“หนีฮ่าว เอฟรี่วัน” สวัสดีครับทุกคน!! ยินดีต้อนรับสู่ “ฉางซา (Changsha)” เมืองหลวงแห่งมณฑล “หูหนาน” ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน หลายคนรู้จักประเทศจีนผ่านเมืองดังๆ อย่าง ปักกิ่ง (Beijing), เซี่ยงไฮ้ (Shanghai), คุนหมิง (Kunming), ซีอาน (Xian) หรือแม้กระทั่ง เซินเจิ้น (Shenzen) เมืองที่สมัยนึงเคยได้ชื่อว่าก๊อปปี้เบรนเนมเก่งระดับ Mirror!!

แต่พอพูดถึง “ฉางซา (Changsha)” เครื่องหมายคำถามก็ลอยขึ้นบนหน้าผากทันที!! โอ้ว Where is Changsha? ฉางซาอยู่ไหน บอกให้ข้ารู้ที!!? 55555 มามะ เดี๋ยวเราจะเล่าความดีงามของ “ฉางซา (Changsha)” ให้ฟัง

รวมบทความเที่ยวเมือง “ฉางซา” และมณฑล “หูหนาน” (อัพเดตปี 2024)

ทำประกันภัยการเดินทาง เพิ่มความอุ่นใจให้ทุกทริป

เรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ยิ่งถ้าอยู่ต่างบ้านต่างถิ่น ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรขึ้นมา เรื่องที่ควรจัดการได้ อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด ทั้งเครื่องบินดีเลย์ กระเป๋าหาย (หรือล่าช้า) ประสบอุบัติเหตุ ป่วยไข้ ทรัพย์สินสูญหาย และปัญหาจุกจิกอีกมากมาย ที่จะพาลทำให้ทริปนั้นกลายเป็นฝันร้ายเอาง่ายๆ

เพื่อความอุ่นใจ ต้นกับปูเป้เลยเลือกทำประกันภัยการเดินทางเอาไว้ล่วงหน้าเสมอ สมัยเป็น Blogger ใหม่ๆ เราก็ซื้อประกันภัยการเดินทางเป็นรายเที่ยวครับ แต่หลังๆ นี่เดินทางปีนึง หลายทริปมากๆ เราเลยเลือกทำประกันภัยการเดินทางกันเป็นรายปี 5555 (ใครที่เดินทางปีนึงเกิน 3-4 ทริป ซื้อ ประกันการเดินทางชับบ์ Chubb Travel Buddy แบบรายปี ปีคุ้มสุดครับ)

สำหรับ Road Trip (ขับรถเที่ยว) เกาะคิวชู รอบนี้เราทำประกันภัยการเดินทางกับ “Chubb Travel Buddy (คู่หูนักเดินทาง)” เค้าดูแลครอบคลุมทั้ง…

  • การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุและความพิการ
  • ค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ (ทั้งโควิด และไข้หวัดใหญ่)
  • ค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องที่เกิดขึ้นในประเทศไทย 21 วัน
  • ผลประโยชน์รายวันสำหรับการเข้ารักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน ใน รพ.ต่างประเทศ
  • การเคลื่อนย้ายทางการแพทย์ฉุกเฉิน หรือการเคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนา
  • ค่าใช้จ่ายในการส่งศพหรืออัฐิกลับประเทศภูมิลำเนา
  • ค่าใช้จ่ายในการเดินทางและที่พักเพื่อไปเยี่ยมผู้เอาประกันภัยที่ รพ.ในต่างประเทศ
  • มีบริการสายด่วนช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
  • มีแผนประกันเสริม Flight Secure ทั้งการบอกเลิกการเดินทาง, การดีเลย์ของเที่ยวบิน การพลาดการต่อเครื่อง, ความล่าช้าของกระเป๋าเดินทาง รวมถึกรณีโจรขึ้นบ้าน ระหว่างเดินทางอยู่ต่างประเทศ

ที่สำคัญสามารถ ซื้อออนไลน์ได้ง่าย เลือกแผนได้ตามที่เราต้องการ ซื้อปุ๊ปได้กรมธรรม์ประกันภัยการเดินทางเลย เคลมไวไม่งอแง เบี้ยเริ่มต้นหลักร้อย ความคุ้มครองหลักล้าน ถูกใจเราสองคนสุดๆ!!

สนใจซื้อ ประกันการเดินทางชับบ์ Chubb Travel Buddy พร้อมได้รับส่วนลดพิเศษ 18% คลิกที่นี่
อย่าลืมกรอกโค้ด NENGAN18 เพื่อรับส่วนลดน๊า!

Where is Changsha? (ฉางซาอยู่ไหน)

“ฉางชา” หรือ “เตียงสา” (ในภาษาฮกเกี้ยน) เป็นเมืองหลวงของมณฑล “หูหนาน” ซึ่งอยู่ในภาคกลางตอนใต้ของประเทศจีน บริเวณลุ่มแม่น้ำแยงซีตอนกลาง มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี และยังเป็นบ้านเกิดของท่านประธานเหมา “เหมา เจ๋อตง” บิดาผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน

ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา เมือง “ฉางซา” และมณฑล “หูหนาน” ขึ้นชื่อเรื่องการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทั้งด้านเศรษฐกิจ คมนาคมขนส่ง การท่องเที่ยว ธุรกิจบันเทิง ฯลฯ ปัจจุบัน “ฉางซา” เป็น 1 ใน 6 เมืองนำร่องด้าน Smart City ของประเทศจีน ร่วมกับอีก 5 เมือง ได้แก่ กรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ นครกว่างโจว นครอู่ฮั่น และเมืองอู๋ซี

ฉางซาเจริญแค่ไหน?

