ขอต้อนรับนักเดินทางสู่ “Labaris” ดินแดนเหนือจินตนาการ
เตรียมตัวพบกับสัตว์วิเศษที่จะส่งต่อการผจญภัยอันน่าตื่นเต้น
ให้ท่านได้เพลิดเพลินราวกับเดินทางอยู่ในความฝันที่ซ้อนทับอยู่กับความจริง
มิโนทอร์ ผู้พิทักษ์ ขอส่งสารแนะนำถึงท่านผู้มาเยือน
เผื่อใครที่ล่วงล้ำเข้าสู่การผจญภัยในมิติลี้ลับแห่งวงกตนี้
แล้วเกิดหวาดหวั่นในหนทางที่ก้าวเข้ามา
แต่ขอจงมั่นใจเภิดว่าเหล่าเพื่อนบริวารของมิโนทอร์
จะคอยคุ้มครองดูแลทุกท่านที่มาเยือนเป็นอย่างดี ราวกับแขกคนสำคัญ

ยินดีต้อนรับทุกท่าน! ขอให้สนุกกับการท่องเที่ยวในดินแดนลี้ลับแห่งนี้
บางทีความฝันอาจซ้อนทับกับความจริง จนแยกไม่ออกอยู่บ้าง ขอท่านจงอย่าชะล่าใจ”

Minotaur

ถ้าคุณคือแขกของ Hotel Labaris ข้อความเดียวกันนี้จะอยู่ใน Welcome Card เมื่อคุณมาเข้าพักที่โรงแรม… ท่ามกลางการแข่งขันของโรงแรมและรีสอร์ทมากมายทุกวันนี้ นอกจากจะบริหารโรงแรมให้ตอบโจทย์ผู้เข้าพักแล้ว การสร้างคอนเซ็ปท์ให้ผู้คนจดจำ คือหนึ่งในวิธีที่ได้ผลกับคนในยุคนี้

มาครับ!! เราจะพาคุณเข้าพำนักยังดินแดนเขาวงกตลี้ลับนี้ ให้เพลิดเพลินเจริญใจ!!

ข้อมูลทั่วไปของ Hotel Labaris

เป็นที่พักกึ่งโรงแรมกึ่งรีสอร์ทสไตล์ยุโรป ที่ผสมคอนเซ็ปท์เทพนิยายของดินแดนในจินตนาการท่ามกลางขุนเขา เข้ากับสถาปัตยกรรมกลิ่นอายอังกฤษยุคเก่า แวดล้อมด้วยแมกไม้ใหญ่น้อยหลากหลายพันธุ์กว่า 600,000 ต้น เกิดเป็น “โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่ (Hotel Labaris Khao Yai)” หนึ่งในที่พักสุดร่มรื่น ที่เราเชื่อว่าห้องพักจะถูกจองเต็มยาวๆ ตลอดปลายปีนี้แน่นอน!!

คำว่า Labaris มีที่มาจากคำว่า Labyrinth ที่แปลว่า “เขาวงกต” ซึ่งเชื่อมโยงกับ “สวนเขาวงกต” ที่เป็นกิมมิคทางเดินสู่ทุกห้องพักของแขกผู้มาเยือน Hotel Labaris ด้วยเช่นกัน

Hotel Labaris ประกอบด้วยห้องพักรวม 60 ห้อง จาก 3 Room Type (Duplex Room, Grand Deluxe Room และ Deluxe Room)  และห้องพัก Pool Villa จำนวน 10 หลัง มีสิ่ง Facilities ไว้รองรับมากมาย อาทิ

  • ร้านกาแฟ Rabbit Cafe
  • ร้านอาหาร Labaris Restaurant
  • ห้องบอลรูม ขนาดใหญ่ รองรับได้มากถึง 120 คน
  • มีพื้นที่จัดงานกลางแจ้ง รายล้อมด้วยสนามหญ้ากว้าง
  • สระน้ำวนกลางสวนป่า และสระเด็กพร้อมสไลเดอร์

