ดูบันทึกอัตโนมัติ

นาทีนี้เชื่อว่า “เกาสง (Kaohsiung)” กลายเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ถูกค้นหามากที่สุดในไต้หวัน เพราะ “เกาสง” ถือเป็นพี่ใหญ่แห่งแดนใต้ เป็นเมืองท่าสำคัญของประเทศที่รวมความต่างให้อยู่ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับ 2 (รองจาก Taichung) มีอากาศดี วิวงาม ภูมิประเทศสวย และการคมนาคมดีเยี่ยม!! เพราะมี KMRT (รถไฟฟ้าใต้ดินเกาสง) ของตัวเอง

บทความนี้เราจะพาทุกคนไปตะลุย “เกาสง (Kaohsiung)” แบบเจาะลึก ไปเที่ยว ไปกิน ไปรีวิวที่พัก กับหลายพิกัดเฟี้ยวๆ ที่ทัวร์ไม่ (ค่อย) จะพาไป ตามเราสองคนมาเลยครับ!! 

รู้จักเกาสง (Kaohsiung) กันสักหน่อย

เมือง Kaohsiung หรือ เกาสยง (เกาสะหยงออกเสียงยากนิดหน่อย คนไทยเรามักเรียกเอาสะดวกว่า “เกาสง” มีฐานะเป็น County หรือ มณฑล (คล้ายๆ กับจังหวัดในประเทศไทย) ตั้งทางภาคใต้ของเกาะไต้หวัน มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับ 2 (รองจาก Taichung) เป็นเมืองท่าที่สำคัญของไต้หวัน เศรษฐกิจดี การคมนาคมดี วิวดี ภูมิประเทศสวย ผู้คนน่ารัก สามารถเดินทางมาจากไทเปด้วย THSR (รถไฟความเร็วสูง) ใช้เวลาไม่ถึง 2 ชม. ก็ถึงแล้ว

รีวิวท่องเที่ยวไต้หวันอื่นๆ :

บินตรงสู่ “เกาสง (Kaohsiung)” กับแอร์เอเชีย (AirAsia)

ทริปนี้ต้นกับปูเป้บินตรงจาก กรุงเทพฯ ดอนเมือง (DMK) สู่เกาสง (KHH) ลงที่สนามบินนานาชาติเกาสง (Kaohsiung Internation Airport) เมืองสุดฮิปทางตอนใต้ของเกาะไต้หวัน ด้วยสายการบิน “แอร์เอเชีย (AirAsia)” ครับผม ซึ่งทาง “แอร์เอเชีย” เปิดรูธเส้นทางใหม่บินตรงลงเกาสง ใช้เวลาเดินทางแค่ประมาณ 3.45 ชั่วโมง ให้บริการจำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ อาทิตย์) พร้อมเปิดเที่ยวบินแรกตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2024 เป็นต้นไป

สำหรับ “แอร์เอเชีย (AirAsia)” แม้จะเป็น Low-cost airlines แต่เป็นสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก 14 ปี ซ้อน ตารางบินดี เซฟเวลาเที่ยวได้มาก ที่สำคัญคือ “ตรงเวลา” ดีสุดๆ จะบินใกล้หรือไกลเราสองคนก็ยังรักแอร์เอเชียเสมอครับ

รายละเอียดตารางบิน : กรุงเทพฯ ดอนเมือง (DMK) – เกาสง (KHH)

  • ไฟลท์ขาไป (FD 234) : 09:40 (DMK) – 14:25 (KHH)
  • ไฟลท์ขากลับ (FD 235) : 14:55 (KHH) – 17:30 (DMK)
  • แอร์เอเชียให้บริการ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ บินทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์ เริ่มบิน 2 ก.พ.2024 เป็นต้นไป
  • โดยรวมแล้ว เราว่าเวลาบินดี ไฟล์ทไม่เช้าเกินไปถึงเกาสงช่วงบ่ายๆ แวะไปเช็คอินโรงแรม แล้วพักสักแป๊ปจะได้ไม่เหนื่อยเกินไป จากนั้นแวะไปเที่ยวตลาดกลางคืน หรือวัดโคมไฟสีแดง Sanfeng Temple ต่อได้เลย สำหรับวันขากลับ ช่วงเช้ามีเวลาเที่ยวอีกแป๊ปนึงก่อนไปสนามบิน

เวลาจองตั๋ว แนะนำให้เลือก “Value pack (แพ็คสุดคุ้ม)” ให้ครบ คุณจะได้ทั้ง

  • น้ำหนักโหลดกระเป๋า 20 กก.
  • เลือกที่นั่งติดกัน
  • มีอาหารร้อนๆ ขนม เครื่องดื่มเสิร์ฟระหว่างบิน (อร่อยด้วย) เช่น ผัดไทยกุ้งโตๆ และชานมไข่มุกบุก

เช็คตารางบินและจองเลยที่ : www.airasia.com

ต้อนรับปีมังกรกับ 4 เมนูใหม่จากแอร์เอเชีย!
พร้อมให้บริการบนเครื่องทั้งไทยแอร์เอเชีย (รหัส FD) และไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ (รหัส XJ) ตลอดเดือน มกราคม – มีนาคม 2024 นี้ อาหารอร่อยๆ ยิ่งทำให้การนั่งเครื่องบินฟินน์ขึ้นอีก ต้องไปลองเมนูใหม่นะ

  • บะหมี่หมาล่าหม้อไฟ รสชาติจัดจ้าน อร่อยกลมกล่อม
  • ชายูซุเลมอน ดื่มแล้วสดชื่นมาก เลิฟเลย
  • พุดดิ้งชาไทย อร่อยถูกใจเลย
  • พุดดิ้งชาไต้หวัน เนื้อเด้งดึ้งพร้อมไข่มุกบุก

การคมนาคมขนส่งใน “เกาสง” (Kaohsiung)

การคมนาคมขนส่งใน “เกาสง นั้นนับว่าสะดวกมาก จะทางบกทางน้ำ ทางอากาศ ทางรถไฟ ล้วนมีระบบรองรับอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น

  • ท่าอากาศยานนานาชาติเกาสง (KHH) : “แอร์เอเชีย” มีบินตรงจากกรุงเทพฯ ดอนเมือง – เกาสง เริ่มบินวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2024 เป็นต้นไป จองเลยได้ที่ : www.airasia.com
  • รถไฟใต้ดินเกาสง (KMRT) : มีเส้นทางรวม 3 สาย คือ สายสีแดง (Red Line) และสายสีส้ม (Orange Line) รวมถึงมีระบบรถไฟฟ้ารางเบา LRT สายสีเขียว วิ่งบนถนนได้เปิดครบทุกสถานีแล้ว
  • สถานีรถไฟความเร็วสูงไต้หวัน (THSR) : ที่เกาสงขึ้นที่สถานี THSR Zuoying Station ออกเสียงว่า “จั่วอิง”
  • รถแท็กซี่ และ Uber : ราคาเริ่มต้น 85 NTD เราสองคนชอบ Uber เพราะไม่ต้องกลัวสื่อสารไม่รู้เรื่อง โลเคชั่นปักหมุดตรงแม่นยำ รถใหม่สะอาด นั่งสบายครับ
  • รถไฟธรรมดา (TRA) : มีเส้นทางครอบคลุมทั้งเกาะไต้หวัน สามารถจองออนไลน์ล่วงหน้าได้ 14 วัน
  • รถบัส : ครอบคลุมการเดินทางไปยังเมืองต่างๆ ของไต้หวัน ไปเมืองผิงตง (Pingtung) ก็น่าเที่ยวนะ
  • รถจักรยาน U bike : เช่าปั่นเที่ยวเที่ยวได้เลย
  • บริการรถเช่าพร้อมคนขับ : สนใจใช้บริการจาก Klook ในราคาพิเศษ คลิกที่นี่
  • บริการรถเช่าขับเอง : สนใจใช้บริการจาก Klook ในราคาพิเศษ คลิกที่นี่
  • ท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ

การเดินทางท่องเที่ยวใน “เกาสง” จึงสะดวกสบาย สถานที่ท่องเที่ยวแทบทุกแห่งสามารถเข้าถึงได้โดยระบบขนส่งมวลชน อีกทั้งยังมีป้ายบอกทางซึ่งมีภาษาอังกฤษกำกับไว้ด้วย จึงสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวสายตะลุยอย่างเรามากครับ

การเดินทางเข้าเมืองเกาสงทำไงดี?

