่นที่หาชมได้เฉพาะภูมิภาคนี้

ถามว่าทำไมต้องมา? มาเหอะ ที่นี่อลังการ มุมถ่ายรูปเยอะ 55555 ปัจจุบันตัวบ้านได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกไปเรียบร้อยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เราเข้าชมสไตล์บ้านแบบเปอรานากันแท้ๆ ตอนนี้จะหาชมบ้านที่สภาพ complete แบบนี้ไม่ได้ง่ายๆ แล้วนะ

จากทางเข้าบ้านที่ดูแสนจะธรรมดา แต่พอผ่านประตูบ้านเข้าไปเท่านั้นล่ะ ยัยหมวยถึงกับร้อง “ว๊าว” เพราะสวยจับใจ บ้านมี 2 ชั้น แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน ทั้งส่วนรับแขก ลานกลางบ้าน ห้องรับรองสไตล์ฝรั่งและจีน เฟอร์นิเจอร์ด้านในมีทั้งแบบประดับมุก และแบบยุโรป ผสมกลมกลืมกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ!! ได้ทั้งกลิ่นบะหมี่และสตูว์เนื้อไปพร้อมๆ กัน 5555

นอกจากนี้ยังมีโบราณวัตถุและของสะสมกว่า 1,000 ชิ้น บ่งบอกชัดเจนว่าเจ้าของคฤหาสน์นี้มั่งมีเงินทองและรสนิยมขนาดไหน การมาคฤหาสน์ “ปีนัง เปอรานากัน” จึงคุ้มค่าในแง่ของการมาตามรอยประวัติศาสตร์ มาเรียนรู้วัฒนธรรม และมาถ่ายรูปโพสต์ท่าเก๋ๆ อัพขึ้น Social Media อีกด้วยนะเธอ!!

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : 29, Church St, Georgetown, 10200 George Town, Penang
โทรศัพท์: +604- 264 2929
เปิด : 09:30 – 17:00 น.
ค่าเข้า: 20 RM
เว็บไซต์: http://www.pinangperanakanmansion.com.my/
พิกัด : https://goo.gl/maps/eukiuNrqmVq

 

2. เดินชม แชะ ชิม เมือง “จอร์จทาวน์ (George Town)” หัวใจแห่งปีนัง

พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก!! คือคำอุทานที่เราอยากมอบให้กับเมืองมรดกโลกแห่งนี้!! นี่คือเมือง George Town เมืองหลวงแห่งรัฐปีนัง และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของมาเลเซีย (รองจากกรุงกัวลาลัมเปอร์) ขึ้นชื่อว่า “เมืองหลวง” เราอาจคิดว่าเมืองนี้คงจะเต็มไปด้วยตึกใหญ่ๆ รถราพลุกพล่าน แต่เปล่าเลย!!

“จอร์จทาวน์ (George Town)” คือเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่ไม่ซ้ำใคร!! ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งจีน มาลายู อินเดีย ต่างอยู่ร่วมกันอย่างผสมกลมกลืน เชื่อไหม? ว่าที่นี่มีอาคารโบราณกว่า 12,000 หลัง ทั้ง ร้านขายของ, ชุมชมท่าเรือ, วัดจีน, มัสยิด รวมไปถึงอดีตสำนักงานข้าหลวงอังกฤษ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ในปี 2008

การได้เดินท่องเที่ยวไปในเมืองประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต ผ่านย่านอยู่อาศัยที่ยังคงรักษากลิ่นอายในยุคโคโลเนียล ได้สำรวจตรอกซอกซอย ได้ทานของอร่อย ได้เห็นความเป็นอยู่ของผู้คน ได้เก็บภาพ Street Arts เก๋ๆ จึงเป็นประสบการณ์พิเศษเฉพาะตัวที่ทำให้ “จอร์จทาวน์ (George Town)” ต่างจากเมืองอื่นๆ ที่คุณเคยรู้จัก

เมื่อมาถึงปีนังแล้ว การมาเที่ยวยัง George Town ก็แสนง่าย เพราะการคมนาคมในปีนังนั้นสะดวกมาก ถ้าจะอุดหนุนคนท้องถิ่น แนะนำให้นั่งสามล้อถีบ ถ้าชอบขนส่งมวลชนจะนั่งรถเมล์ก็ได้ ถ้าฟิตหน่อยเราแนะนำให้เช่าจักรยาน แต่ถ้าชอบนั่งรถแอร์เราแนะนำ Grab Taxi จุดหมายปลายทาง คือ ถนน Lebuh Armenian ยาวไปจนถึงถนน Lebuh Acheh

ที่เที่ยวส่วนใหญ่ใน George Town จะอยู่โซนใกล้ๆ กัน การเดินเที่ยวน่าจะเหมาะที่สุด

มาแล้วไม่ควรพลาด!!

