ประเทศ “ตุรเคีย (Türkiye)” หรือที่เราเคยรู้จักกันในชื่อ “ตุรกี (Turkey)” มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สาธารณรัฐตุรเคีย (Republic of Türkiye)” เป็นประเทศที่มีพื้นที่เชื่อมต่อทั้งทวีปยุโรปและเอเชีย จนได้ฉายาว่า “ดินแดนสองทวีป” มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปีก่อนคริสตกาล และตั้งอยู่ในภูมิภาคที่มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก!!

และที่น่าสนใจที่สุดคือ “ตุรเคีย (Türkiye)” คือประเทศมุสลิมหัวคิดใหม่ที่ไม่มีอุดมการณ์รุนแรงทางศาสนา ไม่ค่อยเคร่งครัดเหมือนประเทศมุสลิมอื่นๆ และมีค่านิยมโน้มเอียงไปทางโลกตะวันตก นักท่องเที่ยวจากหลากหลายศาสนาและวัฒนธรรมจึงสามารถมาเที่ยว “ตุรเคีย (Türkiye)” ได้อย่างสะดวกใจ

“ตุรกี (Turkey)” เปลี่ยนชื่อเป็น “ตุรเคีย (Türkiye)” แล้วนะ

อัพเดทล่าสุด!! (2 มิ.ย. 65) ตุรกีได้ประกาศเปลี่ยนชื่อจากประเทศ “ตุรกี (Turkey)” เป็น “ตุรเคีย (Türkiye)” หรือชื่อเป็นทางการว่า “สาธารณรัฐตุรเคีย” โดยมีการยื่นจดหมายไปยังองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อเปลี่ยนชื่อประเทศภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ โดยมีสาเหตุเพราะต้องการไม่ให้สับสนกับคำว่า “turkey(ไก่งวง)” อีกต่อไป อีกทั้งคำว่า “turkey” ในภาษาอังกฤษนั้น นอกจากจะแปลว่า “ไก่งวง” แล้ว ยังหมายถึงความ “ล้มเหลว” หรือ “คนโง่” อีกด้วย

แต่แม้ชื่อประเทศ Türkiye จะเขียนเป็นไทยว่า “ตุรเคีย” (ด้วยเหตุผลด้านความสะดวกในการเขียนและรวบเสียง) แต่ถ้าจะออกเสียงให้ถูกต้องชัดเว่อร์ ก็ต้องออกเสียงว่า “ตูร-คีย์-เย่” นะคะทุกคน ^^

ก่อนไปเที่ยว “ตุรเคีย (Türkiye)” เรามาซ้อมออกเสียงให้คุ้นปากกันก่อนนะคะ ตูร-คีย์-เย่! ตูร-คีย์-เย่! no more Turkey แล้วนะคะ

หลังจากที่เราสองคนตัดสินใจจะไปเที่ยวตุรกี รู้แค่อย่างเดียว คือ “คนไทยไปตุรกี ไม่ต้องขอ VISA” แต่ก็เกิดคำถามในใจเกี่ยวกับการเดินทางมากมาย เช่น แล้วจะเตรียมตัวไปเที่ยวตุรกียังไงดีหล่ะ?, เดินทางโดยสายการบินอะไรดี? อากาศเป็นยังไง?, ไปเมืองมุสลิมมีอะไรที่เคร่งครัดบ้าง? เราต้องแลกเงินสกุลอะไรไป? อาหารจะทานได้ไหม? ค่าครองชีพเป็นยังไง? ภาพบอลลูนสวยๆ ที่เคยเห็นมาจะสวยจริง หรือสวยจกตา? เล่นเน็ตยังไงดี? งั้นปูเป้ขอสรุปข้อสงสัยที่มีเป็น “10 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวตุรกี ดินแดนสองทวีป” เพื่อเป็น Guideline ให้เพื่อนๆ ไปเที่ยวตุรกีกันค่ะ

รวมบทความและคลิปเที่ยวเมืองตุรเคีย (ตุรกี)

  • จดเลย!! 10 ของฝากจากตุรกีจะซื้ออะไรดีหล่ะ? (กำลังเขียนอยู่ค่ะ)

1. ตุรกีอยู่ที่ไหน?

ตุรกีตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป อีกส่วนหนึ่งอยู่ในเอเชียตะวันตก ทิศเหนือติดทะเลดำ, ทิศตะวันออกติดกับจอร์เจีย และอาร์เมเนีย, ทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดกับอิหร่าน, ทิศใต้ติดกับอิรัก, ซีเรีย และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดกับบัลแกเรีย และกรีซ

แผนที่จาก maps.com

อ้างอิง : http://www.maps-of-the-world.net/maps-of-asia/maps-of-turkey/

ตุรกีมีความโดดเด่นในเรื่องของประวัติศาสตร์, สถาปัตยกรรม และศิลปวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันออกแบบออตโตมัน กับศิลปะตะวันตกแบบกรีก-โรมันได้อย่างลงตัว ที่สำคัญประเทศตุรกีเต็มไปด้วยอารยธรรมอันงดงาม, สิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่สวยงาม, มีสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่มากมาย, มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสวยๆ เแปลกตาไม่เหมือนที่ใดในโลก

อ้างอิงข้อมูลจาก Wikipedia : https://bit.ly/38DX9d4

อ้างอิง : http://www.maps-of-the-world.net/maps/maps-of-asia/maps-of-turkey/detailed-tourist-map-of-turkey.jpg

ตุรกี มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย แต่ละเมืองมีเสน่ห์ไม่เหมือนกัน วิวทิวทัศน์ธรรมชาติแต่ละที่ก็สวยเป็นเอกลักษณ์ ปูเป้แนะนำต้องมาเห็นด้วยตาสักครั้งแล้วจะร้องว๊าว ว๊าวววว!! ประทับใจมากกสุดๆค่ะ เช่น