เรื่องความเจริญ ความทันสมัยนี่หายห่วง ปัจจุบันประเทศจีนเจริญล้ำหน้าไปไกลมาก!! ทั้งด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสุดๆ มีระบบจดจำใบหน้าในกล้อง CCTV, ระบบการจับจ่ายแบบ “ไร้เงินสด (Cashless)” 100%, สัญญาณมือถือ 5G เกือบทั่วประเทศ, มีแอปฯ Social ของตัวเอง, มีแอปฯ เรียกรถแบบอูเบอร์, มีแอปฯ สั่งอาหาร, มีแอปฯ แผนที่นำทางของตัวเอง ฯลฯ

ภาพจาก Wikimedia Commons

ด้านการคมนาคมก็จัดมาเต็มๆ ทั้ง สนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมต่อไปกว่า 80-90% ของประเทศ สถานีรถไฟแต่ละเมืองนี่ใหญ่ไม่แพ้สถานีกลางบางซื่อบ้านเราเลยล่ะ ถนนหนทางกว้างขวาง ระบบขนส่งดีเว่อร์ ในเมืองใหญ่ๆ มีรถไฟฟ้าใต้ดินให้บริการ มีรถบัส มี Taxi มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้านี่ 80-90% ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ภาพจาก Wikimedia Commons

นอกจากนี้ยังมีห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ ที่รวมทั้งแบรนด์ดังของโลกและแบรนด์ดังในจีนอีกเพียบ!! “ฉางซา (Changsha)” ในฐานะที่เป็น 1 ใน 6 เมืองแถวหน้าของจีน จึงรับความเจริญที่กล่าวมาทั้งหมดไปเต็มๆ การมาเที่ยว “ฉางซา (Changsha)” จึงสะดวกสบาย ไม่แพ้การไปญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง หรือไต้หวันเลยครับ

ข้อควรรู้ก่อนมาเที่ยวเมืองจีน!!

แม้ว่าการมาเที่ยวประเทศจีนนั้นจะแสนสะดวกสบาย แต่… สำหรับคนไทย (ที่พูดจีนได้และพูดจีนไม่ได้) อย่างเราๆ ก็มีหลายสิ่งที่ควรต้องรู้ก่อนมาเที่ยวเมืองจีน ไม่ว่าจะเป็น… วิธีการขอวีซ่าสำหรับท่องเที่ยว วิธีการเดินทาง สภาพอากาศ วิธีการใช้เงิน วิธีการสื่อสาร (กรณีพูด-อ่านภาษาจีนไม่ได้) การใช้อินเตอร์เน็ต การเดินทางระหว่างเมือง เป็นต้น

ก่อนไปเที่ยวจีน แนะนำให้แวะอ่านบทความนี้ก่อน จะเป็นประโยชน์มากมายครับ ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวเมืองจีน ฉบับคนพูดจีนไม่ได้ (อัพเดตปี 2023)

บินตรงสู่ฉางซากับแอร์เอเชีย (Thai AirAsia)

ทริปนี้เราสองคนบินตรงสู่เมืองฉางซา (Changsha) ด้วยสายการบิน “ไทยแอร์เอเชีย (Thai AirAsia)” จากสนามบินดอนเมือง – ฉางซาใช้เวลาบินตรงแค่ 3.20 ชม. เวลาบินถือว่าดีเลย เพราะไฟลท์บินเป็นช่วงเย็น คนทำงานอย่างเราๆ ก็ยื่นใบลาแค่ช่วงบ่าย บินไปถึงก็เช็คอินเข้าที่พัก นอนหลับสบายๆ สักตื่น วันรุ่งขึ้นค่อยออกเที่ยวให้หนำใจ ไม่ต้องเพลียเพราะเดินทาง

ตารางบิน

  • ขาไป FD 540 : 18:00 กรุงเทพฯ – ดอนเมือง (DMK) – 22:20 ฉางซา สนามบินฉางซาหวงหัว (CSX)
  • ขากลับ FD 541: 23:25 ฉางซา สนามบินฉางซาหวงหัว (CSX) – 01:40 กรุงเทพฯ – ดอนเมือง (DMK)
    คำแนะนำ : สายการบิน AirAsia เช็คอินที่เคาน์เตอร์ D83-D86 Terminal 2 เคาน์เตอร์เปิดเวลา 21:00 น.

สำหรับ “ไทยแอร์เอเชีย (Thai AirAsia)” แม้จะเป็น Low-cost airlines แต่ตารางบินดี เซฟเวลาเที่ยวได้มาก ที่สำคัญคือ “ตรงเวลา” ดีสุดๆ ซึ่งล่าสุดเดือนมิถุนายน 2566 แอร์เอเชีย และแอร์เอเชีย เอ็กซ์ คว้าแชมป์ “รางวัลสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในเอเชีย ปี 2566” ซึ่งประกาศรางวัลสายการบินยอดเยี่ยมประจำปีโดย AirlineRatings.com

เวลาจองตั๋ว แนะนำให้เลือก “แพ็คสุดคุ้ม” คุณจะได้ทั้ง

  • น้ำหนักโหลดกระเป๋า 20 กก.
  • เลือกที่นั่งติดกัน
  • มีอาหารร้อนๆ เสิร์ฟระหว่างบิน (อร่อยด้วย)

ไปจีนไปกับแอร์เอเชีย จองตั๋วเครื่องบินคลิกที่นี่ : www.airasia.com

ทำไมต้องมาเที่ยว “ฉางซา (Changsha)” Why Changsha?