2.1 Penang Street Art 

นับตั้งแต่ได้รับตำแหน่ง เอ๊ย!! นับตั้งแต่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก สภาแห่งรัฐปีนังก็ได้มีแนวความคิดจะบอกเล่าเรื่องราวของเมืองผ่านงานศิลปะ เริ่มตั้งแต่งาน “เหล็กดัด” ที่บอกเล่าเรื่องราวของ George Town ที่กระจายอยู่ตามมุมต่างๆ ทั่วเมือง มาจนถึงงาน “ภาพเขียนผนัง” อันลือลั่น

ที่กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้มุ่งหน้ามาเพื่อตามเก็บทุกงาน Street Art ในเมืองปีนัง ไปพร้อมๆ กับการเดินชมเมืองได้อย่างชาญฉลาด จนหลายประเทศ (รวมถึงประเทศไทย) ก็รับเอาไอเดียนี้มาใช้ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนจนได้ผลมาแล้วในหลายๆ จังหวัด เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต, หาดใหญ่ นั่นแหล่ะ

งาน Street Art ส่วนใหญ่ใน George Town จะอยู่แถวๆ ถนน Lebuh Armenian แต่ถ้าอยากเก็บให้ครบ แวะไปดาวน์โหลดแผนที่ ได้ที่นี่ครับ Penang Street Art Map

 

 

2.1 ย่าน Little India ก็คึกคักนะจ๊ะนายจ๋า

ในความเหมือน ย่อมมีความแตกต่าง คนอินเดียในปีนัง ก็ใช่ว่าจะเหมือนคนอินเดียที่คุณรู้จักนะจ๊ะ Little India ที่ George Town นั้นสีสันสดใส ผู้คนน่ารัก ตรอกซอกซอยก็เดินสบาย ไม่มีกลิ่นรบกวน (ใครเคยไปอินเดียคงรู้นะ ว่าเราหมายถึงกลิ่นอะไร)

ย่าน Little India ที่ George Town ถึงจะเป็นย่านเล็กๆ แต่ก็เต็มไปด้วยสีสัน ด้วยวัฒนธรรมผสมผสาน ที่คนหลายเชื้อชาติอยู่กันอย่างเข้าใจ บางมุมถนน คุณอาจเจอวัดแขก (ฮินดู) อยู่ตรงข้ามวัดจีน และอาจได้เจอเพลงบอลลีวูดประชันกับเสียงเพลงเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ 5555

ใครอยากชมสีสันของย่าน Little India ลองมาเดินช่วงเย็นๆ ดูครับ บันเทิงใจมากเลย

 

 

2.3 วัดเจ้าแม่กวนอิม

มีชุมชนคนจีนที่ไหน ก็ย่อมมีวัดจีน และเมื่อมีวัดจีน ก็มักจะมีศาลเจ้าแม่กวนอิม ดังนั้นจงสบายใจ ไม่ว่าจะไปที่ไหนในโลก หากคนจีนไปตั้งรกรากอยู่ได้ เจ้าแม่กวนอิมก็จะถูกอัญเชิญไปเป็นขวัญและกำลังใจให้พี่น้องชาวจีนแน่นอน เหมือนเช่นที่วัดเจ้าแม่กวนอิม แห่งเกาะปีนังนี่ละครับ

แม้เราสองคนจะไม่ใช่ Blogger สายบุญ แต่เราก็ให้ความเคารพต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำท้องถิ่นนั้นๆ อยู่เสมอ แล้วยิ่งเป็นเจ้าแม่กวนอิมด้วยแล้ว เรายิ่งไม่พลาดครับ ^_^ ย้อนหลังไปราวทศวรรษที่ 1800 ชาวจีนรุ่นแรกๆ ที่มาตั้งรกรากบนเกาะปีนัง ได้ร่วมกันสร้างวัดจีนขึ้นในย่าน George Town เพื่อบูชาพระโพธิสัตว์กวนอิม และใช้เป็นสถานที่รวมตัวของพี่น้องชาวจีน

บริเวณลานหน้าวัดจะเป็นที่รวมตัวของฝูงนกพิราบ ที่มารอคอยผู้ใจบุญมาโปรยอาหาร ส่วนรอบๆ ลาน จะมีแผงขายดอกไม้ ธูปเทียนและเครื่องเซ่นไหว้ เมื่อก้าวสู่ด้านในจะพบกับสถาปัตยกรรมสไตล์จีนประยุกต์ที่สวยงามมีเอกลักษณ์ และมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม 18 กร ประดิษฐานอยู่ด้านใน เพื่อให้ผู้ที่เลื่อมใสได้เข้าไปกราบไหว้ขอพร

นอกจากเจ้าแม่กวนอิมแล้ว ภายในวัดยังมีรูปปั้นเจ้าแม่ทับทิมประดิษฐานอยู่ด้วย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับชาวจีนที่ต้องเดินเรือข้ามน้ำข้ามทะเลมาหากินยังเกาะปีนังนั่นเอง

 

 

2.4 โปรดอย่าพลาดร้าน Fruitmade

เมืองปีนังนั้นขึ้นชื่อเรื่องของอร่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งย่าน George Town นั้นมีร้านอร่อยอยู่เยอะไปหมด แต่ไหนๆ มาถึง George Town แล้ว เราก็ไม่อยากให้พลาดร้านนี้ครับ “ร้าน Fruitmade” มีดีใช้ผลไม้สดๆ มาทำเป็นน้ำผัก-ผลไม้ปั่น และไอศครีมรสเด็ด Presentation ดีงาน โดยเฉพาะไอศครีม soft serve รสแก้วมังกรกับรสเลมอน (Two Tone) เสิร์ฟมาบนผลแก้วมังกรผ่าซีก ทานแล้วสดชื่น ไม่หวานมาก บอกเลยว่าเด็ดจริง!!