จากท่าอากาศยานนานาชาติ (Kaohsiung International Airport ) จะเดินทางเข้าตัวเมืองเกาสง (Kaohsiung) ก็ง่ายและสะดวกมากกับนักท่องเที่ยว ที่สนามบินเกาสงจะเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟใต้ดิน (KMRT) สถานี Kaohsiung Inter Airport (สายสีแดง R4) จะเข้าเมืองเกาสง, ไปสถานีรถไฟความเร็วสูง THSR (สายสีแดงลงสถานี R16) หรือสถานีรถไฟ TRA (สายสีแดงลงสถานี R11) ก็ง่ายมาก ดังนั้นแนะนำให้เลือกโรงแรม หรือที่พักตามเส้นรถไฟฟ้าสายสีแดงจะทำให้เดินทางไป-กลับสนามบินสะดวกครับ

การเดินทางในไต้หวันด้วยรถไฟความเร็วสูงไต้หวัน (THSR)

รถไฟความเร็วสูงไต้หวัน (THSR) จะฟีลเหมือนรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็น (Shinkansen) ของประเทศญี่ปุ่นเลยครับ เดินทางสะดวกรวดเร็ว ตรงเวลา มีที่นั่งระบุ วิธีการจองง่าย สามารถซื้ออาหารมาทานในรถไฟได้เลย จากเมืองเกาสง (Kaohsiung) ขึ้นที่สถานี THSR Zuoying Station ออกเสียงว่า “จั่วอิง” จะไปเที่ยวเมืองอื่นๆ ของไต้หวันก็แป๊ปเดียวได้ เช่น ไถหนาน (Tainan), เจียอี้ (Chiayi), ชางฮัว (Changhua), ไถจง (Taichung) หรือไทเป (Taipei) ก็ได้ครับ

สำหรับ ตั๋วรถไฟความเร็วสูง (THSR) แนะนำให้ซื้อล่วงหน้านะครับ (เพราะที่นั่งเต็มไวมาก) หลังจากซื้อแล้วเราจะได้รับเวาเชอร์ที่มีรหัส redeem code สามารถเข้าไปจองวันเดินทาง เลือกที่นั่งในเว็บไซต์ของรถไฟความเร็วสูงไต้หวัน (THSR) โดยตรงได้เลย ในวันเดินทางให้ไปรับตั๋วจริงที่หน้าเคาน์เตอร์สถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงได้เลย ทำให้ประหยัดเวลา ได้นั่งสบายตลอดการเดินทาง แถมราคาดีกว่าซื้อที่หน้าเคาน์เตอร์ด้วยครับ

  • สนใจซื้อ บัตรรถไฟความเร็วสูงไต้หวัน (THSR) [ลด 20%] ในราคาพิเศษ คลิกที่นี่
  • สนใจซื้อ บัตร Taiwan PASS [ออกใหม่ล่าสุดปี 2024] ในราคาพิเศษ คลิกที่นี่

รู้สภาพอากาศ ก่อนเที่ยว “เกาสง (Kaohsiung)”

เกาะไต้หวันนั้นเป็นเกาะที่มีมรสุมเข้าตลอดเวลา ตอนเหนืออากาศเย็นสบาย แต่มักมีฝนหลงฤดูและอากาศแปรปรวน ส่วนตอนใต้นั้นอบอุ่น อากาศปลอดโปร่ง และไม่ค่อยมีฝนหลงฤดู ใครมาเที่ยว “ไทเป (Taipei)” ซึ่งอยู่ภาคเหนือ จึงมักเจออากาศแปรปรวน จนต้องพกร่มติดตัวอยู่เป็นประจำ

ส่วน “เกาสง (Kaohsiung)” นั้นอยู่ภาคใต้ แม้อากาศจะอบอุ่นกว่า แต่ก็เที่ยวง่าย ไม่ต้องกลัวเรื่องความแปรปรวนของฟ้าฝน อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ราวๆ 32-35 องศาเซลเซียส

  • ธันวาคม – กุมภาพันธ์ : อากาศเย็นสบาย เป็นช่วงที่น่าเที่ยวที่สุด
  • มีนาคม – พฤษภาคม : อากาศไม่เย็น ไม่ร้อนเกินไป เที่ยวได้สบายๆ
  • มิถุนายน – สิงหาคม : เป็นฤดูร้อน ใครไม่ชินกับความร้อนชื้น แนะนำให้เลี่ยงการมาเที่ยวช่วงนี้ครับ
  • กันยายน – พฤศจิกายน : เป็นฤดูฝน อากาศสบายๆ จะมีฝนตกสลับแดดออก เที่ยวลำบากนิดๆ ครับ

หมายเหตุ : ช่วงเดือน สิงหาคม – กันยายน จะเป็นช่วงที่ฝนตกชุกที่สุดของ “เกาสง (Kaohsiung)” ถ้าจะมาเที่ยวช่วงนี้ แนะนำให้เตรียมร่มและเสื้อกันฝนมาด้วยนะ ^^

อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีของเมืองเกาสง (Kaohsiung)
ค่าเฉลี่ยความชื้นในอากาศตลอดปีของเมืองเกาสง (Kaohsiung)

จะเที่ยวไต้หวันมี 4G ซิมการ์ด แล้วหรือยัง?

ยุคนี้ถ้าเที่ยวต่างประเทศแบบไม่มีอินเตอร์เน็ต หลายคนคงขาดใจ ดังนั้นเราแนะนำให้ซื้อ Internet SIM มาจากเมืองไทย หรือไม่ก็เปิดใช้บริการ Data Roaming มาให้เรียบร้อย แต่ถ้าจะให้สะดวกกว่านั้น เราแนะนำให้มาซื้อ 4G ซิมการ์ดแบบ Unlimited ที่ไต้หวันเลยครับ  ข้อดีคือคุณจะได้ SIM Card ของไต้หวันแบบ Unlimited Data ความเร็วระดับ 4G พร้อมมีเบอร์ไต้หวันเอาไว้ติดต่อที่พักหรือสถานที่ต่างๆ ในท้องถิ่นเผื่อกรณีฉุกเฉินได้อีกด้วย

4G ซิมการ์ดแบบ Unlimited ใช้ในไต้หวัน โดย Chunghwa Telecom (รับที่สนามบินไต้หวัน)
อายุการใช้งาน : 3-15 วัน พร้อมเงินในซิมการ์ด 100 ดอลลาร์ไต้หวันสำหรับการโทรในและต่างประเทศ (คุ้มสุดๆ)
ขั้นตอนการรับ : ยื่นใบจองแล้วเจ้าหน้าที่จะจัดการเปลี่ยนซิมการ์ดให้ สัญญาณดี เร็ว ทะลุทะลวง ง่ายและสะดวกมากๆ!!

บัตร EasyCard ใบเดียวจบ ช่วยให้เที่ยวไต้หวันสะดวกขึ้น

  • บัตร EasyCard : พกบัตรใบเดียวจบเลย ใช้ง่ายแค่แตะสามารถใช้ซื้อของร้านสะดวกซื้อ รถไฟฟ้า รถเมล์ รถไฟ รถแท็กซี่ ใช้งานสะดวกมากในไต้หวัน ไม่ต้องกังวลเรื่องพกเงินสด หรือมีเหรียญให้หนักกระเป๋าเลยครับ
  • บัตร Kaohsiung Travel Pass : บัตรนี้จะรวมบัตรรถไฟใต้ดิน MRT Pass สถานที่ท่องเที่ยว เรือเฟอร์รี่ไปเกาะฉีจิ้น (Qijin) และกิจกรรมต่างๆ ในเกาสง

22 ที่เที่ยวห้ามพลาดในเกาสง ที่ทัวร์ไม่ (ค่อย) พาไป!!