เพราะ “ฉางซา (Changsha)” คือประตูสู่มณฑล “หูหนาน” ซึ่งมีมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของจีนที่ยิ่งใหญ่ระดับ AAAAA และ AAAA ไว้มากมาย อาทิ อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย, ถ้ำมังกรเหลืองหรือถ้ำหวงหลง, ประตูสวรรค์เทียนเหมินซาน, เมืองโบราณเฟิ่งหวง และเมืองน้ำตกโบราณฝูหรง นอกจากนี้ในตัวเมืองฉางซา ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ที่เราสามารถเที่ยวจบได้ในเวลา 2 วัน 1 คืน

ส่วนใครที่เป็นสายกิน การได้มาทานรสชาติต้นตำรับของอาหาร “หูหนาน (Hunan)” 1 ในอาหาร 8 ตระกูลของจีน ที่เรียกกันว่า “เซียงไช่” ซึ่งโดดเด่นในเรื่องของรสเผ็ดร้อน เค็ม เปรี้ยว ซึ่งได้จากการใช้น้ำพริกชนิดต่างๆ มาผัดกับเนื้อสัตว์ (เผ็ดคนละแบบกับ “หมาล่า” ของ “มณฑลเสฉวน”) นอกจากรสชาติแล้ว อาหารหูหนานจะมีเอกลักษณ์ที่สีสันและความบรรจงในกรรมวิธีการปรุง

อาหารยอดนิยมของหูหนาน ได้แก่

  • หูฉลามตุ๋น : หูฉลามตุ๋นในซุปด้วยไฟอ่อนกับซีอิ๊ว
  • หัวปลานึ่งพริกสับ : หัวปลานึ่งรากพริกสับ ต้นหอม ขิง และกระเทียม
  • เห็ดต้นชาหม้อไฟแห้ง : เห็ดต้นชาปรุงด้วยพริก ราดซอสพริก ใส่น้ำมันหอย น้ำตาลทราย
  • เหลยล่าเจียว หรือตำพริก : น้ำพริกผัดกับกระเทียม ปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ๊ว และซอสถั่วเหลือง
  • เต้าหู้เหม็น : เต้าหู้เหม็นของหูหนานจะเป็นสีดำ ทอดแบบกรอบนอกนุ่มใน ปรุงรสด้วยน้ำพริก
  • เหล้าหวาน : เหล้าที่หมักด้วยบ๊วยหยางเหมย (หรือดอกกุ้ยฮวา) รสหวานแต่แอลกอฮอล์แรง
  • เส้นหมี่หูหนาน : มีทั้งเส้นแบบและเส้นกลม มีความหนุบหนึบ เคี้ยวสนุก

พูดจีนไม่ได้สักคำ จะเที่ยวจีนต้องทำไง?

แน่นอนครับว่าเราไม่สามารถพูดทุกภาษาบนโลกได้ และยังมีอีกหลายประเทศที่ประชากรไม่พูดภาษาอังกฤษ ทั้ง ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน จีน รัสเซีย ฯลฯ เมื่อไหร่ที่เราคิดจะท่องเที่ยวด้วยตัวเอง เราจำเป็นต้องมีทักษะสำหรับนักเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น การเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่างๆ, การระวังภัย, การสื่อสาร (ทั้งภาษาใบ้และใช้แอปฯ แปลภาษา) และที่สำคัญคือเราต้องทำการบ้านเรื่องข้อมูลที่เที่ยว ที่พัก การเดินทาง ฯลฯ

สำหรับการไปเที่ยว “ฉางซา (Changsha)” รวมถึงการท่องเที่ยวในประเทศจีน อุปสรรคสำคัญคือ “ภาษา” และ “การจำกัดการเข้าถึงข้อมูล” ของรัฐบาลจีนครับ แอปพลิเคชั่นที่เราคุ้นเคยอย่าง Google Map, Wongnai, Google Translate, Grab หรือ Uber คงไม่สามารถช่วยเราได้ เพราะรัฐบาลจีนปิดกั้นการใช้งานแอปฯ ต่างชาติ เราจึงจำเป็นต้องใช้แอปฯ ของจีน (และแอปฯ อื่นๆ) ช่วยให้การเดินทางของเราสะดวกขึ้นดังนี้ครับ

Trip.com นี่คือตัวช่วยที่ดีที่สุด ที่จะช่วยให้คุณก้าวข้ามอุปสรรคด้านภาษาและความซับซ้อนของบริการด้านการท่องเที่ยวในประเทศจีนได้แบบไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องงุนงงปวดหัว ต้องแอปฯ นี้ครับ Trip.com

ผู้ให้บริการแพลทฟอร์มด้านการท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลก (และเป็นเจ้าใหญ่ที่สุดในจีน) ความเจ๋งของแอปฯ นี้ คือเค้าทะลวงข้อจำกัดในการจองที่พักและจองตั๋วรถไฟในจีนให้คุณเรียบร้อยแล้ว แอปฯ รองรับถึง 19 ภาษา ทั้งภาษาไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี รัสเซีย เยอรมัน ฯลฯ และยังรองรับการชำระเงินออนไลน์ผ่านบัตรเครดิตแบบสากล (ใช้บัตรเครดิตในไทยจ่ายได้เลย)

นอกจากนี้เค้ายังมีส่วนของการให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่นั้นๆ รวมถึงแชร์พิกัดเที่ยวให้เชื่อมโยงไปยังแอปฯ แผนที่ในมือถือของเราได้ด้วย!! สะดวกที่ซู๊ด!!