  • อิสตันบลู (Istanbul) : มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความยิ่งใหญ่ และมีความสวยงามแบบแปลกตาที่ไม่เหมือนที่อื่นๆ เช่น Hagia Sophia (มหาวิหารฮาเกียโซเฟีย) , Blue Mosque (มัสยิดสุลต่านอาเหม็ด), Dolmabahçe Palace (พระราชวังโดลมาบาเช่), ความชิลล์ของการล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกดินที่ช่องแคบบอสฟอรัส และยังอีกย่านถนนคนเดินสวยๆ ให้เดินเล่นชิลล์ มีคาเฟ๋เก๋ๆ เยอะ
  • เดนิซลี (Danizil) : ที่เที่ยวอันโด่งดังทั่วโลกต้องยกให้ Pamukkale ปราสาทปุยฝ้ายสีขาวสุดอลังการ และ Hierapolis เมืองกรีกโบราณอายุประมาณ 2,200 ปีก่อนคริสตกาล
  • คัปปาโดเกีย (Cappadocia) : เมืองมรดกโลกที่มีแลนด์สเคปสวยเหมือนเมืองเทพนิยาย ช่วงเวลาที่เห็นบอลลูนลอยเต็มท้องฟ้าสวยจนน้ำตาไหลจริงๆ เป็นภาพที่ทำให้ใจฟู อิ่มเอม ประทับใจสุดๆ
  • อิสเมียร์ (Izmir) : เมืองทางด้านตะวันตกของประเทศตุรกี เราจะเห็นเมืองกรีกโบราณ Ephesus เหมือนได้เดินย้อนเวลาไปเห็นความยิ่งใหญ่ในอดีต, Sirince Village หมู่บ้านกรีกโบราณน่ารักๆ บนหุบเขาที่นิยมปลูกไวน์, Alacati หมู่บ้านที่มีกลิ่นอายของซานโตรินี อาคารบ้านเรือนเป็นสีฟ้า และสีขาวน่ารักมาก เดินเล่นเพลินเลยค่ะ
  • บูร์ซา (Bursa) : ตุรกีก็มีสกีรีสอร์ท ไปช่วงหน้าหนาวก็น่าไปลองเล่นสกีก็น่าสนใจ
  • คูซาดาซี (Kusadasi) , โบดรัม (Bodrum) และอันตัลยา (Antalya) : เมืองตากอากาศ อาบแดดริมทะเลสุดชิลล์ของตุรกี

เมืองที่ใหญ่ที่สุดของตุรกีและเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ คือ อิสตันบูล (Istanbul) มีประชากรมากที่สุด (เคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิออตโตมันจนถึง ค.ศ. 1923) ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลกที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) มีพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 3 ของทั้งประเทศ และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย) ประกอบด้วยที่ราบสูงในตอนกลางของประเทศ มีความยาวมากกว่า 1,600 กม. และกว้างประมาณ 800 กม. สำหรับเมืองหลวงของตุรกี คือ อังการา (Ankara) เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากอิสตันบูล

แค่ที่อิสตันบูล (Istanbul) นี่ก็ร้องว๊าวรัวๆ จนคอแห้งไปหมด ทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม วัฒนธรรม ผู้คน แถมช่วงที่เราไปกลางเดือนเมษายน 2565 ดอกทิวลิปกำลังบาน โอ๊ย!! ดีมากกก!! ยังนะ! ยังไม่หมด! ถ้าคุณชอบเดินตรอกซอกซอย เค้ามีย่านเมืองเก่า ตลาดเก่า ร้านขนม ร้านกาแฟ ให้เราเดินเล่นถ่ายรูปจนแทบจะลืมเวลา

มาเดินเล่นที่ตุรกีฟีลล์เดินเล่นในยุโรปเพลินๆ ชอบที่มีน้องแมวเหมียวน่ารัก และน้องหมาตัวโตๆ ขนปุกปุย ต้อนรับทุกที่เลยค่ะ

ช่วงที่เราไปตุรกีตรงกับเทศกาลดอกทิวลิปบาน “Istanbul Tulip Festival in 2022” จัดขึ้นที่สวน Emirgan Park ระหว่างเดือน เม.ย. ถึงต้นเดือน พค. 2565 ของทุกปี ทุ่งดอกทิวลิปหลากสีกำลังบานสะพรั่งสวยงาม ดูแล้วใจฟูมากกก!! คนที่รักดอกไม้ ชอบถ่ายรูปดอกไม้ ปูเป้แนะนำว่าต้องมาค่ะ !!

มีใครจะรู้บ้าง!! จริงๆ แล้วประเทศตุรกีนี่แหละเป็นต้นกำเนิด “ดอกทิวลิป” ตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 10 !! ดอกทิวลิปในตุรกีเป็นตัวแทนของความหรูหราซึ่งเราจะเห็นดอกทิวลิปเป็นรูปโคมไฟ Chandelier ในพระราชวัง, แจกัน, แก้วชา และอื่นๆ สำหรับดอกทิวลิปหลากสีของประเทศเนเธอร์แลนด์ถูกนำเข้ามาจากตุรกีในสมัยศตวรรษที่ 16 ดังนั้นการมาเดินเล่นในสวนสาธารณะตุรกีช่วงนี้ คนน้อยกว่าไปยุโรป และได้รูปดอกภาพทิวลิปสวยๆ กลับไปแน่นอนค่ะ

ถ้าเพื่อนๆ อยากไปสัมผัสตุรกีในสไตล์ #หนีงานไปตุรกี ทริปเที่ยวสไตล์ Blogger (แบบที่ทัวร์ไม่พาไป) ได้รูปสวย กินอยู่สบาย ที่พักดี ข้อมูลแน่น เราสองคนจัดขึ้นเรื่อยๆ สามารถติดตามได้ที่เพจ หนีงานไปเที่ยว หรือสอบถามได้ที่ Inbox ของเพจได้เลยค่ะ

2. ตุรกี FREE VISA นะ…รู้ยัง?