เราว่าทุกคนคงรู้แหล่ะว่าเที่ยวกับทัวร์จะต่างกับเที่ยวด้วยตัวเอง ถ้าไปกับทัวร์เราจะได้เที่ยว Landmark สำคัญๆ ร้านอาหารสไตล์เหลา (โต๊ะจีน) ร้านของฝาก แล้วก็นอนโรงแรมใหญ่ๆ ผิดกับการไปเที่ยวเองที่เราจะได้เที่ยวเจาะลึกไปตามมุมเมืองต่างๆ ได้ใกล้ชิดวิถีชีวิตของผู้คนมากขึ้น จะเที่ยวแบบไหนมันก็ไม่ผิด แต่ถ้าเที่ยวแบบ “หนีงานไปเที่ยว” มันก็ต้อง Travel like a local สิจ๊ะ

พิกัดเที่ยวต่อไปนี้จะเป็นที่เที่ยวห้ามพลาดในเกาสง มีทั้งแบบทัวร์พาไป และแบบที่ยังไงๆ ทัวร์ก็คงไม่พาไปแน่ๆ 555555 ไปติดตามกันเลยครับ

1. วัดฝอกวงซัน (佛光山佛陀紀念館)

วัดนี้คือหนึ่งในแรงดึงดูดที่ทำให้เราอยากมาเที่ยวเกาสงเลยล่ะ “วัดฝอกวงซัน(Fo Guang Shan Buddha Memorial Center / 佛光山佛陀紀念館)” เป็นวัดพุทธขนาดใหญ่แห่งแรกในไต้หวันสร้างขึ้นราวปี 2008 และเปิดให้เข้าชมช่วงปลายปี 2011 มีพื้นที่ครอบคลุมภูเขาเกือบทั้งลูก!!

ไฮไลท์ของวัด คือ องค์พระประธานขนาดยักษ์พร้อม 8 เจดีย์ขนาดใหญ่ที่เรียงรายอยู่สองข้างทางมุ่งสู่องค์พระประธาน สวยงามอลังการแบบสุดๆ ภายในอาคารแบ่งเป็นหลายโซน ทั้งพิพิธภัณฑ์ทางพุทธศาสนาที่ใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ มีห้องโถงพระพุทธรูปทองคำ ห้องโถงพระหยก ห้องโถงพระโพธิสัตว์กวนอิม และยังเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระเขี้ยวของพระพุทธเจ้าอีกด้วย!!

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : No. 153, Xingtian Rd, Dashu District, Kaohsiung City, Taiwan 840
เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09:00-18:00 (ปิดทุกวันอังคาร)
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟความเร็วสูง THSR Zuoying Station, Exit 2 ต่อรถบัส E02 Hafo Express ลงที่ป้ายด้านหน้า Buddha Memorial Hall ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที หรือนั่งรถบัสสาย 8010 มาจากสถานี Fengshan Bus Station (KMRT Dadong Station) ใช้เวลาเดินทางประมาณ1 ชั่วโมง
พิกัด :  https://goo.gl/maps/28G89UqWXnD2

2. Pier-2 Art Center (ศูนย์ศิลปะท่าเรือ 2 / 駁二藝術特區)

ที่นี่เป็นย่านโกดังสินค้าร้างยุคเก่าริมน้ำ ปัจจุบันถูกพัฒนาใหม่ให้เป็นศูนย์รวมความ Arts เก๋ๆ เฟี้ยวๆ ทั้ง งาน Street Arts, ประติมากรรมลอยตัวห้องจัดแสดงโชว์สวนสาธารณะและร้านขายสินค้าดีไซน์ เป็นหนึ่งสถานที่รวมตัวของผู้คนในเกาสง ทั้งวัยรุ่นและรุ่นใหญ่ เหมาะมาเดินเล่นชิลล์ๆ ในช่วงบ่ายๆ บรรยากาศที่นี่ชิลล์มาก มุมถ่ายรูปก็เยอะ อิจฉาคนที่นี่จัง ที่บ้านเค้ามีพื้นที่แบบนี้เยอะมาก!!

มุมถ่ายรูปเก๋ๆ แบบนี้มีอยู่เยอะมากที่ Pier-2 Art Center ดูจากงานแต่ละชิ้นแล้ว เราว่าคนไต้หวันนี่ก็มีความอาร์ต มีความยียวนไม่แพ้ใครเลยทีเดียว ส่วนตัวเราว่าถูกจริตกับนักท่องเที่ยวไทยแน่นอน ต้นกับปูเป้ยังเดินเล่นถ่ายรูปเพลินจนค่ำเลย 5555

สำหรับใครที่ชอบงานอาร์ตเก๋ๆ หรือข้าวของเครื่องใช้ฟีลลิ่งแบบ MUJI เราแนะนำให้เข้าไป Book Center นะ ด้านในมีหนังสืออาร์ตๆ เก๋ๆ เยอะมาก ทั้งหนังสือถ่ายภาพ หนังสือแต่งบ้าน หนังสือรวมงานศิลป์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีสิ่งละอันพันละน้อยกับดีไซน์สวยๆ มายั่วตายั่วใจมากเลยล่ะ ระวังจะเสียทรัพย์นะ 5555

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : No. 1, Dayong Rd, Yancheng District, Kaohsiung City, Taiwan 803
การเดินทาง : ลงสถานี KMRT Sizihwan Station, Exit 2 เดินต่อประมาณ 10 นาที (900 เมตร) หรือลงสถานี KMRT Yangchengpu Station, Exit 1 เดินต่อประมาณ 6 นาที (450 เมตร)
Website :  http://pier-2.khcc.gov.tw/
พิกัด :  https://goo.gl/maps/5UW1msj4VtL2

3. Hamasen Railway Cultural Park (哈瑪星鐵道文化園區)

พื้นที่ Hangout ชุมทางรถไฟเก่าที่ถูกปรับปรุงให้มาเป็นสวนสาธารณะ Playground area เป็นสนามหญ้ากว้างๆ ให้คนเกาสงได้ใช้เวลาแบบคุณภาพ ทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว ที่เห็นก็มีเล่นว่าว, เล่นฟองสบู่ Bubble, เช่าจักรยานขี่, เตะฟุตบอล ฯลฯ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เราสองคนชอบ บรรยากาศชิลล์ดีจัง

ข้อมูลเพิ่มเติม

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 11:00–20:00 น.
การเดินทาง : ลงที่สถานี MRT Sizihwan Station แล้วเดินต่ออีก 1 นาที
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ruXf5jnNMMZtLk3o6

4. KW2, Kaohsiung Port Warehouse No.2

ที่นี่คือโกดังเก็บน้ำตาลเก่าตั้งแต่ยุคอาณานิคมที่ถูกนำมาฟื้นฟูเพื่อให้เป็นพื้นที่เชิงวัฒนธรรมจนกลายเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ให้ชาวเมืองได้ใช้ประโยชน์ ปัจจุบัน KW2 มีทั้งร้านอาหารท้องถิ่น คาเฟ่ ร้านขนม ร้านไอศกรีม ร้านขายงานคราฟท์-งานดีไซน์ รวมถึงเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการต่างๆ นอกจากนี้ยังมี Hostel ไว้บริการคนที่อยากมาพักผ่อนกับบรรยากาศชิลริมท่าเรือด้วย

ร้านแนะนำใน Warehouse No.2

  • ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นยาจีน ไข่ น้ำ
  • ขนมหวานสไตล์ไต้หวัน
  • ไอศกรีมไดโนเสาร์ พาน้องมาถ่ายรูปที่ท่าเรือด้วย คิ้วท์มากกกก!!