Alipay (ออกเสียงว่า “จือฝูเป่า” ในภาษาจีน) แอปพลิเคชั่น Online Banking หรือธนาคารบนอินเตอร์เน็ต โดยตัว Alipay เองสามารถที่จะทำธุรกรรมการเงินต่างๆ ผ่านโปรแกรมบนมือถือได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการ Scan QR Code เพื่อจ่ายเงินหรือรับเงิน การโอนเงิน การชำระค่าสินค้าและบริการบนแพลทฟอร์มต่างๆ ของประเทศจีน

หลายคนอาจไม่รู้ว่าตอนนี้ประเทศจีนเค้าไปไกลจนเป็นแทนจะเป็น “สังคมไร้เงินสด (Cashless Society)” ไปแล้ว ร้านค้า ร้านอาหาร ระบบขนส่งสาธารณะ รถแท๊กซี่ หรือแม้กระทั่งร้านขายของชำในประเทศจีน รองรับการจ่ายเงินผ่าน Alipay และ WeChat Pay เกือบทั้งประเทศเลยล่ะ

ปัจจุบันคนไทยสามารถผูกกับบัตรเครดิต รวมถึงเติมเงิน ถอนเงิน หรือจ่ายเงินในการซื้อสินค้าผ่านแอปฯ Alipay ได้แล้ว ผ่านเมนู Tour Pass ในแอปฯ Alipay โดยเราสามารถเลือกผูกบัญชีกับบัตรเครดิต Visa, MasterCard และ JCB ได้ หรือจะเลือกเติมเงินเข้าไปในบัตรทีละ 100 / 500 / 1,000 หยวน ก็ได้ จำกัดยอดเงินสูงสุดที่ 2,000 หยวน

Alipay Tour Pass มีอายุการใช้งาน 3 เดือน หากเกินกว่านั้นเงินในกระเป๋าจะกลับคืนสู่บัญชีหรือบัตรเครดิตของเราครับ


WeChat แอปพลิเคชั่นที่ใช้ในการพูดคุยติดต่อสื่อสารยอดนิยมของชาวจีน (ไม่เพียงแค่ในจีนนะ แต่ WeChat ยังเป็นที่นิยมใช้งานไปทั่วโลกเช่นกัน) ถ้าคนไทยนิยมใช้ Line เพื่อติดต่อสื่อสาร WeChat ก็เกิดขึ้นมาเพื่อการนั้น

ในการไปเที่ยวในประเทศจีน เราจำเป็นต้องลงแอปฯ WeChat เอาไว้ ในยามที่ต้องติดต่อสื่อสารกับคนจีนครับ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของที่พักที่เราจองไว้ กรณีต้องขอความช่วยเหลือ การเช็คอิน-เช็คเอาต์ รวมถึงเอาไว้ส่งพิกัดปลายทางให้กับคนขับรถหรือคนขับแท๊กซี่ เพราะถ้าเราพูดจีนไม่ได้ การจะอธิบายจุดหมายปลายทางให้คนขับเข้าใจคงเป็นเรื่องยากนั่นเอง


Google Translate แอปพลิเคชั่นแปลภาษาจาก Google ที่ต้นกับปูเป้ใช้ประจำเวลาเดินทางไปประเทศต่างๆ รองรับการแปลทั้งแบบทีละคำ แปลเป็นประโยค ถอดความจากเสียงพูด แปลตัวหนังสือผ่านกล้องด้วย Google Lens

Google Translate สามารถรองรับได้มากกว่า 100 ภาษาทั่วโลก (รวมถึงภาษาจีนและภาษาไทย) นอกจากนี้เรายังสามารถดาวน์โหลดภาษาต่างๆ มาไว้ในเครื่องได้ก่อนจะเดินทาง เผื่อกรณีไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตในพื้นที่ เราก็ยังสามารถใช้ Google Translate ช่วยในการแปลภาษาได้อีกด้วย


Baidu Map แอปพลิเคชั่นนำทางในประเทศจีน ที่ทั้งแม่นยำและทันสมัยเว่อร์ๆ เสียอย่างเดียวคือไม่รองรับภาษาอื่นใดทั้งสิ้น 5555 แล้วทำไมเราจะต้องโหลด Baidu Map มาใช้ ทั้งๆ ที่เรามี Google Map อยู่แล้ว? นั่นก็เพราะ Google Map ถูกปิดกั้นในประเทศจีน เนื่องจากปัญหาทางการเมืองระหว่างประเทศ อย่างที่เรารู้ๆ กันนั่นละครับ

แม้จะมีอุปสรรคเรื่องภาษา แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่า Baidu Map กับ Google Map นั้นมี UI (User Interface) และฟังก์ชั่นการทำงานที่คล้ายกันมากๆๆๆ ราวกับโคลนนิ่งกันออกมาทีเดียว (ต่างกันแค่ภาษา) ใช้เวลาในการทำความคุ้นเคยสักนิด ก็จะเข้าใจแอปฯ ได้ไม่ยาก (หรือจะแคปเจอร์หน้าจอ แล้วเอาไปแปลใน Google Translate ก็ได้)

เทคนิคที่ต้นกับปูเป้ใช้ในการนำทาง คือ Copy ชื่อภาษาจีน ของสถานที่ที่จะไป จากนั้นนำมาวางในช่องค้นหาของแอปฯ Baidu Map เท่านี้ก็ช่วยบอกเส้นทางและวิธีการเดินทางได้แล้วครับผม!!