ไปตุรกีง่ายมากกก!!! ไม่ต้องขอวีซ่า ไม่ต้องกักตัว แค่พก Passport + Vaccine Passport (เล่มเหลือง ) และตั๋วเครื่องบิน ก็บินไปตุรกีได้แล้วเที่ยวได้ฉลุย!!! ซึ่งคนไทยจะสามารถอยู่ได้ไม่เกินครั้งละ 30 วัน และอายุ Passport ต้องไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

เราเดินทางเข้าประเทศตุรกีในวันที่ 14-24 เม.ย. 2565 ต้องกรอกแบบฟอร์มรายงานสุขภาพออนไลน์ Form for Entry to Turkey ซึ่งจำเป็นต้องกรอกข้อมูล 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ข้อมูลที่กรอกจะเป็นรายละเอียดส่วนตัว, วิธีการเดินทางเข้าตุรกี, หมายเลขไฟล์ทบิน, ที่อยู่ในตุรกี และระบุชื่อประเทศที่เดินทางเมื่อ 10 วันก่อน
คำแนะนำ : กรอกฟอร์มออนไลน์เสร็จแล้ว ให้ปริ้นท์เก็บไว้ยื่นพร้อม Passport ให้ที่ ตม. ที่ตุรกีเลยจ้า

3. การเดินทางไปตุรกี

ทริปนี้เราบินกับ Turkish Airlines สายการบินประจำชาติตุรกีให้บริการเส้นทางทั้งในทวีปยุโรป เอเชีย แอฟริกา และอเมริกา เราบินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) มาลงที่สนามบินอิสตันบูล (IST) ใช้เวลาราวๆ 10.25 ชม. หลับๆ กินๆ ดื่มๆ ดูหนัง แว๊บเดียวถึงละ (ไม่ต้องต่อเครื่อง) ที่สำคัญเวลาบินดีมาก!! บินออกจากไทย5 ทุ่ม ถึงตุรกี 6 โมงเช้า เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเที่ยวต่อได้เลย สะดวกเว่อร์!!

ตารางเที่ยวบิน Turkish Airlines ขาไป และขากลับ

เคาน์เตอร์ Check-in ของ Turkish Airlines จะตั้งอยู่ที่อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 แถว M
• TK69 : กรุงเทพ (BKK) 23:00 น. – อิสตันบลู (IST) 05:15 น. บินตรงใช้เวลา 10.15 ชม. เสิร์ฟอาหาร 2 มื้อ
• TK68 : อิสตันบลู (IST) 01:45น. – กรุงเทพ (BKK) 15:25 น. บินตรงใช้เวลา 09.25 ชม. เสิร์ฟอาหาร 2 มื้อ

เราใช้บริการสายการบิน Turkish Airlines บินตรงระหว่างประเทศจาก BKK (กรุงเทพฯ) – IST (อิสตันบูล) – BKK (กรุงเทพฯ) และบินภายในประเทศตุรกีอีก 2 ไฟล์ททั้งหมดค่ะ วันเดินทางกลับเราออกจากสนามบิน Erkilet (ASR) ที่ Kayseri – IST (อิสตันบูล) – BKK (กรุงเทพฯ) ตอนเราเช็คอินที่เคาน์เตอร์สายการบินจะได้รับ Boarding Pass จำนวน 2 ใบ และสามารถ Check Through กระเป๋าเดินทางโหลดใต้เครื่องไปรับที่กรุงเทพฯ จุดหมายปลายทางได้เลย พอมาถึงที่สนามบินอินตัสบูล (IST) ไม่ต้องห่วงเช็คอินใหม่อีกรอบ มีเวลาเหลือๆ ให้เข้า Lounge, ทานข้าว, เดินเล่นในสนามบิน ถือว่าสะดวกมากกก ชอบเลยค่ะ ^^

ความดีงามของ Turkish Airlines นั้นมีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • ได้น้ำหนักกระเป๋า 30 กก. ทั้งบินระหว่างประเทศ และบินภายในประเทศเหมาะกับคนสัมภาระเยอะ เลือกไม่ถูกเอาไรไปดีมั่ง หรือจะสำหรับซื้อของฝากกลับบ้านก็ได้
  • ที่นั่งกว้าง นั่งสบาย ไม่อึดอัด ที่นั่งแบ่งเป็น 2-4-2 คน อยากนั่งคู่ก็เป็นส่วนตัว (สำหรับไฟล์ทบิน IST – BKK และ BKK – IST)
  • เวลาบินดี ออกดึกถึงตุรกีเช้า มาถึงแล้วเที่ยวได้เลย ชอบๆ
  • มีหน้าจอ Entertainment กว้าง มีหนังเยอะ กดจอ Touch screen ได้เลย
  • เสิร์ฟอาหารบนเครื่อง 2 มื้อ มื้อดึกและมื้อเช้า อาหารรสชาติดี เรามากัน 8 คน ทุกคนคอนเฟิร์มว่าอาหารอร่อยๆ ทานได้สบาย
  • ใครสายแอล เค้าเสิร์ฟไวน์แดง (ประจำชาติ) ให้ทีเป็นขวดเลย ไวน์ตุรกีรสชาติดีมาก!! จิบฟินน์ๆ ก่อนนอนได้เลยจ้า
  • แจก Hygiene set ในเซ็ตจะมี mask ให้ 3 อัน, มีทิชชูเปียก, และแอลกอฮอล์เจล
  • แจกกระเป๋าน่ารักๆ ของสายการบิน Turkish Airlines เป็นของที่ระลึก ด้านในมีทั้งสลิปเปอร์, ผ้าปิดตา, ถุงเท้า, เซ็ทแปรงสีฟัน, ลิปปาล์ม และที่อุดหู
  • Turkish Airlines เป็นอีกหนึ่งสายการบินที่เราสองคนประทับใจดีจัง พนักงานอาจจะหน้าตานิ่งๆ แต่ที่จริงเทคแคร์ดีนะเธอออ!!