ข้อมูลเพิ่มเติม

เวลาทำการ : ทุกวันตั้งแต่เวลา 10:00–21:00 น. (วันศุกร์-วันเสาร์เปิดถึงเวลา 22:00 น.)
การเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้ารางเบา LRT มาลงที่สถานี Penglai Pier-2 (C13) แล้วเดินต่อ 5 นาที หรือลงที่สถานี MRT Sizihwan Station แล้วเดินต่อประมาณ 7 นาที
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nAkNLtasCGMQXxCQ7

5. Great Harbor Bridge

สะพานสีขาวสุดอาร์ตดีไซน์เก๋ไก๋ตั้งอยู่ติดกับศูนย์ศิลปะ Pier-2 Art Center (ศูนย์ศิลปะท่าเรือ 2) เชื่อมต่อกับ KW2 เข้าด้วยกัน สองฝั่งจะเป็นย่านช้อปปิ้ง เสื้อผ้า หมวก อาหาร คาเฟ่ และร้านอาหาร

โครงสร้างสะพาน Great Harbor Bridge มีความยาว 110 เมตร และมีความกว้างตั้งแต่ 5-11 เมตร สามารถรองรับคนได้ 550 คน เป็นสะพานหมุนแนวนอนแห่งแรกในไต้หวัน และยังเป็นสะพานหมุนข้ามท่าเรือที่ยาวที่สุดในเอเชีย ที่คนเดินเท้าข้ามไปมาและปั่นจักรยานได้ แกนกลางของสะพาน Great Harbor Bridge จะหมุนเปิด-ปิดได้ภายใน 3 นาที การแสดงหมุนสะพานจะมีขึ้นในเวลา 15.00 น. ทุกวันจันทร์-วันพฤหัสบดี และจะมีเพิ่มรอบ 19:00 น.ทุกคืนวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์

รูปแบบสถาปัตยกรรมและการออกแบบโครงสร้างสะพาน Great Harbor Bridge ต้องการสื่อถึงเปลือกหอยและโลมา สะพานโค้งสวยอย่างมีสไตล์ ตรงกลางของสะพานจะมีจุดชมวิวมองเห็นอ่าวเกาสง อาคาร Kaohsiung Music Center และท่าเรือเกาสง บรรยากาศชิลดีสุด แนะนำมาเดินเล่นช่วงเช้าหรือช่วงงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกดินจะโรแมนติกมาก

ข้อมูลเพิ่มเติม

เวลาทำการ : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้ารางเบา LRT มาลงที่สถานี Dayi Pier (C12) แล้วเดินต่อ 1 นาที
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/qQssfqhvzd3RpwC16

6. Kaohsiung Music Center (ศูนย์ดนตรีเกาสง)

แลนด์มาร์คใหม่ของเกาสงที่ต้องแวะมาถ่ายรูปกัน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Love River Bay และท่าเรือเกาสงประกอบด้วย Wave Tower, Coral Zone, Whale Bridge, Dolphin Walk และ Live Warehouse ออกแบบโดยทีมงานสถาปัตยกรรมสเปนและทีมไต้หวัน เป็นการออกตึกได้สวยงาม ทันสมัยล้ำยุคจนได้รางวัลเหรียญทองจาก The World Prix d’Excellence Awards ประจำปี 2021

อาคารหลัก Wave Tower มีความโดดเด่นด้วยการออกแบบเส้นสายเป็นคลื่นขนาดใหญ่ยักษ์สุดล้ำสมัย ดีไซน์สวยแปลกตา ต้องการสื่อถึงเกาสง เมืองท่าเรือหลักของไต้หวัน

รัฐบาลต้องการสร้างให้ “Kaohsiung Music Center (ศูนย์ดนตรีเกาสง)” เป็นสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมดนตรีสากล ดนตรีป๊อปทางตอนใต้ของไต้หวันทั้งการจัดแสดงดนตรี กิจกรรมดนตรี เทศกาลดนตรี เสวนาเชิญนักดนตรีในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนให้คนสนใจดนตรีมากขึ้นและสนับสนุนเครือข่ายภายในอุตสาหกรรม

ด้านในศูนย์ดนตรีเกาสงโอ่โถงกว้างขวางมาก Hi-Breeze Square ห้องโถงแสดงดนตรีกลางแจ้งสามารถจุคนได้ 8,000-10,000 คน ส่วนภายในฮอลล์จุคนได้มากถึง 4,000-6,000 คน ที่นี่จึงเป็น Hub ใหม่สำหรับความบันเทิงทางดนตรี แนะนำมาถ่ายรูปมุมนี้ช่วงเย็นจะสวย หรือเดินไปอีกนิดก็จะเป็น Glory Pier อีกจุดที่ถ่ายรูปสวยครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10:00–22:00 น. (ปิดวันจันทร์)
การเดินทาง : นั่งรถรางเบา LRT มาลงที่สถานี Love Pier (C11) แล้วเดินต่อ 2 นาที
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ckSDywNWCNZPdvKCA

7. Lotus Pond (สระบัวเหลียนฉือถัน หรือสระบัวจั่วอิง / 蓮池潭)

สระบัวแห่งนี้ชื่อว่า “สระบัวเหลียนฉือถัน (Lianchihtan Lotus Pond)” แต่บางคนก็เรียกว่า “สระบัวจั่งอิง (Zuoying Lotus Pond)” เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่โอบล้อมด้วยหมู่ตึกระฟ้าของย่านธุรกิจกลาง “เมืองเกาสง (Kaohsiung)”

จุดเด่นคือวิวสวย อากาศดี มีสถานที่น่าสนใจทั้งเจดีย์ ศาลา ตลาดและสวนสาธารณะ กระจายตัวอยู่รอบด้าน ผู้คนมักมาเดินเล่นชมวิว หรือออกกำลังกาย ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น นอกจากนี้ผู้คนยังนิยมมาสักการะเจดีย์มังกรเสือ ศาลาฤดูใบไม้ผลิ และวัดจั่วอิ๋งหยวนตี้ (ที่มีรูปปั้นตั่วเหล่าเอี้ยขนาดใหญ่อยู่กลางน้ำ)

ที่นี่เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คยอดนิยมของ “เมืองเกาสง (Kaohsiung)” ที่คุณจะมาเที่ยวเพื่อไหว้พระขอพรก็ได้ มาเดินเล่นออกกำลังกายก็ได้ หรือถ้าจะมาถ่ายรูป ก็มีมุมสวยๆ ให้เก็บภาพได้ตั้งแต่เช้า-เย็น

การเดินทาง

ที่นี่มาไม่ยากครับ จะนั่งรถประจำทางมาก็ได้ (มีหลายสาย ผ่านสระบัวแห่งนี้) หรือจะนั่งรถไฟสายสีแดง (ซึ่งวิ่งเลียบั่งตะวันออกของสระ) มาลง “สถานีสั่วหยิง” หรือ “สถานี Ecological District” ก็ได้ แล้วเดินต่อมาอีกสักนิด ก็ถึงสระแล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ สระบัวเหลียนฉือถัน

เจดีย์มังกรเสือ วัดฉือจี้ (Dragon Tiger Pagodas Ciji Temple)

เจดีย์มังกร-เสือ วัดฉือจี้ (Dragon Tiger Pagodas Ciji Temple) หรือเรียกตามชื่อจีนว่า เจดีย์หลงหู (Longhu Pagodas, 龍虎塔) เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของเกาสง ตั้งอยู่ด้านหน้าของวัดฉือจี้ (Ciji Temple) ลักษณะเป็นเจดีย์สูง 7 ชั้น 2 องค์ ตั้งอยู่คู่กัน ตรงทางเข้าเจดีย์แต่ละองค์จะมีรูปปั้นเสือและมังกรอ้าปาก ให้เราเดินลอดเข้าไปด้านใน มีความเชื่อว่าถ้าได้มาแล้วจะเปลี่ยนโชคร้ายให้กลายเป็นโชคดี