DiDi ตี้ตี้ชูสิง (เรียกสั้นๆ ว่า ตีตี้) เป็นแอปพลิเคชั่นเรียกแท๊กซี่ส่วนบุคคลของประเทศจีน แนวๆ Grab หรือ Uber ที่เราคุ้นเคยนั่นละครับ ข้อดีคือรองรับภาษาอังกฤษ เราสามารถระบุจุดหมายปลายทางเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาจีนก็ได้ มีผู้ขับขี่ในระบบมากกว่า 31 ล้านคน จ่ายเงินผ่าน Alipay หรือ WeChat Pay ได้ (ผ่านบัตรเครดิตก็ได้) ค่าโดยสารชัดเจน ระบุตัวคนขับได้ชัดเจน ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกโกง และไม่ต้องห่วงเรื่องกำแพงภาษา เพราะหลังจากระบุจุดหมายปลายทางในแอปฯ แล้ว เราก็นั่งไปโดยสารสบายๆ ไปจนกว่าจะถึงจุดหมายได้เลย

ทริปเที่ยว “ฉางซา (Changsha)” เราใช้บริการ DiDi เกือบทั้งทริป (ยกเว้นตอนเดินเล่นในเมือง กับตอนนั่งรถไฟใต้ดิน) เป็นอีกหนึ่งแอปฯ ที่ต้องมีติดไว้ในทริปครับ


Metro China Subway แอปพลิเคชั่นสำหรับผู้ใช้บริการรถไฟใต้ดินของประเทศจีนครับ ครอบคลุมเส้นทางในหลายๆ เมืองของจีน ไม่ว่าจะเป็น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว เสินเจิ้น ฯลฯ ในแอปจะบอกถึงข้อมูล เส้นทาง ตารางเวลา และค่าโดยสารของแต่ละสถานี

แอปฯ นี้สามารถใช้งานแบบออฟไลน์ได้ด้วย ใครเป็นสายเที่ยวที่ชอบสำรวจเมือง (City Explorer) เราแนะนำให้มีไว้ครับ ช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นอีกเยอะเลย

นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชั่นน่าสนใจอีกหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น

  • แอปฯ Waygo ที่ช่วยแปลเมนูอาหารจีนเป็นภาษาอังกฤษ
  • แอปฯ BON App! ที่ช่วยแนะนำร้านอร่อย รวมถึงประมาณราคาอาหารให้ด้วย

วิธีการเดินทางเข้าเมือง “Changsha (ฉางซา)”

เราสองคนเดินทางเข้าเมืองฉางซา (Changsha) ด้วยรถบัส Airport Bus แบบต่อเดียวไม่ต้องลากกระเป๋าให้เหนื่อย โดยเราเดินลงไปชั้น 1 เพื่อซื้อตั๋วรถบัสที่เคาน์เตอร์ Airport Bus Ticketing จะมีเจ้าหน้าที่ขายตั๋ว และอธิบายรถบัสเข้าเมืองสายต่างๆ จำเป็นต้องใช้ Passport ในการซื้อตั๋วรถบัสนะครับ

เนื่องจากเราสองคนจะไปลงแถวสถานีรถไฟ Changsha Railway Station จึงเลือกรถบัสสาย A2 ค่ารถคนละ 25 หยวน จุดจอดรถบัส คือ หน้าโรงแรมที่ Shanshui Trends Hotel ใกล้กับสถานีรถไฟ Changsha Train Station และ West Bus Station พอได้ตั๋วรถบัสแล้วเดินออกมาขึ้นรถที่จอดอยู่ด้านหน้า โดยเราจะเลือกที่นั่งว่างที่ไหนก็ได้และต้องคาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งรถบัสจะรับผู้โดยสารจาก Terminal 2 แล้วไปรับต่อที่ Terminal 1 ใช้เวลาเดินทางเข้าฉางซาประมาณ 50 นาทีครับ

แนะนำที่พักใน “Changsha (ฉางซา)

Liufang Mansion (Changsha Wuyi Square Railway Station Subway Station) (ได้ 9.8/10 คะแนน)
ที่ตั้งทำเลดี ใกล้รถไฟใต้ดินสถานี Railway Station Metro Station จะเที่ยวในเมืองก็ง่าย และใกล้ Changsha Railway Station ประมาณ 500 เมตร ซึ่งสถานีรถไฟของฉางซาถือว่าเป็นศูนย์กลาง สะดวกในการเดินทางข้ามไปเมืองต่างๆ มีครบทั้งรถไฟธรรมดา และรถไฟความเร็วสูง

Liufang Mansion ที่พักราคาน่ารักประมาณพันต้นๆ ห้องกว้างแบ่งพื้นที่ได้ดี ข้างโรงแรมมีอาหารขายเยอะครับ เราจองที่พักผ่าน Trip.com เพราะเป็นระบบการจองโรงแรม รถไฟที่ได้รับความนิยม เชื่อถือได้ มีที่พักให้เลือกเยอะ ราคาดี และใช้งานสะดวกมากกว่าครับ

วิธีการเดินทางไป Liufang Mansion :
เรานั่งรถบัสสาย A2 จากสนามบินมาลงรถที่หน้าโรงแรม Shanshui Trends Hotel แล้วต่อรถแท็กซี่ราคาประมาณ 10 CNY ไปลงหน้าโรงแรม Changsha Liufang Mansion ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฉางซาครับ

สนใจจองที่พัก Liufang Mansion คลิกที่นี่

รวมที่เที่ยวแนะนำในตัวเมือง “ฉางซา (Changsha)”