ทางสายการบิน Turkish Airlines จะเสิร์ฟอาหารบนเครื่อง 2 มื้อ มื้อดึกและมื้อเช้า แจกกระเป๋าน่ารักๆ เป็นของที่ระลึก ด้านในมีทั้งสลิปเปอร์, ผ้าปิดตา, ถุงเท้า, เซ็ทแปรงสีฟัน, ลิปปาล์ม และที่อุดหู

ข้อมูลสายการบิน : Turkish Airlines
จองเที่ยวบิน : https://www.turkishairlines.com/

4. Money Exchange แลกเงินคือเรื่องใหญ่… ตั้งใจฟังนะ

ตุรกีใช้เงิน Turkish lira อักษรย่อสกุลเงิน TRY หรือ TL ทริปนี้ปูเป้แลกเงินจากไทยเรท 36.80 THB/EURO ( เดือนเม.ย. 2565) วิธีคิดค่าเงินแบบง่ายๆ ให้เอาค่าเงินตุรกี x 3 ก็จะได้เป็นเงินไทย เป็นวิธีคิดแบบคร่าวๆ ค่ะ

สถานที่แลกเงินในตุรกี :

  • ในสนามบิน : ร้านรับแลกเงินของ Global Exchange เราเห็นเฉพาะบริษัทนี้ในสนามบิน เรทแลกเงินที่ได้จะค่อนข้างแพงกว่าด้านนอกสนามบิน (ได้เรท 2.86 THB/TRY)
  • ด้านนอกสนามบิน : 1 EURO แลกได้ประมาณ 15.30-15.80 TRY (ได้เรทเฉลี่ย 2.40 THB/TRY) ใน Istanbul แลกได้ที่ Grand bazaar และย่าน Taksim และตามเมืองท่องเที่ยวต่างๆ เช่น Cappadocia, Izmir, Kusadasi และอื่นๆ
  • ร้านรับแลกเงินสีเขียวๆ ที่แลกจากไทยไปตุรกี : (ได้เรท 2.70 THB/TRY) จำเป็นต้องโทรไปจองที่สาขาก่อนเข้าไปแลก
  • การใช้บัตรเครดิต : สามารถใช้ได้ที่ร้านอาหาร, ร้านค้า, ห้างสรรพสินค้า และ Duty Free สามารถใช้ได้ทั้งบัตร visa และ MasterCard (ได้เรท 2.39 THB/TRY)

คำแนะนำ : ให้แลกเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และเงินยูโร (EURO) ไปก่อนแล้วนำไปแลกเงินสกุลลีรา (TRY) ที่ประเทศตุรกี สำหรับการแลกเงินที่สนามบินควรแลกเท่าที่พอใช้ จากนั้นไปแลกเพิ่มเติมด้านนอกสนามบินตามที่ระบุด้านบนจะได้เรทดีกว่าค่ะ

5. SIM CARD สายโซเชี่ยล อย่าพลาดเรื่องนี้

ซิมการ์ดสามารถมาซื้อที่สนามบินที่ตุรกีก็ได้เป็นของ Turk Telekom ปูเป้แนะนำให้ซื้อซิมการ์ด AIS Sim2fly จากไทยไปเลยจะสะดวกกว่า ได้เน็ต 6 GB นาน 15 วัน ราคา 899.- (หลังจาก 6 GB แล้วความเร็วจะลดลง) พอลงจากเครื่องบินแล้วสามารถเปิดใช้ Data Roaming ได้ทันที สะดวกมาก ไม่ต้องเสียเวลายุ่งยากในการซื้อซิมที่สนามบินอิสตันบูลค่ะ

คำแนะนำ : หลังจากที่ได้ใช้รวม 9 วันในการเดินทางไปหลายเมืองของตุรกี เช่น Istanbul, Izmir, Cappadocia, Konya, Kusadasi, Kayseri, Denizli โดยรวมแล้วสัญญาณเน็ตค่อนข้างดี โหลดไว จะมีจำกัดสัญญาณในบริเวณหุบเขา และบางสถานที่ท่องเที่ยวใน Cappadocia เท่านั้น

6. เวลาและอากาศเป็นอย่างไร ?