เชื่อกันว่าถ้า เดินเข้าทางปากมังกรแล้วออกทางปากเสือ จะเป็นการขจัดปัดเป่าเอาสิ่งไม่ดีออกจากตัว เปลี่ยนโชคร้ายให้กลายเป็นดี ทำให้นักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธาเดินทางมาทำบุญสะเดาะเคราะห์กันเพียบ!! ใครชอบชมวิวแนะนำให้ขึ้นไปด้านบนเจดีย์ครับ วิวสวย มองเห็นวิวสระบัวได้โดยรอบ ถ้าอยากมาถ่ายภาพแนะนำให้มาช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก จะได้ภาพเจดีย์กับเงาสะท้อนบนน้ำสวยเลยล่ะ

หลายคนที่ตั้งใจจะไป เจดีย์มังกร–เสือ วัดฉือจี้ (Dragon Tiger Pagodas Ciji Temple) ช่วงนี้อาจผิดหวัง เพราะปิดซ่อมยาวๆ เบื้องต้นได้รับแจ้งว่าจะแล้วเสร็จสิ้นปี 2567 ครับผม

ข้อมูลเพิ่มเติม

เวลาทำการ : ปัจจุบันปิดซ่อมแซม (อัพเดทเดือนมกราคม 2024)
พิกัด :  https://goo.gl/maps/Esq3DXY5z7N2

ถึงตอนนี้เจดีย์เสือ-มังกรจะปิด แต่ยังแวะเดินมาถ่ายรูปได้ที่ ศาลาฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง (Spring and Autumn Pavilions และ วัดจั่วอิ๋งหยวนตี้ (Zuoying Yuandi Temple) ใกล้ๆ กันได้ครับ

ศาลาฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง (Spring and Autumn Pavilions / 春秋御閣)

วัดนี้เป็นลัทธิเต๋าสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเทพเจ้ากวนอู ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 10 สถานที่ท่องเที่ยวสวยงามที่สุดไต้หวันโดดเด่นด้วยตัวศาลาฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง (Spring and Autumn Pavilions) ทั้งสองมีความสูง 4 ชั้น เป็นทรงแปดเหลี่ยม ตกแต่งด้วยกระเบื้องสีเขียวและผนังสีเหลืองทรงเจดีย์โบราณ จะมีเต่านับพันตัวอยู่บนสระน้ำพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวหน้าศาลาฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง

ภายในทางเดินใต้ท้องมังกร จะมีภาพนูนต่ำ บอกเล่าประวัติเจ้าแม่กวนอิม

ไฮไลต์ของที่นี่ คือ รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขี่บนหลังมังกรสวยงามมาก หน้าศาลาฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง (Spring and Autumn Pavilions) ตามตำนานท้องถิ่นเล่าว่ามีคนเห็นเจ้าแม่กวนอิมขี่มังกรปรากฏตัวบนก้อนเมฆ จากนั้นผู้นับถือเจ้าแม่กวนอิมจึงได้สร้างรูป “จำลองขององค์เจ้าแม่กวนอิม” อยู่ด้านหน้าระหว่างศาลาทั้งสองหลัง

มุมที่สวยพีคที่สุดจะเป็นมุมถ่ายจากชั้น 2 ของศาลากลางน้ำแล้วถ่ายย้อนกลับมาฝั่งวัดฉี่หมิง มุมนี้จะเห็นสะพานเชื่อมสระดอกบัว ศาลาฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง และรูปปั้นองค์เจ้าแม่กวนอิม และเห็น “วัดฉี่หมิง” เป็นฉากหลังที่สวยงาม

ข้อมูลเพิ่มเติม

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 06:00 – 21:00 น.
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/HXQDo1tz2r7pNkFw5

วัดจั่วอิ๋งหยวนตี้ (Zuoying Yuandi Temple / 元帝廟北極亭)

“วัดจั่วอิ๋งหยวนตี้ (Zuoying Yuandi temple)” สร้างขึ้นในปี Yunli ปีที่ 20 ของราชวงศ์หมิง วัดนี้ก่อตั้งโดย “เจิ้ง เฉิงกง” ช่วงที่ฟื้นฟูไต้หวัน เป็นวัดลัทธิเต๋าเก่าแก่อายุร้อยปีริมทะเลสาบ “เทพเจ้าเสวียนอู่” หรือที่เรารู้จักว่า “องค์ตั่วเหล่าเอี๊ย” องค์ใหญ่อลังการสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ท่านเป็นเทพเจ้าในลัทธิเต๋าที่ผู้คนให้การนับถือเป็นอย่างมาก

ถ้าทำการค้า ควรมาไหว้ “ตั่วเหล่าเอี้ย” สักครั้ง!!

“ตั่วเหล่าเอี๊ย” เป็นเทพเจ้าในลัทธิเต๋าที่ชาวไต้หวัน และชาวไทยเชื้อสายจีนนับถือเป็นอย่างมาก ท่านเลื่องชื่อเรื่องความสำเร็จและความสมประสงค์ ใครมาขอพรเรื่องค้าขาย เสริมอำนาจบารมี ขอโชคลาภ ขอพรให้มีลูก หรือขจัดอุปสรรค ปัดเป่าสิ่งเลวร้าย ก็มักจะสมหวังดังตั้งใจ

การได้มีโอกาสมาสักการะ “ตั่วเหล่าเอี๊ย” ถือเป็นการเสริมสิริมงคลแก่เหล่าพ่อค้า-แม่ขาย ผู้ประกอบการ และนักธุรกิจได้อย่างดีทีเดียว!!   

ภายในวัดจั่วอิ๋งหยวนตี้ (Zuoying Yuandi temple) มีศาลาเป่ยจี้ (Beiji) ศาลากลางน้ำทรงแปดเหลี่ยมให้คนได้มานั่งพักผ่อนหย่อนใจ มีผู้คนมาเดินออกกำลังกาย มีตู้หยอดอาหารปลา มีนก ไก่ ปลา มีของเล่นเด็กม้าหมุน ซึ่งทางวัดฯ ไม่ดั้งใจนำมาตั้งเพื่อหารายได้เข้าวัด แต่ทำให้เด็กเล็กมีกิจกรรมกับผู้ใหญ่ได้โดยไม่งอแง มาที่ Lotus Pond (สระดอกบัว) นี้ให้ความรู้สึกว่าคนไต้หวันกับศาสนา เส้นแบ่งพุทธศาสนิกชนกับวัดเข้าถึงกันง่ายมาก มันถูกเกลาเข้าถึงผู้คนไต้หวัน

ข้อมูลเพิ่มเติม

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 06:00 – 22:00 น.
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/LHdXiyi9Z9DDHd6WA

8. My Cofi

เมื่อได้มาเจอร้านนี้ ศิลปะในถ้วยกาแฟก็จะไม่ได้มีแค่ “ลาเต้อาร์ต (Latte Art)” อีกต่อไป!! เพราะ My Cofi นำพาศิลปะในถ้วยกาแฟให้บียอนไปกว่านั้นเยอะ ด้วยการสร้าง 3D Latte Art ที่ใครเห็นก็ต้องทึ่ง!!