ร้านนี้ดังแค่ไหนไม่รู้ แต่ที่รู้คือแถวยาวมากๆ และยาวไปจนเกือบจะถึงตอนปิดร้าน ถ้าใครอยากไปลองชิมความอร่อย แนะนำให้ไปช่วง 10:00 – 11:00 น. ในวันธรรมดานะจ๊ะ ร้าน Fruitmade ตั้งอยู่บริเวณหน้าร้านขายของที่ระลึก Toon Boon Tong Khoo Kongsi ดูรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่างนี้เลยครับผม

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : 6, Lebuh Cannon George Town, Malaysia 10200
Facebook : https://www.facebook.com/fruitmadepenang/
พิกัด : https://goo.gl/maps/SogbDJWkiS52

 

2.5 ร้านอาม่า ซาลาเปายักษ์!! kedai kopi ban leong ean 萬隆軒茶室

ณ สี่แยกถนน Lebuh Armenian ตัดกับถนน Jalan Masjid Capitan Keling เป็นที่ตั้งของร้าน “Kedai Kopi Ban Leong Ean (萬隆軒茶室)” ซึ่งเป็นร้านหมี่ฮกเกี้ยนโบราณ แห่ง George Town หลายคนอาจเห็นภาพถ่ายและภาพวาดร้านนี้อยู่ตามโปสการ์ดหรือภาพโปรโมทการท่องเที่ยวมาแล้ว

ร้านนี้มีเมนูดังหลายเมนู อาทิ หมี่ฮกเกี้ยนใส่กุ้ง, ขนมปังเนยสังขยา, ไข่ลวก, กาแฟโกปี้ แต่ทีเด็ดของที่ร้านมีอีกหนึ่งเมนู ที่เราอยากชวนให้มาชิม นั่นคือ ซาลาเปายักษ์ไส้แน่น รสชาติเข้มข้น ที่ถ้าไม่ใช่สายแข็ง เจอเข้าไป 1 ลูก ก็อาจจุกได้!!

ร้านนี้เปิดขายตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงบ่าย 2-3 ถ้าไม่อยากรอคิวนานแนะนำให้มาช่วง 10:00 – 11:00 น. ครับผม

พิกัดร้าน : https://goo.gl/maps/56BwER34C9F2

 

3. Clan Jetties และ Chew Jetty

อีกหนึ่งสีสันของการเดินเที่ยวชมเมือง George Town คือการมาเดินเล่นแถวชุมชนบ้านริมน้ำที่เรียกว่า Clan Jetties ครับ สำหรับคนไทย เราว่าที่นี่ไม่ได้แปลกใหม่จนถึงกับพลาดไม่ได้ เพราะมันจะคล้ายๆ เวลาไปเดินเกาะเกร็ด, อัมพวา, หรือชุมชนริมน้ำในบ้านเรานั่นแหล่ะ

แต่การมาเที่ยว Clan Jetties นั้นเป็นการพาเราย้อนกลับไปเห็นรูปแบบความเป็นอยู่ของชุมชนริมน้ำในปีนัง ซึ่งเค้าอยู่กันเป็น 100 ปีเลยทีเดียว!!  คำว่า “Jetty” นั้นแปลว่า “สะพานปลาหรือท่าเรือที่ยื่นออกไปในน้ำ” ซึ่งบรรยายลักษณะการอยู่อาศัยของชุมชนนี้ได้ชัดเจน

 

จุดเริ่มต้นของการเกิดชุมชนนี้ ก็เนื่องมาจากนโยบายการเก็บภาษีของภาครัฐ (ในสมัยนั้น) ที่บอกว่า “บ้านเรือนไหนตั้งอยู่บนแผ่นดิน จะต้องเสียภาษีทุกหลัง” เป็นผลให้ครอบครัวจีนฮกเกี้ยน 7 ครอบครัวใหญ่ พากันย้ายมาปลูกบ้านยื่นออกไปในทะเล เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียภาษี 5555

แม้ต่อมาทางรัฐจะเปลี่ยนกฏหมายเป็นว่า “ทุกบ้านที่มีประตูจะต้องเสียภาษี” ทำให้ท้ายสุดทุกคนก็เลี่ยงการจ่ายภาษีไม่พ้น แต่ชาวจีนฮกเกี้ยน 7 ครอบครัวนี้ ก็ยังคงอยู่อาศัยแบบเดิม และขยายครอบครัวต่อมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับชุมชนที่เราเลือกมาเที่ยวชมรอบนี้ จะเป็นชุมชนตระกูล Chew ซึ่งเป็นหนึ่งใน 7 ตระกูลที่มาตั้งรกรากอยู่ย่านนี้ เส้นทางเดินภายในชุมชนจะเป็นทางเดินไม้ที่ยึดอยู่กับโครงสร้างเสาปูนที่ปักลงไปในทะเล

ในชุมชนจะมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านขนม เครื่องดื่ม ไอศครีม ให้เราแวะอุดหนุนได้ตลอดทาง ถ้าอยากรับลม ชมวิว แนะนำให้เดินเข้าไปจนถึงด้านในสุด จะพบกับท่าเรือ, ศาลเจ้าจีน และลานชมวิว ช่วงเย็นๆ จะมีคนมานั่งชิลล์ ชมวิวยามเย็นกันเยอะมากครับผม

ปัจจุบันชุมชนท่าเรือของปีนัง เหลืออยู่เพียงแค่ 6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนตระกูล Lims, Chews, Tans, Lees, Yeohs, Koays ส่วนอีกหนึ่งชุมชนถูกไฟไหม้ไปนานหลายปีแล้วครับผม

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : Chew Jetty, Weld Quay, 10300 George Town, Pulau Pinang, Malaysia
เปิด : 9:00 – 21:00 น.
พิกัด: https://goo.gl/maps/aqECKL9jAC62

 

5. Penang Hill and The Habitat

เรายกให้ Penang Hill เป็นปอดของเกาะปีนังอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าคุณชอบเดินชมธรรมชาติ, อยากหาที่ทำกิจกรรมกับครอบครัว, อยากหามุมถ่ายภาพ Cityscape รวมถึงอยากหลบลมร้อนมารับอากาศเย็นสบายสดชื่น มาเที่ยว Penang Hill ครับ แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง!!

ด้วยความสูง 820 เมตร จากระดับน้ำทะเลและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ Penang Hill กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่น่าสนใจ มีเสน่ห์เฉพาะตัว สะดวกสบายด้วยรถรางไฟฟ้าที่วิ่งขึ้นสู่ยอดเขาใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาที (แต่ถ้าจะเดินขึ้น ก็มีเส้นทางให้เดินขึ้นเขานะ เค้าทำไว้ดีเลยล่ะ)

เมื่อถึงยอด Penang Hill จะรู้สึกถึงความเย็นสบายได้ในทันที อุณภูมิข้างบนจะต่ำกว่าข้างล่างประมาณ 4 องศาเซลเซียส ยิ่งได้เห็นวิวพาโนราม่าสวยๆ ของเมือง George Town, ได้เห็นทิวทัศน์ธรรมชาติรอบๆ ตัว โอ้โห.. สดชื่นมากๆๆๆ

Penang Hill มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์นกฮูก สวนดอกไม้ วัดฮินดู ลานคล้องกุญแจ และเป็นไฮไลท์ในทริปนี้ คือ “The Habitat” เส้นทางท่องเที่ยวชมธรรมชาติ ที่เป็นทั้งแหล่งอนุรักษ์พันธุ์พืชและแหล่งอนุรักษ์พันธุ์สัตว์  

เส้นทางชมธรรมชาติใน “The Habitat” ถูกออกแบบให้เดินสบาย ไม่ชัดจนเกินไป เหมาะกับทุกเพศทุกวัย รวมถึงคนพิการ โดยแบ่งเป็นโซนต่างๆ อาทิ Red Garden, Butterfly Bank, Yellow Garden, Purple Garden, Ginger Grove และ Fragrance Garden

ตลอดระยะทาง 1.2 กม. เราจะพบพืชพันธุ์แปลกตา ที่เป็นพืชประจำถิ่น และเป็นพืชที่ชาวอังกฤษนำเข้ามาปลูกไว้ในช่วงอาณานิคม อาทิ African tulip, ลูกฟิกซ์, กระดังงา, ดอกดาหลา, ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงยักษ์ เป็นต้น

และในเมื่อมาเที่ยวถึง The Habitat เราอยากให้คุณไปต่ออีกนิด คุณจะไปถึงจุดที่เป็นไฮไลท์ของ Penang Hill และ The Habitat คุณจะพบกับบันไดที่พาคุณขึ้นสู่ทางเดิน Tree Top Walk เป็นระเบียงทางเดินวงกลมสูงเหนือยอดไม้ ให้เราได้เดินชมวิวเหนือผืนป่าและเหนือวิวเมืองได้อย่างจุใจ!!

ในฐานะนักท่องเที่ยว เราขอชมทางการมาเลเซียและรัฐปีนังที่พัฒนา Penang Hill ให้กลายเป็นปอดของเมืองและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการบริหารจัดการได้อย่างดี ใครที่อยากเที่ยว The Habitat ให้ได้ความรู้ครบๆ ควรใช้บริการไกด์ของ The Habitat พาเที่ยวชมครับผม

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : Perbadanan Bukit Bendera,Jalan Stesen Bukit Bendera, Air Itam,11500 Pulau Pinang, Malaysia.
โทร : 604-8288880 / 604-8288839
ค่าเข้า : รถรางขึ้น Penang Hill ไป-กลับราคา 30 RM  / Fast lane ราคา 80 RM. เปิดเวลา 06.20 – 22.30 น.
การเดินทาง: ขึ้นรถได้ที่หน้าตึก Komtar นั่งรถเมล์สาย 201 (ออกทุก 15-30 นาที) และ 204 (ออกทุก 25-40 นาที)
เว็บไซต์ : http://www.penanghill.gov.my/index.php/en/