พื้นที่ของ Hotel Labaris แบ่งเป็น 5 โซน (5 Chapters) เริ่มต้นกันที่

Chapter 1 : Welcome Zone

โซนนี้ถือเป็นโซนแรกที่เปิดให้ผู้คนทั่วไปได้เข้ามารู้จักกับ Hotel Labaris (โฮเทล ลาบาริส) จากริมถนนธนรัตน์แค่คุณขับเลี้ยวขวาเข้ามา ก็จะได้สัมผัสกับความร่มรื่นของหมู่แมกไม้ สวนกว้างๆ และสถาปัตยกรรมสวยๆ ที่เปิดให้คุณเข้ามาเดินเล่น ถ่ายภาพ ได้ตามอัธยาศัย

พื้นทางเดินในสวนของ Welcome Zone ทำจากยางอัด (เหมือนในสนามกีฬาและสนามเด็กเล่น) เกิดจากความตั้งใจของเจ้าของโรงแรม ที่อยากสร้างพื้นที่บริเวณนี้ให้เด็กๆ ได้มาวิ่งเล่นอย่างอิสระ ยิ่งช่วงบ่ายแก่ๆ ยิ่งเหมาะจะมาเดินเล่นโซนนี้เป็นที่สุด

อีกหนึ่งไฮไลท์ของโซนนี้ คือ ร้านกาแฟชื่อ “Rabbit Cafe” คาเฟ่น่ารักๆ ที่ซ่อนตัวอยู่หลังเนินดิน คล้ายๆ โพรงกระต่าย ภายในตกแต่งด้วยโทนสีขาว-น้ำตาล โดยมีไม้และปูนเป็นวัสดุหลัก ด้านในร้านมีพื้นที่ไม่กว้างมาก ด้วยตั้งใจให้ลูกค้าได้ออกมาเดินเล่น-ถ่ายรูปเล่นในสวน

จุดเด่นของ Rabbit Cafe คงจะเป็นกลิ่นหอมของกาแฟคั่วสด ที่ทางโรงแรมเลือกใช้เมล็ดกาแฟไทยหลายชนิด มาทำเป็น House Blend Coffee ซึ่งก็ได้รสชาติและความหอมเฉพาะตัวดีทีเดียว

เมนูแนะนำได้แก่

  1. Sakura Matcha Float ไอศกรีมชาเขียวเข้มข้น แต่กลิ่นซากุระจางไปหน่อย โดยรวมถือว่าอร่อย!!! ต้องลองจ้า
  2. Passion Iced Tea เป็นเมนู Signature ที่ให้ความสดชื่นมาก น้ำลิ้นจี่ผสมเสาวรสผ่าครึ่งซีกเป็นท้อปปิ้งด้านบน เป็น combination ที่ลงตัวมาก รสไม่จี๊ดจ๊าด เหมาะสำหรับ Refresh ตัวเองยามบ่าย
  3. Jack Lapin น้ำแครอทแก้วนี้ทานแล้วสดชื่น ทานได้สบายๆ หวานหอม ไม่เปรี้ยว
  4. Coffee Shake  แก้วนี้น่าลอง!! กาแฟรสเข้มข้น หวานน้อย มี Texture เกล็ดน้ำแข็งกรอบๆ เคี้ยวเพลิน ชอบๆ
  5. Labaris Waffle with Ice-Cream : วาฟเฟิลหนานุ่ม ความกรอบของขอบเป็นเอกลักษณ์ดีมาก คุณภาพวัตถุดิบดี ยิ่งชูรสทุกอย่างให้เมนูดียิ่งขึ้นอีก พอทานคู่กับไอศกรีมวนิลาเนื้อดี สตอร์เบอร์รี่ออกเปรี้ยว พอราดน้ำไซรัปปุ๊บเข้ากันทันที!! จานนี้แนะนำครับ!!! 