แม้ว่า “ฉางซา (Changsha)” จะทำหน้าที่เป็นประตูสู่ที่เที่ยวมากมายในมณฑล “หูหนาน” แต่ในตัวเมือง “ฉางซา (Changsha)” ก็มีที่เที่ยวน่าสนใจมากมายไม่แพ้มหานครชั้นนำหลายๆ แห่ง ทั้งห้างสรรพสินค้า สวนสนุก พิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ ที่เที่ยวทางธรรมชาติ สถานที่ทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ

สำหรับคนที่มีเวลาน้อย เราขอแนะนำ 4 พิกัดเด็ดๆ ที่ได้ทั้งรูป ทั้งเรื่องราว สไตล์ “Changsha Only” เที่ยวจบได้ในเวลา 2 วัน 1 คืน ดังนี้ครับ

Meixihu International Culture & Art Center
(梅溪湖国际文化艺术中心)

นี่คือศูนย์วัฒนธรรมและศิลปะนานาชาติ “เหมยซีหู่” เป็นศูนย์วัฒนธรรมและศิลปะนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลหูหนาน โดดเด่นด้วยอาคารสถาปัตยกรรมสุดล้ำโมเดิร์นเหมือนมาจากโลกในอนาคต ดีไซน์ด้วยเส้นโค้งที่ปูด้วยกระเบื้องสีขาวดูเหมือนริบบิ้นเกลียวคลื่นทั้งภายในและภายนอก ออกแบบโดยบริษัทสถาปนิก Zaha Hadid Architects ของอังกฤษ นี่คือหนึ่งพิกัดจุดเช็คอินที่สายฮิปเตอร์ต้องชอบ คนรักการถ่ายรูปต้องเลิฟ

Neo-futurist style เป็นสถาปัตยกรรมที่ใช้ในการออกแบบอาคารสะท้อนความเป็นโลกอนาคต อาคารทรงคล้ายริบบิ้นที่ม้วนตัวเป็นคลื่น ล้อไปกับทางเดินเท้าภายในอาคารราวกับถูกถักทอไปทั่วอาคาร เสียดายวันที่เราไปมีการจัดงานเปิดตัวสินค้า เราจึงได้แต่เดินถ่ายรูปเล่นอยู่แค่ด้านนอกไม่สามารถเข้าไปเก็บภาพสวยๆ ด้านในอาคารมาฝากทุกคนได้ครับ

การเดินทาง : ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย 2 มาลงที่สถานี Culture & Arts Center แล้วเดินออกที่ทางออกหมายเลข 4 จากนั้นให้เดินต่ออีกราวๆ 400 เมตร ใครไม่เดินตากแดดร้อนๆ แนะนำให้เดินเข้าห้างฯ แล้วไปทะลุออกใกล้ๆ ทางออกอีกฝั่งได้เลย

Changsha Time-space Cube Exhibition Hall
(長沙時空魔方展館)

นิทรรศการแสงสีเสียงที่มีลูกเล่นที่ตื่นตาตื่นใจสุดๆ เลยครับ อย่างกับหลุดไปอีกโลกนึง แต่ละห้องนี่สวยจึ้ง มีนั่นนี่ให้ว๊าวตลอด ถ่ายรูปสนุก แค่ใช้มือถือถ่ายก็ยังสวย!! เราสองคนเคยไปดู teamLab Forest ที่ “เมืองฟุกุโอกะ (ประเทศญี่ปุ่น)” และ TeamLab Super Nature ที่ “มาเก๊า” มาแล้ว บอกเลยว่า Time-space Cube Exhibition Hall ที่ “ฉางซา (Changsha)” ก็จัดว่าดูดีใช้ได้เลย!!

ตัว Exhibition จัดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้า 1662 ชั้น 3 พื้นที่จัดแสดงอาจไม่กว้างมาก แต่เค้าบริหารพื้นที่ได้ดี มีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ กระจายอยู่เต็มพื้นที่ไปหมด ด้านในจะแบ่งเป็นห้องๆ ฟีลเดียวเหมือนอยู่ใน Teamlab แต่ละห้องก็สวยไม่แพ้กันเลยครับ ห้องไฮไลต์จะเป็นห้องกระจกระย้าจากเพดานลงสู่พื้น, ห้องภาพ 3 มิติ, ห้อง Spiderman, ห้องลูกบอล และยังมีฉากต่างๆ ที่ทำให้เราถ่ายรูปสนุกไปกับบรรยากาศ ถ่ายรูปออกมาสวยจริง แถมแต่ละห้องจะมีป้ายบอกวิธีการโพสต์ท่าให้สวยด้วย ใช้เวลาถ่ายรูปเล่นในนี้สัก 1-2 ชั่วโมงก็ได้รูปรัวๆ แล้วครับ

การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่ Nanmenkou Station (สถานีหนานเหมินโข่ว) Exit 1 พอขึ้นมาด้านบน ตัวห้างฯ จะอยู่หน้าทางออกสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเลยครับ

ค่าเข้าคนละ : 40 หยวน/คน (ประมาณ 200 บาท)

Hunan Provincial Museum
(湖南博物院)

พิพิธภัณฑ์แห่งมณฑล “หูหนาน” ที่นี่เก็บรวบรวมประวัติศาสตร์ของมณฑลหูหนานที่มียาวนานเป็นพันปี จัดแสดงผ่านเทคโนโลยีสุดทันสมัย ไฮไลท์คือ “มัมมี่ซินจุย” มัมมี่เพศหญิง อายุราวๆ 2,100 ปี ซึ่งเป็นมัมมี่ศพแรกที่พบในประเทศจีน และถือเป็นมัมมี่ที่สภาพสมบูรณ์ที่สุดในโลก!!