  • พอเครื่อง Landing ปุ๊ป!! ปรับนาฬิกาให้ “เวลาในตุรกีช้ากว่าบ้านเรา 4 ชั่วโมง“
  • ในประเทศตุรกีจะมี 4 ฤดูกาล ดังนี้ค่ะ
  • ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนเมษายน – พฤษภาคม) :
    ช่วงอากาศดี เย็นสบาย ใส่เสื้อกันหนาวได้สวย ใส่แล้วตัวเราไม่หนามาก หรือจะใส่ชุดพลิ้วๆ ฟรุ๊งฟริ๊งก็ได้ พระอาทิตย์ตกดินประมาณ 20:00 น. เลยทำให้มีเวลาเที่ยวได้เยอะ
  • ฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน – กันยายน) :
    เป็นช่วงที่อุณหภูมิสูงที่สุดของปี และเป็น High Season ของตุรกี คนยุโรปนิยมมาพักร้อน อาบแดดกันริมชายหาดเยอะมาก แดดแรง ชอบที่อากาศดี ฝนไม่ตก พระอาทิตย์ตกดินประมาณ 20:00 น. เลยทำให้มีเวลาเที่ยวได้เยอะ
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กลางเดือนกันยายน –ตุลาคม) :
    ช่วงนี้คนไทยน่าจะชอบ อากาศเย็นสบาย เดินได้เรื่อยๆ อาจจะมีอากาศสลับร้อนและฝนตกบ้าง สามารถใส่เสื้อกันหนาวบางๆ พระอาทิตย์ตกดินไวขึ้นประมาณ 17:30 น.
  • ฤดูหนาว (เดือนพฤศจิกายน – มีนาคม) :
    ช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม จะมีหิมะขาวๆ เต็มไปหมด ช่วงกลางวันจะสั้นขึ้น ใครอยากลองมาสัมผัสสกีรีสอร์ต หรือเล่นหิมะ ต้องมาช่วงนี้จ้า (ไม่แนะนำให้ไปเที่ยวภูเขาต่างๆ เช่น Nemrut Mt. หิมะตกเยอะ เดินทางขึ้นเขาจะลำบากค่ะ)

จากประสบการณ์เที่ยวตุรกีในช่วงสงกรานต์วันที่ 14-24 เม.ย. 2565 พระอาทิตย์ตกดินประมาณ 20:00 น. เลยทำให้มีเวลาเที่ยวได้เยอะ อุณหภูมิเฉลี่ยระหว่าง 4-22 องศา สภาพอากาศในแต่ละภูมิภาค และในแต่ละวันค่อนข้างแปรปรวน ประมาณนี้ค่ะ

  • บางวันอากาศหนาวเย็น ลมแรงในช่วงเช้ามืด, เย็น และดึก
  • บางวันกลางวันแดดร้อนแรงมาก หน้าไหม้ ตัวเกรียมเลย ใส่เสื้อแขนสั้นได้สบาย
  • บางวันมีแดดแต่อากาศหนาว ไปนั่งตากแดดแล้วอบอุ่นดี
  • บางวันฝนตกหนัก ลมแรง ค่อนข้างหนาว หรือบางวันฟ้าครึ้มสลับฝนตกปรอยๆ

คำแนะนำ : ควรเตรียมอุปกรณ์กันหนาว กันลม กันฝน, ร่ม, รองเท้าที่เดินสบายและกันลื่น, หมวก, แว่นตากันแดด และยาต่างๆ เช่น ยาแก้ไข้, แก้ไอ, แก้เจ็บคอ และหวัดเผื่อไปด้วยค่ะ

7. Hot Air Bollon มาตุรกี ไม่ขึ้นบอลลูนถือว่าไม่มาไม่ถึง!!

การขึ้นบอลลูนสามารถขึ้นได้ตลอดปี นอกจากที่ Cappadocia ยังมีที่ Pamukkale ด้วยนะ แต่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะได้ขึ้นบอลลูนนะ ถ้าวันไหนลมแรง ฝนตก ฟ้าปิด บอลลูนก็ขึ้นไม่ได้ ดังนั้นพกความโชคดี และสวดมนต์เยอะๆ มาด้วยจ้า !!

ทริป #หนีงานไปตุรกี พวกเราได้ทำตามความฝัน ได้ขึ้นบอลลูนซักครั้งในชีวิต!! เป็นเช้าที่พวกเราลืมทุกบอลลูนที่เคยเห็นเลยจ้าาา เช้านี้สุดพิเศษมาก ประทับใจมาก หัวใจพองโตมาก กัปตันขับบอลลูนของเราขับเก่ง ฝีมือดี บังคับบอลลูนมาทางทิศตะวันตกให้เราได้ชมวิวพระอาทิตย์กำลังขึ้นจากขอบฟ้า เห็นสีของท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ พร้อมภาพบอลลูนกำลังลอยอยู่ทั่บนท้องฟ้ากับแลนด์สเคปที่สวยแปลกตาแบบพาโนราม่า มันสวยมากจริงๆ สวยจนตื้นตันน้ำตาไหลออกมาเลยจ้าแม่จ๋า!!! น้ำตาแห่งความดีใจมันเป็นแบบนี้นี่เอง แงๆๆๆ T___T

วันที่ขึ้นบอลลูน พวกเราต้องตื่นตี 3 กว่าๆ เพื่อรอรถมารับที่โรงแรมประมาณ 04.45 น. พอลงจากรถอากาศหนาวมากจนตัวสั่น อุณหภูมิประมาณ 4 องศา รอบตัวจะเห็นภาพบอลลูนกำลังค่อยๆ พองโตใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ประมาณ 05:30 น. เราก็ได้ขึ้นมาบนบอลลูน อากาศกำลังดี ไม่หนาวอย่างที่คิดเลยค่ะ (อุปกรณ์กันหนาวต่างๆ ที่ขนมาด้วยไม่ได้ใช้เลย)

เราใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมงก็ลงสู่พื้นดิน หลังจากนั้นจะมีการเปิดแชมเปญเลี้ยงฉลอง และแจกแชมเปญให้คนละ 1 แก้ว พร้อมใบ Certificate แห่งการขึ้นบอลลูนอีกคนละ 1 ใบ อย่าลืม!! ถ่ายรูปชนแก้วๆๆ เป็นที่ระลึกกันด้วยนะคะ ^^

คำแนะนำ : ค่าขึ้นบอลลูนจะราคาประมาณตั้งแต่ 230-250 USD ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของตะกร้าบอลลูน, การต่อรองราคา, และบริษัทบอลลูนด้วยค่ะ

8. อาหารของตุรกีเป็นยังไง คนไทยกินได้ป่าว?