Chapter 2 : The Heart of Labaris

โซนที่ 2 จัดเป็นโซนส่วนตัวเฉพาะผู้เข้าพัก บรรยากาศร่มรื่น รายล้อมด้วยต้นไม้และร่มเงา โซนนี้ประกอบด้วยปราสาทหลังคาทรงแปลกตา 2 หลัง ได้แก่ Starry Castle และ Midnight Castle มีห้องพักรวม 60 ห้อง แต่ละห้องมีประตูทางเข้าของตัวเอง พร้อมสวนเขาวงกตที่จะพาคุณตรงสู่ห้องพัก

หากขับรถมาเองให้มาจอดรถที่ชั้นใต้ดิน จะมีรถกอล์ฟของโรงแรมมารับคุณและสัมภาระ เพื่อพาไปเช็คอิน (หรือจะเดินขึ้นบันไดมาเองก็ได้นะ เร็วกว่านั่งรถกอล์ฟ) แขกผู้เข้าพักจะได้รับ Welcome Card จาก King Minotaur (ภายในประกอบด้วยคีย์การ์ด, รหัส Wi-Fi, ฯลฯ) จากนั้นพนักงานจะนำทางคุณไปยังห้องพัก

ห้องพักของโรงแรมมี 3 Room Type ประกอบด้วย

ห้อง Deluxe พื้นที่ใช้สอย 43.1-47.08 ตร.ม. พร้อมระเบียงส่วนตัว ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้ง LED 49 นิ้ว, ตู้เย็น, ฟรีมินิบาร์, โต๊ะเขียนหนังสือ, โซฟา, ไดร์เป่าผม, เสื้อคลุมอาบน้ำ, Free Wi-Fi พร้อมเตียงนอนขนาด King Size (หรือเตียงคู่)

ห้อง Grand Deluxe พื้นที่ใช้สอย 55.24 ตร.ม. พร้อมระเบียงและทางเดินสู่สวน ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้ง LED 49 นิ้ว, ตู้เย็น, ฟรีมินิบาร์, โต๊ะเขียนหนังสือ, โซฟา, ไดร์เป่าผม, เสื้อคลุมอาบน้ำ, Free Wi-Fi พร้อมเตียงนอนขนาด King Size (หรือเตียงคู่)

ห้องพัก Grand Deluxe ทุกห้องจะอยู่ที่ชั้น 1 ซึ่งบางห้องทำไว้รองรับผู้พิการ และบางห้องจะมีประตูเชื่อมระหว่างห้องด้วย โปรดสอบถามข้อมูลจากทางโรงแรม หากต้องการพักห้องดังกล่าว

ห้อง Duplex พื้นที่ใช้สอย 64.7 ตร.ม. พร้อมระเบียงส่วนตัว พื้นที่ห้อง Duplex จะครอบคลุม 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นห้องน้ำและห้องนั่งเล่น ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอน ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้ง LED 49 นิ้ว, ตู้เย็น, ฟรีมินิบาร์, โต๊ะเขียนหนังสือ, โซฟา, ไดร์เป่าผม, เสื้อคลุมอาบน้ำ, Free Wi-Fi พร้อมเตียงนอนขนาด King Size (หรือเตียงคู่)

ทั้ง 3 Room Type มีห้องน้ำลักษณะคล้ายๆ กัน คือมีพื้นที่เยอะมากเมื่อเทียบกับโรงแรมทั่วไป ภายในตกแต่งเน้นโทนสีขาว-ดำ แบ่งห้องอาบน้ำและห้องสุขาแยกกัน ส่วนตัวเรารู้สึกว่าพื้นที่ว่างในห้องน้ำเยอะจนดูโหรงเหรงไปหน่อย

Chapter 3 : Explore The Secret Room

ถ้าคุณเลือกเข้าพัก Pool Villa นี่คือโซนของคุณ ที่ Hotel Labaris เรียกที่นี่ว่า Secret Village เพราะนี่คือสวนที่ล้อมรอบด้วยกระจก ที่ช่วยพรางสายตาให้ Pool Villa แต่ละห้องถูกซ่อนอย่างเป็นส่วนตัว