My Cofi เป็นร้านกาแฟตึกแถวขนาด 1 ห้อง บนถนน Xiamen ภายในร้านตกแต่งได้น่ารัก โปร่งสบาย เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็จะสัมผัสกับกลิ่นหอมของกาแฟคั่วบดคุณภาพดี มีพนักงานหน้าตาน่ารักเดินมาต้อนรับ ร้านนี้เน้นขายกาแฟ โดยมีจุดขายเป็น 2D & 3D Latte Art จึงมีเมนูอาหารและขนมให้เลือกไม่เยอะ

แต่ทีเด็ดของร้านนี้ก็คุ้มค่าที่เราจะมาเพลิดเพลินกับทักษะการทำ 2D & 3D Latte Art ของเจ้าของร้านครับ เราสามารถเลือกสั่งกาแฟและให้เจ้าของร้านดีไซน์ฟองนมและวาดเป็นรูปต่างๆ ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น่ารักๆ อย่าง สุนัข แมว กระต่าย กระรอก หรือจะเอาแนวสยองหน่อยๆ อย่าง แมลงสาบ หรือ ผีจูออน 55555 ราคากาแฟ 3D Latte Art นั้นอยู่ระหว่าง 250-800 NT ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของลาย

อย่างรูปแมว 3 ตัวนี้ ราคา 250 NTD ส่วนโลโก้ “หนีงานไปเที่ยว” ก็แพงหน่อย (เค้าวาดให้สดๆ เลย) อยู่ที่ 600 NTD ร้านนี้ดังมากใน Kaohsiung แถมเจ้าของร้านยังใจดี เปิดสอนเทคนิคการทำ Latte Art ให้กับบาริสต้าจากร้านอื่นๆ ด้วยครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ :  No. 19, Xiamen Street, Lingya District, Kaohsiung City, Taiwan 802
Facebook : https://www.facebook.com/mycofi.taiwan/

พิกัด :  https://goo.gl/maps/B2UcaWJcVDk

9. วัดซานเฟิ่ง (Sanfeng Temple / 高雄三鳳宮)

“วัดซานเฟิ่ง (Sanfeng Temple)” หนึ่งในวัดดังแห่งเกาสงที่ใครมาเที่ยว เป็นต้องแวะมาเก็บภาพสวยๆ กลับไปทุกคน วัดนี้เป็นวัดลัทธิเต๋า อายุหลายร้อยปี สร้างขึ้นเพื่อบูชา “เทพนาจา” เชื่อว่าถ้ามาสักการะแล้ว จะได้รับพรเรื่องการสอบเข้า การเลื่อนตำแหน่ง และความก้าวหน้าในการงาน

“วัดซานเฟิ่ง” สร้างขึ้นในสมัยคังซีแห่งราชวงศ์ชิง (ปัจจุบันอายุกว่า 300 ปี) โครงสร้างภายในวัดสร้างแบบพระราชวังจีนตอนเหนือ มีความวิจิตรงดงาม เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้านาจา (Prince Nezha) โอรสองค์ที่ 3 ผู้ปกป้องสวรรค์ (หรือที่รู้จักกันในชื่อ Marshal of the Central Altar) โดยตามความเชื่อว่าทะเลโคมไฟสีแดงเปรียบได้ว่าเป็น “แสงแห่งความมั่งคั่งและความปลอดภัย” มั่งคั่งการงาน การเงินและความปลอดภัยของครอบครัว คนส่วนใหญ่จะมาขอเรื่องการงาน ความรักและสุขภาพ แต่ที่วัดนี้ดังมากๆ คือ “การขอคู่ครอง ขอแฟน” ใครอยากมีคู่ ต้องมามูที่วัดนี้ครับ!!

ภายในวัดยังมีเทพเจ้าองค์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น เง็กเซียนฮ่องเต้, พระโพธิสัตว์กวนอิม, 18 พระอรหันต์, Mazu หรือเจ้าแม่ทับทิม, พระศรีอริยเมตไตรย, พระศากยมุนีพุทธเจ้า, โต้วหมู่เทียนจุน พระมารดาแห่งดวงดาวพระพักตร์ 4 หน้า ผู้ดูแลดวงชะตาของมนุษย์ เรียกได้ว่ามาวัดเดียว ขอบุญ ขอพร ได้กับเทพเจ้าจีนได้ครบทุกด้านเลยทีเดียว

มุมไฮไลต์ คือ บริเวณระเบียงของศาลาจีนที่ชั้น 3 เดินขึ้นมาจะพบกับโคมไฟจีนสีแดงที่แขวนเรียงรายนับร้อยๆ โคม แนะนำให้มาช่วงพลบค่ำ ทางวัดจะเปิดโคมไฟสีแดงสวยอลังการ ถ่ายรูปปังมากครับผม!!

ข้อมูลเพิ่มเติม

เวลาทำการ :  เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 05.00น. – 23.00น.
การเดินทาง : ลงที่สถานี MRT Kaohsiung Station แล้วต่อรถบัสสาย 27 มาลงที่ Sanfeng Middle Street แล้วเดินต่ออีก 4 นาที
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rP3VKn2YMtKDjyJP8

10. Sanwa Bank Kaohsiung Branch Vestige

มันก็เป็นไปได้จริงๆ นะที่ธนาคารเก่าอายุเป็นร้อยปีถูกปรับมาแปลงโฉมเป็นคาเฟ่สไตล์คลาสสิกได้อย่างมีเสน่ห์และเป็นเอกลักษณ์ผสมผสานประวัติศาสตร์ ข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ ถูกนำมาเป็นของตกแต่งได้อย่างสวยงามทั้งประตูนิรภัย เคาน์เตอร์ธนาคาร โคมไฟ เคาน์เตอร์ Island bar หรือแม้แต่กระเบื้องปูพื้น ออกแบบงานไม้ได้สวย งานโครงสร้างดี

Sanwa Bank Kaohsiung Branch Vestige อาคารหลังนี้ขึ้นทะเบียนเป็นอาคารประวัติศาสตร์ของรัฐบาลเมืองเกาสงที่นำมารีโนเวทเป็นคาเฟ่ตกแต่งคอนเซปต์ชัดเจน ตกแต่งมีกลิ่นอายสไตล์ยุโรปคลาสิค โทนสีน้ำตาลตัดกับสีขาวทำให้ดูดี หรูหราวินเทจมาก ภายในร้านแบ่งเป็นที่นั่ง 3 โซน คือ โซนชั้นล่าง โซนชั้นบน และโซน Outdoor ด้านนอก ร้านออกแบบได้ดีทำให้รู้สึกผ่อนคลาย นั่งชิลได้ยาวๆ

จุดแข็งของคาเฟ่นี้ คือ เครื่องดื่ม และขนม (หน้าตาว๊าวสุดๆ) แถมยังลูกเล่นดี และยังมีอาหารขายด้วยนะ หลายครั้งที่ร้านอร่อยต้องเอาชนะกันที่ Presentation แต่คาเฟ่นี้ Presentation ชนะเลิศทั้งหน้าตาและรสชาติ อร่อยประทับใจให้ 10/10 ดาวเลย

เมนูแนะนำ

  • Treasury Cold Brew Coffee (210 NTD) : เวลาเสิร์ฟก็จะมีควันพุ่งออกมาหน่อยๆ สร้างความตื่นตาตื่นใจ เก๋ๆ กาแฟรสชาติดีหอมนิดๆ ทานคู่กับเบเกอรี่เข้ากันดีเลย
  • Soufflé Pancake Original (220 NTD) : เพนเค้กเด้งดึ๋ง ตัวแป้งฟู หอม เนื้อนุ่มๆ ลิ้น ละมุนละลายในปากเสิร์ฟคู่กับกล้วยหอม และผลไม้รสเปรี้ยวตัดกันดีมาก อร่อยประทับใจสุดๆ จนอยากเบิ้ลเลย
  • Guava Lemon Smoothies (160 NTD) : น้ำฝรั่งเลมอนปั่น น้ำแข็งปั่นมาได้ละเอียด รสชาติสดชื่นมาตัดเลี่ยนได้ดีเลย
  • Passion Fruit Chocolate Cake (220 NTD) : มูสเค้กเสาวรสและช็อกโกแลต ด้านบวางมาการองเก๋ๆ เนื้อเค้กเป็นมูสตรงกลางใส่ไส้ช็อกโกแลต ทำให้มีรสเปรี้ยวตัดความขมของช็อกโกแลต เมนูนี้ความอร่อยยังไม่สุด แต่ให้คะแนนความสวย น่ารักตะมุตะมิแบบ 10/10 เลยครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 11:00 – 20:00 น.
การเดินทาง : ลงที่สถานี MRT Sizihwan Station แล้วเดินต่อประมาณ 2 นาที
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/RBa2XGnVhinDLwQ78

11. วัดจินหวันซิง (Chiân-kim Bān-heng Temple / 前金萬興宮)