ไปตุรกีต้องกินอะไรบ้าง? มีอาหารพื้นเมืองเด็ดๆ อะไรบ้าง? อาหารตุรกีถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ต้องมาลองทานกันค่ะ โดยรวมแล้วอาหารตุรกีค่อนข้างทานง่าย, ไม่ค่อยมีการปรุงแต่งเยอะ, รสไม่หวาน, รสไม่จัด ไม่ค่อยมัน, จะเน้นการทำอาหารแบบปิ้ง ย่าง นึ่ง และกลิ่นเครื่องเทศไม่แรง!! (รสชาติคนละอย่างกันอาหารอินเดียเลย) แต่จะไม่มีหมูให้ทานนะ

ขอเกริ่นก่อนค่ะ หลังจากปูเป้ไปอินเดียมา 3 ครั้ง เลยกลายเป็นคนกลัวกลิ่นเครื่องเทศมากก!! ทานอาหารอินเดียไม่ค่อยได้แล้ว!! แต่ไหนๆ เรามาเที่ยวตุรกีแลว ก็ต้องมาลองทานของอาหารพื้นเมืองเด็ดๆ ของตุรกีสิ !! จะให้ทานแต่มาม่า อาหารสำเร็จรูปซองๆ ทุกวันก็ไม่ไหวค่ะ

ดังนั้นทริปนี้เราสองคนเลยจัดทริป #หนีงานไปตุรกี เป็นสไตล์ที่ทำให้ทุกคนได้สัมผัสวิถีชีวิตการกินของคนตุรกีด้วย และมีอิสระในการเลือกทานอาหารเองในมื้อกลางวัน และมื้อเย็นบางวันไปด้วย เราจะได้เลือกทานอาหารได้หลากหลายสไตล์ ไม่เหมือนถูกบังคับให้ทานด้วยค่ะ (สำหรับอาหารมื้อเช้าเราทานอาหารที่โรงแรมก่อนออกทริป ซึ่งโรงแรมที่เราพักอาหารโอเค ทานกันได้สบายค่ะ) สรุปว่า ทริปนี้เราไปกัน 8 คน ทุกคนทานอาหารตุรกีกันได้สบาย อร่อยกันทุกมื้อ!! แฮปปี้กันทุกคน ไม่มีปัญหาเรื่องอาหารการกินเลยค่ะ เป็นวิธีนี้ WORK มากๆๆ แต่ปูเป้ก็จะเตรียมน้ำพริก และน้ำจิ้มต่างๆ จะได้เพิ่มรสชาติบางมื้อไปด้วยค่ะ

ถ้าเพื่อนๆ อยากไปสัมผัสตุรกีในสไตล์ #หนีงานไปตุรกี ทริปเที่ยวสไตล์ Blogger (แบบที่ทัวร์ไม่พาไป) ได้รูปสวย กินอยู่สบาย ที่พักดี ข้อมูลแน่น ที่เราสองคนจัดขึ้นเรื่อยๆ สามารถติดตามได้ที่เพจ หนีงานไปเที่ยว หรือสอบถามได้ที่ Inbox ของเพจได้เลยค่ะ

อาหารต่างๆ

  • ไก่ย่าง, เนื้อย่าง, ปลาย่างแบบทั้งตัว ปลาสดหวาน อร่อยมากกก!! เสิร์ฟพร้อมผักเครื่องเคียง เช่น แตงกวา มะเขือเทศ หัวหอม มันฝรั่ง มะเขือม่วง และผักดองต่างๆ เช่น มะกอกดอง กะหล่ำปลีดอง พริกดอง เพื่อตัดความคาว บางร้านเสิร์ฟข้าว, แซนวิช, ขนมปังเป็นแบบหนานุ่ม เทคเจอร์ดีเลย และแป้งบางๆ กลิ่นหอมอร่อยกว่าแผ่นแป้ง wrap ของ Subway อีก
  • Midye dolma (หอยแมลงภู่ยัดไส้ข้าว) เป็น​ Street food ชื่อดังของตุรกี หอยแมลงภู่ตัวโตๆ ทานคู่กับข้าวผัดหอมๆ มันๆ ก่อนทานจะบีบเลมอนเล็กน้อย ลองครั้งแรกแล้วอร่อยมากกก!! ติดใจเลย ที่นี่จะขายเป็นตัวๆ ราคาตัวละ 2-4 TL ขึ้นอยู่กับไซส์ของหอยแมลงภู่ แนะนำให้ราดน้ำจิ้มซีฟู้ดบ้านเราด้วย อร่อยเริ่ด 5 ดาว!!!
  • Döner Kebab (โดเนอร์เคบับ) เคบับเนื้อชิ้นใหญ่ๆ เสียบแกนเหล็กหมุน มีทั้งเนื้อไก่, วัว และแพะ ทานคู่กับข้าว, แผ่นแป้ง และผัก
  • ข้าวมันไก่สไตล์ตุรกี ใช้ข้าวดี ผัดมาได้หอมละมุนมากก ซึ่งความแปลก คือ จะมีกับข้าวเป็นท็อปปิ้งให้เลือกทั้ง ตับ, ผัดมะเขือม่วง, เนื้อตุ๋น, ผัดตับไก่หอมๆ ข้าวมันหอมๆ รสชาติกลมกล่อม อร่อยดีค่ะ
  • Simit (ซิมิท) หน้าตาคล้ายเพรสเซลโรยงาทานคู่กับนูเทลล่า และแยมชนิดต่างๆ เห็นขายตามรถเข็นที่ Istanbul เยอะเลย
  • KFC ที่ตุรกีอร่อยมากก ต้องไปลองนะ!! ไก่ทอดได้กรอบ เนื้อไก่ด้านในมีความนุ่มฉ่ำๆ มีความเค็มนิดๆ ใครเบื่ออาหารตุรกี แนะนำอร่อยดาว 5 ดวง!!
  • พิซซ่าตุรกีก็น่าลอง มีทั้งไส้กรอกตุรกี เนื้อสับ ส่วนปูเป้ชอบไส้ชีสอร่อยมากกก !!
  • เกาลัดย่าง ขนาดเม็ดโตกว่า เนื้อกรอบๆ มันๆไม่หวาน รสชาติจะต่างจากเกาลัดแถวเยาวราชที่เราคุ้นเคยนะ
  • ข้าวโพดร้อนๆ มีทั้งแบบปิ้ง และต้ม ใครเป็นข้าวโพดเลิฟเวอร์ต้องชอบมากก ข้าวโพดหวาน หอมๆ อร่อยไม่มีใส่น้ำตาลเลย
  • อาหารต่างๆ เช่น อาหารไทย, ญี่ปุ่น และอาหารตะวันตก เช่น พิซซ่า สเต็ก เฟรนฟรายซ์ (แนะนำให้เลือกร้านที่มีการตกแต่งแบบอินเตอร์หน่อยๆ จะได้รสชาติที่ถูกปากมากกว่าค่ะ)