Pool Villa จำนวน 10 หลัง ประกอบด้วยแบบ Villa ห้องนอนเดียว และ Villa 2 ห้องนอน แต่ละหลังมีสระว่ายน้ำส่วนตัว พร้อมแนวรั้วต้นไม้บังสายตา ให้ความเป็นส่วนตัวสูง เหมาะกับคู่รักและครอบครัว ที่อยากมาพักผ่อนส่วนตัวแบบสบายๆ หรืออยากจะมาปาร์ตี้ส่วนตัว ก็สามารถนะ

พื้นที่ใช้สอยของ Villa แต่ละแบบนั้นไม่เท่ากัน โดยที่

  • Pool Villa มีพื้นที่ 129.7 ตร.ม. (พื้นที่สระ 12.69 ตร.ม.)
  • Pool Villa 2 Bedroom  มีพื้นที่ 302.6 ตร.ม. (พื้นที่สระ 30 ตร.ม.) ห้องนอนทั้งสองห้องถูกคั่นด้วยห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่

Chapter 4 : Tracking The Beauty of Romance

นี่คือ “Labaris Restaurant” ห้องอาหารที่ออกแบบได้สวยแปลกตา ด้วยหลังคา Shingle Roof สูงๆ คล้ายศาลาไทยหลายๆ หลังมาเชื่อมต่อกัน ภายในตกแต่งสไตล์ Modern Loft เน้นใช้วัสดุที่เป็นเหล็ก, ไม้ และปูน แต่ก็เสริมความเรียบหรูด้วยเฟอร์นิเจอร์, โคมไฟ และผนังกระจกสูง เปิดรับแสงจากภายนอกและเปิดให้เราได้ดื่มด่ำกับวิวเขาใหญ่ทั้งยามเช้า-ยามเย็น

ด้านหน้าห้องอาหาร จะมี Cattle Queen (ราชินีแห่งสรรพสัตว์) รูปร่างเป็นกวางที่มีปีกและมีเขาที่ประดับด้วยกุหลาบ คอยยืนต้อนรับแขกผู้มาเยือนอยู่ ใครมาทานอาหารที่ Labaris Restaurant อย่าลืมถ่ายภาพคู่กับ Cattle Queen และบรรดาสัตว์วิเศษต่างๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ตามจุดต่างๆ ในโรงแรมด้วยนะ ^^

ช่วงเวลาที่โรแมนติกที่สุด ณ Hotel Labaris คือ ช่วงมื้อค่ำ ไม่ว่าคุณจะเป็นแขกของโรงแรมหรือไม่ คุณก็สามารถเข้ามาอิ่มอร่อยกับอาหาร สไตล์ “Thai Cuisine & Grill Bar” ที่โดดเด่นเรื่องอาหารฟิวชั่น ตอบโจทย์ทั้งคนชอบอาหารไทยและอาหารตะวันตก

และแม้ว่าโรงแรมจะเพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่นาน (มีนาคม 2562) วัตถุดิบบางรายการอาจยังไม่นิ่ง แต่คุณภาพอาหารนั้นทำให้เราประทับใจได้แทบจะทุกเมนู โดยเฉพาะ All Day Dinning ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ 11:00 – 22:00 น.