วัดลัทธิเต๋าอายุกว่า 270 ปี สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับ “ไต่ฮงกง (ปอเต็กตึ๊ง)” เป็นวัดที่ผู้คนนิยมมาขอพรให้สุขภาพแข็งแรง มาสะเดาะเคราะห์ และเสริมสิริมงคลให้ชีวิต ภายในวัดประดิษฐานองค์ไต่ฮงกง, พระสังฆราชชิงสุ่ย, เง็กเซียนฮ่องเต้, พระโพธิสัตว์กวนอิม, จักรพรรดินี Zhusheng, Fude Zhengshen (เทพเจ้าแห่งความเจริญรุ่งเรืองในศาสนาพื้นบ้านของจีน) และเทพเจ้าอื่น ๆ อีกมากมาย

ไต่ฮงกง (ปอเต็กตึ๊ง) องค์ประธานของวัด

แต่ไฮไลต์ของวัดนี้ คือ รูปสลักหินไต่ฮงกงขนาดใหญ่ที่ประดิษฐานบนดาดฟ้า ภาพวาดมังกรผงาดบนบันไดวัด พร้อมเหล่าตุ๊กตาหมี Art Toy ที่ยืนเฝ้าบันได ดูแล้วมีสีสัน ทำให้วัดจินหวังซิงมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกับวัดอื่นๆ ในเกาสง

ความสำคัญของ “ไต่ฮงกง (ปอเต็กตึ๊ง)”

การได้มาไหว้ท่าน “ไต่ฮงกง (ปอเต็กตึ๊ง)” นั้น ให้คุณ 2 ด้าน อย่างแรกคือเพื่อทำบุญสะเดาะเคราะห์ ให้สุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว ปราศจากโรคภัย ส่วนอีกทาง คือเป็นการมาเพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของท่าน “ไต่ฮงกง (ปอเต็กตึ้ง)” พระมหาเถระสมัยราชวงศ์ซ่ง

ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมและคุณธรรม ชอบช่วยเหลือผู้คนที่ลำบาก ดูแลรักษาคนเจ็บป่วย สร้างวัด โรงเรียน สะพาน ฝังศพคนไม่มีญาติ จนชาวบ้านต่างเลื่อมใสและศรัทธาปฏิบัติตามท่านเป็นแบบอย่าง จนปัจจุบันมีศาลเจ้าและมูลนิธิที่ได้แรงบันดาลใจจากท่านกว่า 200 แห่งทั่วโลก

ข้อมูลเพิ่มเติม

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 05:00–22:00 น.
Website : https://www.wxg.org.tw/index.php
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/vAJG6n6DfvMiTgiv5

12. Duck Zhen (鴨肉珍)

นี่คืออีกร้านโลคอลของเกาสงที่ได้รางวัล Michelin Bib Gourmand ร้านเปิดมานานกว่า 60 ปี ร้านเป็ดพะโล้รมควัน เนื้อเป็ดนุ่มชุ่มฉ่ำด้วยการหมักเป็ดนานกว่า 4 ชั่วโมง เป็ดจะมีความเค็มน้อยกว่าที่ไทย เป็นอีกหนึ่งร้านที่คนท้องถิ่นมาต่อคิวยาวมากกกกก

เมนูแนะนำ

  • ข้าวหน้าเป็ดพะโล้สับละเอียด (60 NTD) : เนื้อเป็ดนุ่ม หอม อร่อย ไม่คาว ไม่เลี่ยนเลย
  • ซุปรวมเครื่องในเป็ดมีทั้งหัวใจ ตับเป็ด กึ๋น และไส้เป็ด (NT$60) : เครื่องในหั่นมาชิ้นใหญ่ นุ่ม ทำมาดีสะอาด
  • ผัดผัก : อร่อยมาก ต้องสั่งนะ!!

ข้อมูลเพิ่มเติม

เวลาทำการ : เปิดทุกวันเวลา 10:00–20:20 น. (ปิดวันศุกร์ และวันอังคาร)
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/oahGKdZiiQ1qfGPA8

13. Dome of Life at Formosa Boulevard Station (美麗島站)

อันนี้ไม่เชิงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นการจัดแสดงโชว์แสง สี เสียง (Lighting Show) ความยาว 5-7 นาที ณ สถานี MRT Formosa Boulevard ที่มีชื่อเรียกว่า “Dome of Life” บอกเล่าเรื่องราวการเกิดของชีวิตมนุษย์ผ่านกระจกสีใน 4 ธีม คือ น้ำ, โลก, แสง และไฟ ตระการตามากครับ มาเกาสงแล้วต้องไม่พลาด!!

ถ้าไปกับเพื่อนๆ มันต้องโพสต์แบบนี้

Dome of Life เป็นโดมกระจกสีตั้งอยู่กลางสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน KMRT Formosa Boulevard Station โดดเด่นด้วยศิลปะบนกระจกหลากสีจำนวนกว่า 4,500 ชิ้น กลายเป็นงานศิลปะใจกลางสถานีรถไฟใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ออกแบบโดย Narcissus Quagliata ศิลปินชาวอิตาลี ที่ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 4 ปี

เราแนะนำให้มารอดูโชว์ช่วงรอบดึกประมาณ 19:00 หรือ 20:00 น. (แล้วแต่วัน) เสร็จแล้วไปเดินเล่นตลาด Liuhe Tourist Night Market (ตลาดลิ่วเหอ) กันต่อเลยครับ ตลาดลิ่วเหอเป็นตลาดกลางคืนที่คึกคักมาก มีร้านอาหารอร่อยๆ หลายร้าน ร้านอาหารทะเลก็มี ร้านขนม ร้านของฝาก เสื้อผ้า ผลไม้ เพียบ!! สามารถเดินออกจาก KMRT Formosa Boulevard ที่ประตู 11 ได้เลย

รอบการแสดง Lighting Show ที่ Dome of Life

  • วันจันทร์พฤหัส มี 3 รอบ เวลา 11.00 .  15.00 . และ 20.00 .
  • วันศุกร์ มี 4 รอบ เวลา 11.00 .  15.00 . 19.00 . และ 20.00 .
  • วันเสาร์และวันอาทิตย์ มี 5 รอบ เวลา 11.00 น.  15.00 น. 17.00 น. 19.00 น. และ 20.00 น.

อีกหนึ่งมุมที่ไม่ควรพลาด คือบริเวณทางขึ้น-ลงสถานที ทั้ง 4 มุม ที่ถูกออกแบบให้เป็นโดมสามเหลี่ยมใส ด้านในเป็นโครงเหล็กสีขาว พอตกกลางคืนเค้าจะเปิดไฟ LED สีแดง เขียว น้ำเงิน สลับกัน ดูแล้วอย่างกับวาร์ปไปโลกอนาคต เป็นอีกหนึ่งมุม Instagram ที่เค้านิยมมาถ่ายรูปกันด้วยนะ

ข้อมูลเพิ่มเติม

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 06:00 – 00:00
การเดินทาง : สถานีรถไฟฟ้า KMRT Formosa Boulevard
พิกัด :  https://maps.app.goo.gl/TPcQUuntAMtuCktVA

14. ตลาดกลางคืนลิ่วเหอ (Liuhe Tourist Night Market  六合觀光夜市)

“ลิ่วเหอไนท์มาร์เก็ต” เป็นตลาดกลางคืนที่รวมของอร่อยเยอะโคตรๆๆๆๆ หลายอย่างดูแปลกตา แปลกใหม่ แต่อร่อยถูกปากเราดีจัง เป็นตลาดกลางคืนที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ เพราะแทบทุกร้านมีเมนูภาษาอังกฤษ คนขายก็สื่อสารภาษาอังกฤษพอใช้ได้ ที่สำคัญคือตั้งอยู่บนถนน Liuhe 2nd Road ซึ่งอยู่ติดกับสถานี KMRT Formosa Boulevard Station สะดวกสุดๆ ไปเลยครับ!!