เครื่องดื่ม : กาแฟ น้ำผลไม้ และไวน์

  • Turkish Coffee เครื่องดื่มประจำชาติ มีเอกลักษณ์อยู่ที่วิธีการชงและรสชาติกาแฟที่ทั้งหอม ทั้งเข้มข้น โดยเค้าจะใช้กระบวยเป็นตัวชง ใส่ผงกาแฟและน้ำลงไป จากนั้นนำกระบวยไปวนในทรายร้อนๆ จนน้ำเดือด แล้วบรรจงเทลงในแก้วกาแฟ เวลาดื่มจะเน้นดื่มน้ำกาแฟด้านบน ส่วนกากกาแฟจะตกตะกอนอยู่ที่ก้นถ้วย Turkish Coffee มักจะเสิร์ฟคู่กับของหวานประจำชาติอย่าง Turkish Delight รสชมกับหวานมาเจอกัน โหย… ลงตัวมากมาย
  • น้ำผลไม้แบบคั้นสดๆ ไม่ใส่น้ำเชื่อม เช่น น้ำทับทิม, น้ำส้ม, น้ำเลม่อน, น้ำสัปปะรด และน้ำผลไม้อื่นๆ พวกเราซื้อดื่มทุกวัน ราคามีตั้งแต่ 30-60 TL ชอบมากกก!!
  • ไวน์ผลไม้ต่างๆ เช่น ทับทิม, เชอร์รี่, เมล่อน, แบล็กเบอร์รี่, สตรอว์เบอร์รี, แอปเปื้ล, แตงโม, บลูเบอร์รี่, ลูกพีช หลังจากที่ได้ลองจิบแล้ว รสชาติหอม หวาน นุ่ม ไม่ค่อยมีกลิ่นแอลกอฮอล์ อร่อยมากก!! จะมีขายเยอะที่ Şirince Village หมู่บ้านกรีกโบราณบนภูเขา

ขนม และของหวานต่างๆ

  • Turkish Delight ขนมหวานของตุรกีชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ ทำจากเจลแป้งและน้ำตาลผสมอินทผลัมและถั่วต่างๆ เช่น พิสตาชีโอ เฮเซลนัต หรือวอลนัต แต่งกลิ่นให้หอมดอกไม้ หรือส้ม เลมอน แล้วคลุกน้ำตาลไอซิ่ง รสหวานเจี๊ยบบบบบ แต่ต้องลองน๊า!!
  • Baklava (ขนมบัคลาวา) ขนมขึ้นชื่ออีกอย่างของประเทศตุรกี ทำจากแผ่นแป้งฟิลโล (Phyllo Dough) ชุ่มๆ ด้วยน้ำผึ้ง และผสมถั่วต่างๆ เช่น พิสตาชิโอ,วอลนัต, เฮเซลนัต เลเยอร์ของแป้งจะมีความกรุบกรอบ เป็นขนมหวานที่หวานแบบปรี๊ดขึ้นสมองไปเลย!! จะเห็นขายเยอะๆที่ Spice Market แนะนำทานคู่กับชาร้อนๆ หรือกาแฟดำน๊า
  • Dondurma ไอศกรีมสไตล์ตุรกีที่ชอบแกล้งคนซื้อ!! เน้นเอนเตอร์เทนลูกค้า เน้นลีลาโชว์ของคนขาย เน้นเสียงหัวเราะ เน้นไอศกรีมเหนียวแน่นหนึบมาก แต่ปูเป้แอบรู้สึกว่า “ไม่ค่อยเน้นความอร่อย” นะ 555
  • Mado (คล้ายกับร้าน Swensen’s ) ร้านไอศกรีมคุณภาพดีมีให้เลือกเยอะกว่า 30 รส เนื้อไอศกรีมเหนียว แน่น หนึบ ละลายช้ามาก และยังมีกาแฟ และขนมบัคลาวา (Baklava) เสิร์ฟพร้อมไอศกรีม” เมนูนี้แนะนำ!!! แม้ความหวานจะดับเบิ้ล ยกกำลังสองทั้งไอศกรีม และบัคลาวา แม้จะหวานจนขนลุกไปทั้งตัว 555 แต่ทานแล้วสดชื่น ช่วยเพิ่มกลูโคสให้ร่างกายดีมากกกก
  • เบเกอรี่ของตุรกีอร่อยสุดๆ แนะนำให้ไปลองร้านดังๆ ไหนๆ จะอ้วนแล้วต้องอ้วนด้วยของอร่อยเท่านั้นค่ะ
  • สายไหมทำจากงา หน้าตาเหมือนสายไหม (ที่เราทานกับโรตี) เป็นเส้นสีขาวเล็กๆ มีกลิ่นของงา หอมมาก รสออกหวานนิดๆ ละมุนลิ้นสุดๆ
  • สตรอว์เบอร์รีสดๆ ลูกโต รสหวานฉ่ำๆ (อร่อยกว่าที่ญี่ปุ่นนะ) เด็ดสดๆ จากฟาร์มที่ตุรกี โลละ 40 ลีร่า (ราวๆ 90 บาท) ลูกใหญ่ หวานฉ่ำ หน้าตาอาจไม่เป๊ะ แต่ทุกคำที่กัดช่างหวานหอมชื่นจัยดีเหลือเกินครับคุณ!!!
    พิกัด : ระหว่างทาง Danizil เส้นทางจาก Kusadari ไป Pamukkale (ผลไม้จะมีตามฤดูกาล เดือนเมษายน 2565) ให้สังเกตริมทางจะเป็นร้านที่มีมุ้งสีขาวๆ คลุมสตรอว์เบอร์รีอยู่