เมนูอาหารตะวันตก แนะนำ

  1. Crab Meat Salad with Avocado & Passion Fruit (สลัดเนื้อปู อาโวคาโด และเสาวรส) : เนื้อปูสดแน่น เคี้ยวสนุกมีเทคเจอร์ของเนื้อปู เสาวรส ไข่กุ้ง รสออกเปรี้ยวนิดๆ ทานแล้วสดชื่น
  2. สตูว์เนื้อแกะ : เนื้อหมักไว้ครึ่งวัน ตุ๋นอีกครึ่งวัน เลยทำให้เนื้อแทบจะละลายในปาก รสเข้มข้นแต่มีความนัว ไม่เหม็นสาปแม้แต่นิดเดียว ทานพร้อมมันบดที่หอมทั้งเนย และข้นกำลังดีเข้ากันมากๆ เลย
  3. Grilled Lamb Rack Crust with Pistachio Butter, Pumpkin Mash and Couscous (สเต็กเนื้อแกะเสิร์ฟพร้อมพิตาชิโอ้บัตเตอร์ ฟกทองบด และคูสคูส) : จานนี้มีกลิ่นอายความเป็น Arabian ซี่โครงแกะย่างแบบ Medium rare ตัวเนื้อมีความ juicy ไม่แห้งไป คำแรกที่กัด Surprised มาก เพราะไม่มีกลิ่นสาปแกะเลย ยิ่งทานคู่กับเครื่องเคียง ที่เป็นมะเขือเทศ ฟักทองบด คูสคูส (couscous : ข้าวอาหรับ) เข้ากันดี ทานแล้วสดชื่นมาก
  4. Pan Seared Foie Gras with Apple Calvados, Mixed Berry,Wild Rocket and Berry Sauce (ฟัวกราส์ทอดเสิร์ฟกับแอปเปิลและมิกซ์เบอร์รี่ซอส) : ตัวเนื้อฟัวกราส์รมีความหยุ่น ออกเค็มนิดๆ แต่มีความหอมเวลาใส่เข้าปาก ทานคู่กับซอสสตอรว์เบอร์รี่ช่วยตัดความเค็มได้ดี ค่อนข้างลงตัว ชอบมากคร๊าบบ!
  5. Grilled Australian Angus Rib Eye on Pancake Potatoes Parmesan Portobello Mushroom and Porchini Jus (ออสเตรเลียนแองกัสลิปอายสเต็ก เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งแพนเค้กและซอสเห็ดพอร์ชิน) : คุณภาพเนื้อเสต็กจัดว่าดี ย่างมากำลัง Medium ซอสรสชาติดี แต่อาจจะยังไม่ค่อยเข้มข้นมาก เราว่าเมนูนี้ยังไม่สุดนะ
  6. Homemade Smoked Salmon  (ปลาแซลมอนรมควัน) : แซลมอนเกรดดี เนื้อแน่น ทานคู่กับมะกอกดอง ชีส เข้ากันได้ดีมาก

เมนุอาหารไทยและไทยฟิวชั่น แนะนำ

  1. Pad Thai with River Prawn (ผัดไทยกุ้งแม่น้ำ)
  2. Crispy Yellow Noodle with Australian Sirloin and Gravy Sauce (ราดหน้าเส้นกรอบ เนื้อออสเตรเลียน)
  3. Panang Curry Pork Spare Rib (พะแนงซี่โครงหมู)
  4. น่องเป็ดตุ๋นยำมะม่วงหิมพานต์ : เป็ดตุ่นเปื่อยกำลังดี เคี้ยวแล้วยังมี Texture ของเส้นมะม่วงและเม็ดมะม่วงหิมพานต์ รสชาติน้ำยำกลมกล่อมดี ทานรวมกันแล้วอร่อยลงตัว
  5. น้ำตกเห็ดออริจิ
  6. Rocket Salad (สลัดร็อกเก็ตกับกุ้งย่าง)
  1. Yellow Curry Salmon with Palm Heart (แกงเหลืองปลาแซลมอนยอดมะพร้าวอ่อนสไตล์ทางใต้)
  2. Grilled Marinated Beef with Fried Sticky Rice Spring Roll (เนื้อย่างเสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวทอด)
  3. Seafood Curry Seasoning with Shrimp Paste Chili Sauce (แกงรัญจวนทะเล)
  4. Red Curry Crab Meat with Cha Plu Leaf (แกงคั่วเนื้อปูใบชะพลู)
  5. Stir-Fried Prawn with Salt Chili (กุ้งผัดพริกเกลือ)
  6. ปอเปี๊ยะทอด

อีกจุดเด่น คือ บาร์เครื่องดื่มกลางห้องอาหาร ที่พร้อมเสิร์ฟความสดชื่นให้กับผู้มาเยือน ด้วยหลากหลายด้วยเครื่องดื่ม ทั้ง กาแฟสด, น้ำผลไม้, Cocktail Signature และไวน์คุณภาพดีจากทุกมุมโลก

เราแนะนำให้ลองสั่ง Falling Star หนึ่งใน Signature Cocktails มาลองดื่มครับ ค๊อกเทลผสมเหล้ากลิ่นลิ้นจี่, ไซรับลิ้นจี่ และ Sparkling Wine แก้วนี้ ช่างพร่างพราวเหมือนได้ดื่มฝนตาวตกเลยทีเดียว!!