The Habitat : ราคา 47.15 RM / Sunset Walk ราคา 66 RM. เปิดเวลา 9.00 – 20.00 น.
พิกัด: https://goo.gl/maps/noNhjvwMCym
เว็บไซต์ : www.thehabitat.my

 

5. The Top, Komtar

ถ้าเที่ยวชมเมือง George Town (ภาคพื้นดิน) จนเต็มอิ่มแล้ว เราขอชวนมาชมเมือง George Town จากมุมสูงบ้าง แม้ปีนังจะเป็นเมืองมรดกโลก แต่เรื่องความเจริญก็ไม่น้อยหน้าใคร นี่คือ “คอมตาร์ (Komtar)” ตึกสูงที่สุดของปีนังและสูงเป็นอันดับ 6 ของมาเลเซีย สร้างเสร็จมาตั้งแต่ 1986

ภายในเป็นเหมือน One Stop Destination เพราะเป็นทั้งห้างสรรพสินค้า แหล่งความบันเทิง สำนักงาน ร้านอาหาร สปา ฯลฯ โดยมี The Top เป็นชั้นบนสุดของตึก ที่จะพาเราขึ้นไปชมวิวเมือง George Town และเกาปีนังแบบ 360 องศา!!

ก่อนขึ้นสู่ The Top จะเป็น Avenue of Adventure ที่ออกแบบมาเพื่อให้ความบันเทิงต่อผู้มาเยือน ด้วยสวนสนุกขนาดย่อมภายในตึก มีจัดแสดงหุ่นจำลองของนักแสดงและตัวละครดังๆ จาก Hollywood อาทิ Angelina Jolie, Vin Diesel, Spiderman รวมถึงมีรถบั๊ม, มีเกมเซ็นเตอร์ ฯลฯ

และถ้ามาในช่วงเย็นวันหยุด หรือวันเสาร์-อาทิตย์ คุณจะพบกับ Surprise Show กับขบวนพาเหรดแฟนซี รวมมิตรตัวละคร (ที่ก็ไม่รู้ว่ามาจากไหนบ้าง) และบรรดานักเต้น มาสร้างสีสันให้คุณได้สนุกมากขึ้นกว่าเดิม!!

ณ ชั้นที่ 65 ของ The Top จะเป็น Observation Deck ให้คุณได้เดินชมวิวเมือง George Town และเกาะปีนังผ่าน Safety Glass โดยมีไฮไลท์เป็นพื้นใส ที่มองลงไปเห็นพื้นถนนด้านล่าง ใครไม่กลัวความสูง แนะนำให้ไปลองท้าทายตัวเองดูครับ หวาดเสียวดีไม่น้อย!!

แล้วถ้าคิดว่าแค่นี้ยังไม่สะใจพอ!! ทาง The Top ยังมีความ Adventure รอคุณอยู่ ด้วยการเปิดให้คุณได้ออกไปห้อยโหน ท้าความสูงกับระเบียงด้านนอกตึก ด้วยอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ควบคุมความปลอดภัยที่มีควรมชำนาญ ถ้าอยากสัมผัสประสบการณ์นี้ เชิญครับ!!

ณ ชั้น 68 ของ The Top จะเป็น Restaurant & Lounge เปิดให้คุณได้อิ่มอร่อยและดื่มด่ำกับร้านอาหารบนยอดตึก แล้วนั่งชิลล์กับวิวเมืองแบบ 360 องศากันเลยทีเดียว ซึ่งอีกหนึ่งไฮไลท์ของชั้น 68 ก็คือ ทางเดินพื้นใสรูปเกือกม้า ที่ยื่นออกจากนอกตัวตึก

ให้เราได้พาตัวเองไปยืน ณ จุดที่มองเห็นวิวท้องฟ้าและพื้นล่างได้ในขณะเดียวกัน อันนี้พีคมาก!!! ส่วนตัวเราคิดว่าการได้ชมวิวเมืองจากมุมสูง ในช่วงแสงเย็น คงไม่มีที่ไหนจะเด็ดเกิน The Top แล้วล่ะ!!

 

6. Hotel NEO+ Penang

โรงแรมนีโอ พลัส ปีนังเป็นโรงแรมในเครือ Aston International Hotels, Resorts & Residences  ตั้งอยู่ใจกลางเมืองให้บริการห้องพักทันสมัยสะอาด วิวดี มี WiFi มีสระว่ายน้ำกลางแจ้งชั้น 25 มี 196 ห้องพัก

จากโรงแรมสามารถเดินไปตลาด 7th Street (Chit Tiau Lor Ban) และ New Lane Hawker Centre และห่างจากแหล่งช็อปปิ้งเพียง 400 เมตรเช่น Komtar, Prangin Mall และ First Avenue, ห่างจาก Pinang Peranakan Mansion เพียง 1.6 กม. และสนามบินนานาชาติปีนังประมาณ 14 กม. และไม่ไกลจาก Street Art แถวถนน Armenian Street  ย่านมรดกโลก