เครดิตภาพ : trip.com

อ่านเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับ “มัมมี่ซินจุย” ได้ ที่นี่

เครดิตภาพ : www.catdumb.com

Orange Island Park
(橘子洲)

เกาะกลางแม่น้ำเซียง บรรยากาศร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้และสวนสวย โดดเด่นด้วยรูปสลักหินใบหน้าท่านประธาน “เหมา เจ๋อตง” ในวัยหนุ่ม ชาวเมือง “ฉางซา (Changsha)” นิยมมาปั่นจักรยาน ออกกำลังกายและเดินเล่นชมบรรยากาศ

เครดิตภาพ : trip.com
เครดิตภาพ : trip.com

รวมที่เที่ยวแนะนำในมณฑล “หูหนาน (Hunan)”

เป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ที่นักท่องเที่ยวมากมายจากทั่วโลกมุ่งหน้ามาเพื่อชมความงามของสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรมในมณฑล “หูหนาน (Hunan)” ไม่ว่าจะเป็น อุทยานจางเจียเจี้ย อุทยานเทียนเหมินซาน เมืองโบราณเฟิ่งหวง ฯลฯ

สำหรับต้นและปูเป้ ทริปนี้ทริปแรกที่เราได้มาเยือนมณฑลแห่งนี้ เราเลยแพลนว่าจะเก็บที่เที่ยวให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ในเวลาที่จำกัด) มาดูกันครับว่าใน 6 วัน เราสองคนจะเก็บพิกัดเที่ยวในมณฑล “หูหนาน (Hunan)” ได้ทั้งหมดกี่พิกัด!!

หมายเหตุ : สำหรับคนที่อยากมาเที่ยวมณฑล “หูหนาน (Hunan)” ด้วยตัวเอง เราแนะนำให้เผื่อเวลาเที่ยวไว้สัก 7-8 วัน เพื่อจะได้มีเวลาอิ่มเอมกับที่เที่ยวสุดตระการตามากมายในเมือง “ฉางซา (Changsha)” และ “มณฑลหูหนาน” ครับผม!!

อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie National Forest Park)
張家界國家森林公園

อุทยานแห่งชาติระดับ AAAAA (5A) ของจีน ที่เลื่องชื่อในความมหัศจรรย์ อลังการ มาอย่างยาวนาน!! ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นมรดกโลกด้านอุทยานธรณี (Global Geopark) โดดเด่นด้วยวิวภูเขาหินทรายควอทซ์ซึ่งก่อตัวขึ้นราว 400 ล้านปีก่อน ถูกกัดเซาะด้วยลม ฝน และแม่น้ำที่ไหลผ่านหุบเขามานานหลายร้อยล้านปี จนกลายเป็นหมู่ภูเขารูปแท่งทรงผอมสูงตะหง่านเสียดฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยป่าสนมากกว่า 3,000 แท่ง สวยงามแปลกตา อลังการ จนบันดาลใจให้ “เจมส์ แคเมรอน (James Cameron)” ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง นำทัศนียภาพของ “จางเจียเจี้ย” ไปเป็นต้นแบบหุบเขาบนดาว “แพนดอร่า (Pandora)” ในหนังเรื่อง AVATAR ภาคแรกใน 2009 เลยละครับ!!

เนื่องจาก “จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie)” อยู่ในพื้นที่ของ “อุทยานแห่งชาติอู่หลิงหยวน (Wulingyuan Scenic Area)” ซึ่งครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ หลายแห่งใน “มณฑลหูหนาน” ไม่ว่าจะเป็น

  • อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie National Forest Park)
  • ถ้ำมังกรเหลือง (Yellow Dragon Cave)
  • ประตูสวรรค์เทียนเหมินซาน (Tianmen Mountain National Park)

หากต้องการเที่ยวให้ครบทั้ง 3 ไฮไลต์ (แบบรวบรัด) เราแนะนำให้เผื่อเวลาเอาไว้สัก 3 วัน 2 คืน เป็นอย่างน้อย แต่ใครเป็นสายเที่ยวธรรมชาติ และอยากดื่มด่ำกับ 3 ไฮไลต์นี้แบบเต็มอิ่ม เราแนะนำว่าควรจะมีเวลาสัก 5 วัน 4 คืน ครับผม

ประตูสวรรค์เทียนเหมินซาน (Tianmen Mountain National Park)
天门山

นอกจากอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ยแล้วจางเจียเจี้ยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจ ก็คือ ประตูสวรรค์เทียนเหมินซาน Tianmen Mountain National Park (天门山)  หนึ่งในมรดกโลกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศจีน  เป็น 1 ใน 4 ของภูเขาที่สวยที่สุดในจีน ประตูสวรรค์ มีโพรงถ้ำสูงใหญ่ที่เกิดเองตามธรรมชาติเกิดระเบิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ จนกลายเป็นถ้ำหรือประตูสวรรค์ ประตูนี้มีความสูง 131.5 เมตร ความกว้าง 57 เมตร ความลึก 60 เมตร เมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไปเลยเหมือนเป็นจุดเชื่อมต่อของประตูสวรรค์ และโลกมนุษย์ ถ้าได้ไปบริเวณนั้นจะทำให้เราได้รับพลังดี ๆ ความโชคดีกลับไป