บริการมื้อเช้าแบบ International Buffet

มื้อเช้าของโรงแรม จัดเสิร์ฟที่ Labaris Restaurant เช่นกัน ให้บริการตั้งแต่เวลา 06:30 – 10:30 น. ไลน์อาหารมีให้เลือกเยอะพอสมควร วัตถุดิบต่างๆ ที่เลือกใช้จัดว่าดี ทั้ง แฮม, ไส้กรอก,​แฮชบราวน์ โดยเฉพาะกาแฟสดนั้นจัดว่าดีสมคำโฆษณาที่บอกว่า “ใช้กาแฟคั่วสด ที่ทางโรงแรมคัดเมล็ดกาแฟไทยหลายชนิด มาทำเป็น House Blend Coffee” เลยล่ะ!!

เมนูที่ต้องลอง ได้แก่

  • ไข่กระทะ Labaris : ไข่กระทะโปะหน้าด้วยหมูสับ, ใบกระเพรากรอบ รสชาติจัดจ้า ออกหวานเล็กน้อย เราชอบมาก!!
  • ข้าวต้มหมู : เฮ้ย!! อันนี้ดีงาม ต้องลองเลยหล่ะ!! ข้าวต้มแบบมียางนิดๆ หมูสับหมักได้อร่อย ให้หมูเยอะด้วย น้ำซุปดี ซดแล้วสดชื่น
  • Waffle : ก็จัดว่าดี แป้งหอม กรอบกำลังดี ยิ่งทางคู่กับน้ำผึ้ง ที่สกัดสดจากรังผึ้ง ยิ่งลงตัว
  • เมนูอาหารไทย : เชฟที่นี่ทำอาหารไทยได้รส ถึงเครื่องดีครับ ชอบๆ

Chapter 5 : The Meander Wonderer

ปิดท้ายกันด้วยโซนที่เราชอบที่สุดในโรงแรมกับพื้นที่สวนสวยที่มีฉากหลังเป็นเนินเขาสูงและมีฉากหน้าเป็น Nomadic Creek สระว่ายน้ำที่ออกแบบมาราวกับแม่น้ำคดเคี้ยวที่ล้อมรอบสวนเอาไว้ พร้อมสายน้ำวนที่จะพาคุณไหลไปรอบสระโดยแทบไม่ต้องออกแรงว่าย

โซนนี้ถือเป็นโซนแห่งความสนุก ผ่อนคลาย สำหรับแขกผู้มาพัก เพราะมีทั้งสระผู้ใหญ่ (Nomadic Creek) และสระเด็ก (Cub’s Creek) ที่มีสไลเดอร์, อุโมงค์น้ำพุ รวมถึงแพยางรูปสัตว์ต่างๆ ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินไปกับการเล่นน้ำกลางสวนป่าแห่งนี้

สำหรับคุณพ่อ-คุณแม่ การได้ปล่อยให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่น สนุกไปกับการเล่นน้ำ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะล้มกระแทก บาดเจ็บ น่าจะเป็นสิ่งที่คุณปรารถนา พื้นในส่วน Playground รอบๆ Cub’s Creek (สระเด็ก) จะทำจากยางอัดพิเศษ ที่ช่วยลดอาการบาดเจ็บจากการล้มหรือกระแทกได้เป็นอย่างดี แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของทางโรงแรมได้เป็นอย่างดี!!