ภายในห้องพักแบบ Family Room ขนาด 36 ตร.ม. ห้องขวางมีอุปกรณ์ครบครัน ตกแต่งด้วยวัสดุที่ทำจากไม้ โต๊ะทำงาน ชั้นวางเสื้อผ้า ตู้เซฟ ตู้เย็น ทีวีจอแบน อุปกรณ์ชงชาและกาแฟ ปลั๊กไฟเยอะ ห้องน้ำแยกเป็นโซนแห้งและเปียก เครื่องเป่าผม

มีห้องอาหาร Lemongrass Restaurant ให้บริการอาหารนานาชาติและอาหารมาเลเซีย

ข้อดี : 

  • ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมือง มีแหล่งช็อปปิ้ง สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และบาร์อยู่ใกล้เคียง ใกล้ห้าง KOMTAR ที่เป็นศูนย์กลางในการเดินทางและต่อรถ
  • ราคาสบายกระเป๋าประมาณ 2,xxx ต้นๆเท่านั้น
  • มีสระว่ายน้ำชั้น 25 พร้อมวิวเมือง
  • มีบริการอาหารเช้า แต่ตัวเลือกอาจจะไม่เยอะมาก กาแฟ หมี่ผัด ขนมปัง อาหารมาเลเซีย ผลไม้ น้ำผลไม้ อาหารนานาชาติ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่: 68, Jalan Gurdwara, George Town, 10300 George Town, Pulau Pinang, มาเลเซีย
โทร: +60 4-255 1000
เว็บไซต์: https://www.neohotels.com/en/hotel/view/57/hotel-neo–penang—malaysia
พิกัด: https://goo.gl/maps/vL87tpGwuEm

 

7. Moh Teng Pheow Nyonya Koay & Canteen

ร้านนี้มีอายุ 60 กว่าปี มีชื่อเสียงในการทำอาหารและขนมที่ปรุงสดใหม่ รสชาติดี ตกแต่งง่ายสไตล์ retro bric-a-brac ประดับโคม แต่งร้านให้เหมือนเป็น  “โรงอาหาร” บรรยากาศ สบายๆ อบอุ่นอบอุ่นและเรียบง่าย

ทางเข้าอาจดูเหมือนบ้านธรรมดา แต่ด้านในเหมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตแสดงให้เห็นถึงกระบวนการทำขนมตั้งแต่อดีต ข้าวของเครื่องใช้มีกลิ่นอายย้อนยุค

หนึ่งในเมนูแนะนำ คือ “Assam Laksa”  ในช้อนเป็นมันกุ้งที่เพิ่มความหอมและมัน หลังจากได้เปิดใจลองทาน เรารู้สึกว่าแปลก น้ำซุปข้นสีออกดำ รสผสมผสานออกเผ็ดอ่อนๆ เปรี้ยวนิดๆ หวานหน่อยๆ หอมมันกุ้ง กลมกล่อมเข้ากันดี (แม้อาจไม่ใช่รสที่เราคุ้นเคย) ตัวเส้นมีขนาดใหญ่คล้ายเส้นอุด้ง นุ่ม เหนียว เส้นอุด้ง แตงกวา สัปปะรด กะปิ คล้ายขนมจีนซาวน้ำ

เมนูที่ทาน

  • อาหารคาว :  อัสซำลักซา – ขนมจีนรสเปรี้ยวเผ็ด ใส่มันกุ้ง
  • เครื่องดื่ม :  น้ำลูกจันทร์เย็น Nutmeg Juice
  • Nyonya Kuih Set ขนมมี 9 อย่าง
  1. ปอเปี๊ยะทอดแป้งบางกรอบ (Poh Piah Chee)
  2. ขนมใส่ไส้แป้งหอมใบเตย ไส้ล้นทะลัก (Pulut Inti)
  3. ขนมใส่ไส้ก่อใบตองสามเหลี่ยม
  4. ขนมชั้นสีส้มๆ ตัวแป้งจะร่วน หนึบ กลิ่นหอมอวลในปากนิดๆ (Kuih Lapis)
  5. ขนมข้าวเหนียวอัญชันสีม่วง กลิ่นหอมอ่อนๆ (Kuih Bengka)
  6. ขนมมันเทศ (Kuih Bengka (Ubi)
  7. ขนมเปียกปูน สีเขียว ใบเตยไม่บ่นเท่าบ้านเรา (Kuih Talam)
  8. ขนมแป้งข้าวเหนียวอัญชันมีไส้ด้านบน (Kaya Kuih)
  9. ขนมมันสีขาว (Chai Tau Kuih)

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่: Jalan Masjid Negeri, off, Lebuh Chulia, 10200 George Town, Penang
โทร : +60 4-261 5832
เปิด : ทุกวันเวลา 10.30 น. – 17.00 น. ปิดวันวันจันทร์
พิกัด : https://goo.gl/maps/YWCm4YrUmdw
Facebook : https://www.facebook.com/penangnyonyakuih/

 