นอกจากความตระการตาของประตูสวรรค์แล้ว การได้นั่งกระเช้าขึ้นยอดเขา “เทียนเหมินซาน (Tianzi Mountain)” ที่ยาวกว่า 7,455 เมตร ค่อยๆ เคลื่อนออกจากวิวเมือง ทะลุผ่านชั้นเมฆ ผ่านยอดเขาลูกแล้วลูกเล่า คือประสบการณ์พิเศษสุดๆ เรียกว่าสูงจน “สวรรค์อยู่ใกล้แค่เอื้อม” ก็คงไม่ผิด 5555 ถ้าทำความดีเยอะๆ คงมีกระเช้าพาขึ้นสวรรค์แบบนี้แหล่ะ

และเมื่อขึ้นมาถึงด้านบนยอดเขา “เทียนเหมินซาน (Tianzi Mountain)” แล้ว เราแนะนำให้เดินเที่ยวชมธรรมชาติบนยอดเขาด้วยนะครับ เค้ามี 3 เส้นทางให้เลือกเดิน ทั้ง Central Line, East Line และ West Line (ระยะทางและทิวทัศน์ก็จะต่างกันไป) ใครฟิตจัดแนะนำ West Line เลยครับ เป็นเส้นทางเดินเลียบหน้าผา ที่มีทั้ง พื้นกระจก (Glass Skywalk), สะพานแขวน (Suspension Bridge) ฯลฯ โดยมีปลายทางเป็น “วัดเทียนเหมินซาน” การได้มองวิวขุนเขาที่สลับซับซ้อนจากด้านบนยอดเขา “เทียนเหมินซาน (Tianzi Mountain)” เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าจดจำไม่รู้ลืมครับ

เมืองโบราณฟู่หรง (Furong Ancient Town)
芙蓉古镇

“ฟู่หรง หรือ ฟู่หรงเจิ้น (Furong Zhen)” หนึ่งในหมู่บ้านโบราณอันมีชื่อเสียงในมณฑล “หูหนาน (Hunan)” จุดเด่นคือเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนหน้าผา เหนือน้ำตกใหญ่ที่ไหลลงสู่แม่น้ำด้วยความสูง 60 เมตร แผ่ขยายเป็นม่านน้ำสีขาวกว้าง 40 เมตร ล้อมรอบไปด้วยหมู่ต้นไม้เขียวขจี

เมืองนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 4A ของจีน ด้วยความงามของเมืองโบราณริมน้ำตกที่มีแม่น้ำไหลผ่าน เสน่ห์ของบ้านเรือนและทัศนียภาพอันงดงาม ทำให้ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้านอุทยานธรณีโลก Global Geopark ที่ควรค่าจนต้องไปเห็นด้วยตาตนเองสักครั้งในชีวิต

อ่านรีวิวแนะนำ “เมืองโบราณฟู่หรง” ได้ที่นี่ เสน่ห์ “ฟู่หรง” เมืองโบราณริมน้ำตก แห่งหูหนาน (Furong Ancient Town, Hunan)

เมืองโบราณเฟิ่งหวง (Fenghuang Acient Town)
凤凰古城

เฟิ่งหวง (Fenghuang) เมืองโบราณกลางหุบเขาอายุร้อยปี มีจุดเด่นอยู่ที่แม่น้ำสายใหญ่และบ้านเรือนสไตล์โบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเหมือนเก่าก่อน เมืองนี้ได้รับฉายาว่า “นกยูงเพลิง” หรือ “นกฟินิกซ์” ความตระการตา และภาพของวิถีชีวิตชาวจีนโบราณที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาโดยมีแม่น้ำไหลผ่าน วิวของเมืองเก่า สะพานโบราณ และผู้คนกลางสายน้ำ มันชิลล์ นั่งมองเพลินได้ทั้งวัน แล้วยิ่งช่วงพลบค่ำที่เมืองเปิดไฟ การแสดงแสง สี เสียง และการประดับไฟเมืองที่ทางรัฐบาลทำเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวฯ มันช่างยิ่งใหญ่ และตระการตามาก

อ่านรีวิวแนะนำ “เมืองโบราณเฟิ่งหวง” ได้ที่นี่ เมืองโบราณ “เฟิ่งหวง” เมืองแห่งสะพานและวิถีชีวิตริมสายน้ำ (Fenghuang Acient Town, Hunan)

จากเมืองที่สวยมีเสน่ห์อยู่แล้วในช่วงกลางวัน กลับกลายเป็นมีสีสันมีชีวิตชีวาพรั่งพราวด้วยแสงสีเสียง ต้นไม้ทุกต้น ระเบียงทางเดิน ขอบสะพาน ประตูบ้าน หลังคาบ้านถูกประดับไปด้วยไฟ หากสีสัน และยังมีม่านน้ำตก มีการแสดงโชว์กลางน้ำ และการเล่นไฟ ทำให้เฟิ่งหวงสว่างไสวลุกโชนราวกับนกฟีนิกซ์เลยทีเดียว

ด้วยเวลาที่จำกัดกับสภาพฟ้าฝนที่ไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่ เราสองคนเลยเก็บพิกัดเที่ยวมาได้เท่าที่รีวิวให้ฟัง เมือง “ฉางซา (Changsha)” และมณฑล “หูหนาน (Hunan)” ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่เรายังเก็บไม่ครบในรอบนี้ แอบหวังเอาไว้ว่ารอบหน้าจะมีโอกาสมาเก็บที่เที่ยวใหม่ๆ ไปฝากทุกคนครับผม

ทำงานให้เป็นต้องรู้จักเที่ยว นะคร๊าบบบ!!!!