9. เข้ามัสยิดแต่งตัวยังไงดี?

สาธารณรัฐตุรกี เป็นประเทศมุสลิมถือว่าไม่ได้เคร่งมากเรื่องการแต่งกายเหมือนประเทศมุสลิมอื่นๆ เห็นเด็กสาววัยรุ่นแต่งตัวแฟชั่นกันจ้าเลย นิยมใส่เสื้อเอวลอย Crop Top และกางเกงขาสั้น ดังนั้นคนไทยน่าจะไม่ต้องซีเรียสเรื่องการแต่งตัวเท่าไหร่ค่ะ แต่งสบายๆ ได้เลย

  • แต่ว่า!!! ในวันที่เข้าชมมัสยิดทุกแห่งในตุรกี ปูเป้แนะนำให้ทุกคนแต่งกายให้เรียบร้อย และมิดชิดให้เกียรติสถานที่ค่ะ
  • ผู้ชาย : สวมกางเกงขายาว และเสื้อไม่รัดรูป
  • ผู้หญิง : เตรียมผ้าสำหรับคลุมผม หรือใส่เสื้อที่มีฮู้ดคลุมผมให้มิดชิดแทนก็ได้ค่ะ แนะนำให้เสื้อแขนยาว กระโปรงยาว หรือกางเกงขายาวไม่รัดรูปมาก (ห้ามใส่เสื้อสายเดี่ยว แขนกุด)

10. เที่ยวตุรกี…ค่าครองชีพแพงไหม?

ทริปนี้พวกเราพักโรงแรมทุกคืนเลยไม่ได้ทำอาหารทานเอง เน้นทานเต็มอิ่มในร้านอาหารต่างๆ ซึ่งเราจะเน้นความหลากหลายของประเภทอาหาร และชอบที่ได้เปลี่ยนสไตล์อาหารทุกวัน ไหนๆ ไปแล้วก็อยากทานของอร่อย และอยากสัมผัสวิถีชีวิตการกินของคนตุรกีค่ะ ดังนั้นราคาอาหารตกมื้อละประมาณ 200-500 บาท/คน ขึ้นอยู่กับประเภทอาหาร การตกแต่งของร้าน และย่านที่ตั้งของร้านอาหารด้วยค่ะ

  • ไอศกรีม Gelato โคนละ 20-30 ลีร่า
  • กาแฟในคาเฟ่ ราคาประมาณ 20-50 ลีร่า
  • มันย่างบดชีสใส่เครื่องไม่อั้น 40 ลีร่า
  • น้ำเปล่าขวดเล็ก 2.50 ลีร่า, ขวดลิตร 5 ลีร่า
  • น้ำอัดลม (โค้ก แฟนต้า) แบบกระป๋อง 10 ลีร่า
  • ไวน์ทับทิมขวดละ 100-150 ลีร่า
  • เบียร์นำเข้ามีหลายแบรนด์ รสชาติดี อร่อย ราคาไม่แพง
  • สตรอเบอร์รี่สดๆลูกโต รสหวานฉ่ำๆ อร่อยกว่าที่ญี่ปุ่นนะ สดๆ จากฟาร์มที่ตุรกี โลละ 40 ลีร่า (ราวๆ 90 บาท)

อ่านจบ 10 ข้อควรรู้ และเทคนิคต่างๆ ก่อนไปเที่ยวตุรกีแล้ว ปูเป้ขอให้ทุกคนเตรียมตัวเที่ยว “ตุรเคีย (ตุรกี) ” ให้สนุก และปลอดภัยค่ะ 

ถ้าเพื่อนๆ อยากไปสัมผัสตุรกีในสไตล์ #หนีงานไปตุรกี ทริปเที่ยวสไตล์ Blogger (แบบที่ทัวร์ไม่พาไป) ได้รูปสวย กินอยู่สบาย ที่พักดี ข้อมูลแน่น ที่เราสองคนจัดขึ้นเรื่อยๆ สามารถติดตามได้ที่เพจ หนีงานไปเที่ยว หรือสอบถามได้ที่ Inbox ของเพจได้เลยค่ะ

บริษัท หนีงานไปเที่ยว จำกัด
ทริปถ่ายภาพและท่องเที่ยวสไตล์ Blogger
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 11/09714