8. Chulia Street Night Hawker Stalls

Chulia Street เป็นถนนที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเมือง George Town ในปีนัง ประมาณ 6 โมงเย็นแนะนำให้มาเดินเล่นที่ถนน “Lebuh Chulia” ขอยกให้ที่นี่เป็นสวรรค์ของ Street Food อาหารท้องถิ่น รสอร่อยสุดๆช่วงเย็นจะมีร้านอาหาร ร้านรถเข็นมาวางขาย มีโต๊ะให้นั่งเรียงรายข้างถนน มาถึงปีนังแล้ว ต้องมาลองอาหารอร่อยๆ ขอบอกว่ารสชาติถูกปากคนไทยมากๆ

8.1 Char Koay Teow

จานนี้ยกให้เป็นเมนูแนะนำ ผัดแห้งคล้ายกับก๋วยเตี๋ยวคั่วซีฟู้ด ไม่มัน ใส่กากหมู ไข่ กุ้งสด ถั่วงอก หือก๊วย และหอยแครง อร่อยมาก เพื่อนเราซัดไป 6 จานอร่อยสุดๆเลยหล่ะ

8.2 Curry Mee

บะหมี่ใส่กะทิและเครื่องแกงพวกสมุนไพรเยอะๆ เต้าหู้  กลิ่นหอม รสเข้มข้นนัวๆ ไม่มัน อร่อยดี ไม่เลี่ยน ทานได้สบาย (รสชาติไม่เหมือนเครื่องเทศของอินเดียแน่นอน)

8.3 Wan Tan Mee

บะหมี่สไตล์ฮ่องกง และเกี๊ยวหมูอร่อยดี ราคา 8.5 ริงกิต

8.4 Lok Lok – ของทอด (Loh Bak)

เป็นเนื้อสัตว์ ผัก ลูกชิ้น เต้าหู้ ปูอัด ปลาเส้นเสียบไม้ โดยแต่ละแบบจะราคาต่างกัน พอเลือกแล้วให้ทางร้านหยิบมาทอดในหม้อ แล้วก็ราดน้ำจิ้ม ราคา 15 ริงกิต

8.5 น้ำผลไม้ปั่น

มีทั้งน้ำฝรั่ง แตงโม มะม่วง มะเฟือง แก้วมังกร ปั่นแบบไม่ใส่น้ำเชื่อม จึงได้รสชาติของน้ำผลไม้สดๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : Lebuh Chulia, George Town, 10450 George Town, Penang
พิกัด : https://goo.gl/maps/FsuMjHZMVgC2

 

9. 天下第一客棧 Magazine 63

Hidden Bars บาร์ลับที่ดูจากภายนอกเหมือนบ้านตึกแถวมีลูกกรงเหล็กด้านหน้า เอาสิ!!มีกองขยะวางอยู่หน้าบ้าน พอเดินผ่านประตูไม้ไป 2 ชั้นแล้วจะเห็นโลกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง! 

ตัวร้านมี 2 ชั้น ตกแต่งสไตล์จีนโบราณ มีโคมไฟสีแดง พัดกระดาษมีตัวอักษรจีน และร่มกระดาษน้ำมันแบบคลาสสิกแขวนเรียงรายอยู่บนเพดานร้าน มีดีเจเล่นเพลงทุกคืนเวลา 22.00 น. มีเพ้นท์ภาพหญิงจีนโบราณ และใบประกาศจับแบบหนังจีนติดบนกำแพง ชั้นล่างเป็นพื้นที่เปิดโล่งส่วนใหญ่เป็นโต๊ะกลมขนาดเล็ก และเคาน์เตอร์บาร์เก้าอี้สูง ชั้นสองเป็นพื้นที่โซฟาดูเป็นส่วนตัวมากขึ้น ที่ร้านมีเครื่องดื่มทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นค็อกเทล เบียร์ วิสกี้ ไวน์

เราเลือกสั่งเมนูดิสเพลย์สวยๆ ภาชนะใส่เครื่องดื่มมีความครีเอทเก๋ไก๋มาก ใช้ชามดื่มเหล้าเหมือนโรงเตี๊ยมในหนังจีน

  1. Nv Er Hong : Beer, Sweet& Sour, Rum, Vodka, Gin, Curacao & Tequilla ราคา 88 RM/Jar
  2. Hidden Gem : Brandy, Honey, Whisky, Cranberry & Red Bull ราคา 88  RM/Pot
  3. Drunken Master : Gin, Red Wine, Vermouth, Ornage Bitters & Herbs liqueur ราคา 58 RM/Btl

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : 63, Jalan Magazine, George Town, 10300 George Town, Penang.
โทร : +60 16-499 2299
เวลา : 20.00 – 02.00 น. (วันอาทิตย์-วันพฤหัส) และปิดตี 3 (วันศุกร์-เสาร์)
Facebook : https://www.facebook.com/magazineM63/
พิกัด : https://goo.gl/maps/46jGxa1jJJR2

 

10. Perut Rumah Nyonya Cuisine

ร้านนี้เสิรฟ์อาหารแบบ Nyonya cuisine เป็นที่รู้จักอาหารแบบ “Peranakan Food”  เป็นอาหารที่มีการผสมผสานของคนจีนและคนมาเลย์ ความอร่อยไม่ธรรมดาจริงๆ ได้รับการโหวตดาว 5 ดวงจาก Tripadvisor