สำหรับเรา… การได้ปล่อยตัวให้ลอยล่องไปในสระว่ายน้ำ ลัดเลาะไปในสวนป่าโดยมี “ระบบน้ำวน” พาให้เราไหลไปเรื่อยๆ ได้มองฟ้า มองแมกไม้ ได้เห็นผีเสื้อ, แมงปอ บินว่อนไปมา เป็นความรู้สึกพิเศษ ที่หาไม่ได้ง่ายๆ เลย แค่คิดก็อยากกลับไปอีกรอบซะแล้ว!!

หากเดินผ่านสระว่ายน้ำออกไปด้านหลัง คุณจะได้ชิลล์กับ Endless River ธารน้ำธรรมชาติที่ไหลเย็นผ่านด้านหลังของโรงแรม ถือเป็นอีกหนึ่งมุมร่มรื่นของ Hotel Labaris ที่เราโปรดปรานมากครับผม!!

คะแนนรีวิวจากหนีงานไปเที่ยว

นี่คือหนึ่งในโรงแรมที่สร้างความประทับใจให้เราได้เป็นอย่างดี เริ่มตั้งแต่คอนเซ็ปท์เทพนิยาย ที่ทางโรงแรมสร้าง Story ขึ้นมาจริง นำพาผู้เข้าพักให้อินไปกับคอนเซ็ปท์ รวมถึงบรรยากาศ, การบริการ, ฯลฯ จนกลายเป็นประสบการณ์เข้าพักที่พิเศษ แตกต่างจากที่พักอื่นๆ ในเขาใหญ่ ทั้งหมดต้องยกความดีให้กับเจ้าของและทีมงาน ที่ตั้งใจดีในการสร้าง Hotel Labaris ให้เป็นอาณาจักรเทพนิยายได้แบบนี้

ที่นี่เหมาะกับทุกคนที่ยังมีไฟและยังอยากเติมไฟในการใช้ชีวิต มันคือการพักผ่อนที่แสนรื่นรมย์ ผสมกลิ่นอายแฟนตาซี มันช่วยกระตุ้นต่อมเด็กในตัวเราให้กลับมาทำงานอีกครั้ง!!

คะแนนรีวิวจากหนีงานไปเที่ยว เป็นดังนี้

  • คอนเซ็ปท์และบรรยากาศที่พัก : 5/5 ทุกอย่างทำได้ดีจนน่าสนับสนุนจริงๆ
  • ห้องพักและการพักผ่อน : 4.5/5 ห้องกว้าง พื้นที่ใช้สอยเยอะ, ที่นอน-เครื่องนอนดี หลับสบาย ดูดวิญญาณ สิ่งอำนวยความสะดวกครบ แต่เราว่าห้องยังตกแต่งไม่ลงตัวเท่าไหร่
  • การบริการ : 4.5/5 เราให้คะแนนสำหรับ มารยาท, ความตั้งใจ-จริงใจ ในการบริการของพนักงาน ตั้งแต่ รปภ., Bell Boy ไปจนถึงทีมเชฟและบริกร แต่ยังต้องปรับปรุงในเรื่องความรวดเร็วในการบริการมากขึ้นอีกนิด
  • รสชาติอาหาร : 4.7/5 อาหารที่นี่รสชาติดี จัดจานดี มีความคิดสร้างสรรค์ น่าประทับใจ และยังพัฒนาต่อไปได้อีกเยอะ
  • ความรู้สึกอยากมาใช้บริการซ้ำหรือบอกต่อ : 5/5

คะแนนรีวิวรวม 4.47/5 คะแนน 

มาครับ!! เรามั่นใจว่านี่คืออีกหนึ่งโรงแรมในเขาใหญ่ ที่จะฮิต ติดลมบน ในฤดูหนาวที่จะมาถึงนี้อย่างแน่นอน!!!

ข้อมูลเพิ่มเติม

Hotel Labaris Khao Yai

ที่อยู่ : 9/9 หมู่ 4 ถ.ธนะรัชต์ กม.16 หมู่สี ปากช่อง นครราชสีมา 30450
โทร : 063-190-1900 และ044-300-999
Line : @hotellabaris
Facebook : www.facebook.com/hotellabaris
Website : www.hotellabaris.com