ร้านอาหารสวย ตกแต่งแบบจีนดั้งเดิมอย่างมีมีเสน่ห์และรสนิยม ประดับประดาด้วยของสะสม ข้าวของ ถ้วยชามเครื่องใช้ประดับไว้ตามผนังและตู้โชว์ ภายในร้านมีความร่มรื่น สบายตาด้วยต้นไม้สีเขียว และเฟอร์นิเจอร์ไม้ทำให้หวนนึกถึงบรรยากาศบ้านจีนแบบโบราณ ที่นั่งกว้างขวางและสะดวกสบาย พนักงานเป็นมิตรและใส่ใจ

เมนูที่ทาน :

  • Kuih Paiti (Top Hats): อาหารเรียกน้ำย่อยมีไส้ผัดรสกลมกล่อมอยู่ด้านในแล้วนำมาทอดแบบบางกรอบ
  • Loh Bak (Season Meat Rolls): แฮกึ๋นทอดแป้งบางกรอบ รสชาติหอมพริกไทยดี
  • Jiu Hu Char: เส้นผัดกับน้ำพริกปารานากัน ห่อผักกาดเขียวเป็นคำๆ ทานแบบเมี่ยงคำ
  • Inchee Kabin (Nyonya Fried Chicken) น่องไก่เล็กทอดแบบแห้งๆ ทานพร้อมกับข้าวเกรียบ
  • Hot & Sour Fish Curry: ต้นยำปลา รู้สึกเหมือนจำได้ว่า เป็นปลากระเบน
  • Otak-Otak : ห่อหมกรสเข้มข้นมาก หอมเครื่องเทศ พริกแกงดีมาก
  • Assam Prawns: กุ้งทอดซอสมะขาม กุ้งสด หวานอร่อยดี
  • Fried Kang Kung with Sambal: ผัดผักเหมือนผักบุ้งจีน
  • ขนมหวานเป็นแกงมันบวด และข้าวเหนียวดำราดน้ำกะทิ
  • น้ำเก๊กฮวยร้อน ทานแล้วชื่นใจดี

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : 17, Jalan Bawasah, George Town, 10050 George Town, Penang
โทร : +60 4-227 9917
เปิด : เวลา 11:00 -15:00 น. และ 18:00 – 22:00 น.
พิกัด : https://goo.gl/maps/aYbgZF7NJzn
Facebook : https://www.facebook.com/penangnyonyakuih/

 

11. GEM Restaurant Indian Cuisine

อาหารอินเดียนะจ๊ะ…นายจ๋า!! หลังจากหลังจากทริปอินเดียครั้งล่าสุด ยัยหมวยงดและขยาดอาหารอินเดียมาตลอด 1 ปีกว่าๆ แต่พอมาลองชิมอาหารร้านนี้นางคอนเฟริม์ว่า รสชาติดีเกินความคาดหมายสุดๆ ทานง่านกลิ่นเครื่องเทศไม่ฉุนเหมือนที่เคยทานในประเทศอินเดีย  มิน่าหล่ะถึงได้รับการโหวตดาว 5 ดวงจาก Tripadvisor

ร้านตั้งอยู่มุมถนน Bishop Street และถนน Kings คอนเซ็ปต์ของร้านจะเสิรฟ์ “Fine Dining Indian Style” (อาหารอินเดียชั้นดีมีคุณภาพ)  ร้านดูสะอาดสะอ้าน ไม่มีกลิ่นเครื่องเทศเลย การตกแต่งร้านจะเน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้และภาพเขียนอันงดงามที่นำมาจากประเทศอินเดียประดับที่ผนัง

ชั้นล่างเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร ส่วนชั้นบนจะเป็นพื้นที่กว้างสำหรับมาทานกันเป็นกรุ๊ป รองรับงานปาร์ตี้ หรือบุฟเฟ่ต์ได้สูงสุด 80 คน !!

เมนูที่ทาน

    • Assorted Pakoda Crispy (Onion, Carrot, Cabbage and Potato Deep Fried with Mixed Chat Powder) จานนี้ถือเป็น Starters
    • Pulao Rice (ข้าวหมกแซฟฟร่อน – ข้าวหมกหญ้าฝรั่นออกสีเหลือง หอมๆ)
    • Dhal Fry (Lentils Cooked with Fresh Indian Spices)
    • Channa Masala
    • Butter Naan Bread (แป้งนานออกกลิ่นเนย)
    • Vegetable Jalfrezi (Mixed Vegetable Cooked with Chef’s Masala Receipe)
    • Egg Masala (Boiled Egg Mixed with Grinded Masala)
    • Fish Moilee (Fresh Fish Cooked with Frensghly Ground Yellow Gravy)
    • Chicken Chettinad (Chicken Marinated in Yogurt and Cooked with Masala)
    • ของหวานโฮมเมด

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ :  66, Lebuh Bishop, George Town, 10450 George Town, Penang
โทร : +60 4-262 4070
เปิด : เวลา 11:00 – 23:00 น.
พิกัด : https://goo.gl/maps/gWGkg1WzaaR2