ร้านแนะนำ

ใครอยากทานสตรีทฟู้ดไต้หวันอร่อยๆ แนะนำ “แผงหมายเลข 110” ครับ ชื่อร้านอ่านไม่ออก แต่เป็นร้านเสี่ยวหลงเปาและกระทะร้อน ที่มีเจ้าของเป็นคุณลุงกับลูกสาวช่วยกันทำอาหาร ร้านนี้อร่อยเอาเรื่องเลยล่ะ!!

เมนูแนะนำได้แก่ : หอยทอดออส่วน 70 NTD, เสี่ยวหลงเปา 60 NTD และข้าวผัด 70 NTD ผัดได้ดี ใช้ไฟเก่ง ข้าวแห้งกลิ่นหอมกระทะ มันเป็นข้าวผัดหน้าตาธรรมดาที่อร่อยมากกกกก!!

ส่วนร้านติดกันกับแผงหมายเลข 110 จะเป็นร้าน BBQ หมูย่างไส้ต้นหอมไต้หวัน โดยมี “คุณพี่คนสวยสายแซ่บ” เป็นเจ้าของ

เมนูแนะนำ : Giant scallion meat roll 180 NTD ใช้เนื้อหมูไต้หวันเกรดพรีเมี่ยม สอดไส้ต้นหอมไต้หวัน ย่างจนสุกหอม แล้วนำมาโรยผงปรุงรส เมนูนี้อร่อยแสงออกปากสุดๆ!!

BBQ หมูย่างยัดไส้ต้นหอมไต้หวัน อร่อยเข้มข้น

เราว่าคนไทยกับไต้หวันนั้นคล้ายกัน โดยเฉพาะรสนิยมในการเดินเที่ยวตลาดกลางคืน ไม่ว่าจะเป็นเมืองดังเมืองไหนในไต้หวัน เราก็มักจะพบว่ามี Night Market ไว้ให้ผู้คนได้เดินกิน เดินชอปปิ้ง เหมือนเป็น OTOP ประจำเมืองเลยทีเดียว

ร้านค้าส่วนใหญ่ที่ “ลิ่วเหอ Liuhe Night Market” จะเน้นขายอาหาร อาหารทะเล ของทานเล่น ขนม เครื่องดื่มและของที่ระลึก เน้นรองรับนักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและชาวต่างชาติ ตั้งแต่หลัง 18:00 น. เป็นต้นไป สองข้างถนนคนเดินจะเต็มไปด้วยแผงขายสินค้ามากกว่าร้อยแผง!! ที่นี่จึงเป็นตลาดกลางคืนที่ดังที่สุดในภาคใต้ครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม

เวลาทำการ : 18:00-24.00 น. ทุกวัน
ที่ตั้ง :   ออกจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน KMRT Formosa Boulevards, Exit 11 ถึงหน้าตลาดเลย
พิกัด : https://goo.gl/maps/AYAhKDGGhg82

15. Chief Beef (สาขา Zihciang 2nd Road / 牛老大涮牛肉-高雄總店)

ร้านเนื้อหม้อไฟไต้หวันแท้ๆ ที่ชาว “เกาสง (Kaohsiung)” นิยมทานกันมานานกว่า 28 ปี การันตีด้วยรางวัล Michelin Bib Gourmand ไฮไลต์ของร้าน คือ เนื้อวัวส่งตรงจากเมือง “ไถหนาน (Tainai)” แบบวันต่อวัน ไม่ผ่านการแช่แข็ง ไม่เก็บค้างคืน จึงทำให้ได้เนื้อวัวที่อร่อย นุ่ม ไม่เหนียว วัตถุดิบดี ตัวน้ำซุปเนื้อซดร้อนๆ แล้วชื่นใจมาก!! อร่อยสุดๆ

ร้านนี้ให้บริการแบบ A la carte นะครับ ทุกคนที่มาทานจะเริ่มที่ “เซ็ตเริ่มต้น” โดยพนักงานจะยกหม้อชาบู พร้อมเนื้อวัว (1 หรือ 2 จาน แล้วแต่สั่ง) ชุดผัก (ที่มีทั้งฟักทอง หัวไชเท้า เต้าหู้) มาให้เราก่อน จากนั้นเราค่อยสั่งวัตถุดิบอื่นๆ เพิ่มตามต้องการ เช่น เนื้อวัว เครื่องใน ผัก ลูกชิ้นต่างๆ เช่น ลูกชิ้นกระบอกไม้ไผ่ทั้งกุ้ง ปลาหมึก และหอยเชลล์ ฯลฯ

น้ำจิ้มร้านนี้คือเด็ดมาก และไม่เหมือนร้านหม้อไฟอื่นๆ คือ ซอสหวานใส่ขิงสไสด์ ต้นหอม กระเทียม และพริกนำมาจิ้มเนื้อแล้วอร่อยตะโกนมากกกก!! ส่วนเนื้อวัวผัดน้ำมันงาอร่อยมากไม่แพ้หม้อไฟเนื้อเลย

มื้อนี้เราสั่งเนื้อดิบมาลวก 2 จาน, เนื้อผัด และเครื่องดื่ม อิ่มจุกๆ กันทั้ง 2 คน ค่าใช้จ่ายแค่ 1,650 NTD ครับผม

ข้อมูลเพิ่มเติม

เวลาทำการ : เปิดทุกวันเวลา 11:30 – 14:00 และ 16:00 – 0:00 (ปิดวันจันทร์)
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/J8yRGPEi63EQHvva9

16. Wagyu Shabu Kaohsiung (和牛涮日式鍋物放題)

ใครเป็นสายบุฟเฟ่ต์ชาบูเนื้อ ปักหมุดร้านนี้ไว้เลย เนื้อดี ซุปดี วัตถุดิบดี มีออพชั่นให้เลือกเยอะ ที่สำคัญคือราคาไม่แรง คุ้มค่ายิ่งกว่ากินชาบูพรีเมี่ยมที่เมืองไทยซะอีก!! เราสองคนยกให้ร้านนี้เป็น “ร้านห้ามพลาด” ในเกาสงเรียบร้อยแล้ว!!

ร้านนี้ชื่อร้าน Wagyu Shabu Kaohsiung เป็นร้านชาบูบุฟเฟ่ต์พรีเมียมยอดนิยมแห่งเมือง “เกาสง (Kaohsiung)” มีหลายสาขา แต่ละสาขาก็คิวแน่น ต้องจองคิวผ่านระบบออนไลน์ ใครจะ Walk-in ต้องไปช่วงบ่ายๆ เพราะถ้าช่วงเย็นๆ นี่คิวเต็มแบบยาวๆ เลย

สำหรับสาขาที่เราไปทานนั้น เป็นสาขา “โบอ้าย (Bo’ai)” ครับ สาขานี้อยู่ตรงข้ามห้างฯ Hanshin Arena เราโชคดีที่ได้มาทาน เพราะให้พี่คนไทยที่ไต้หวันช่วยจองให้ (แล้วก็ชวนมาทานด้วยกันซะเลย) หน้าร้านจะมีป้ายเนื้อชาบูสะดุดตามาก มีที่จอดรถยนต์และมอเตอร์ไซค์อยู่ด้านหน้าร้าน ภายในตกแต่งเป็นสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย ตกแต่งด้วยไม้ เข้ามาแล้วรู้สึกโปร่งสบาย ไม่อึดอัด

ในส่วนของโปรฯ นั้น ทางร้านมีให้เลือก 3 ราคา ครับ เราเลือกโปรฯ แพงสุดที่ 798 NTD / คน (มีค่าบริการเพิ่มอีก 10% นะ) พนักงานบริการดี พูดภาษาอังกฤษได้ อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มทุกคน ปรบมือให้ ณ จุดนี้

ไฮไลต์ของร้าน

  • เนื้อวากิวสไลซ์มาชิ้นใหญ่ หนากำลังดี คุณภาพเนื้อดีมาก นุ่มอร่อย ทางนี้จะเน้นนำเข้าเนื้อพรีเมียมหลายสายพันธุ์ จากทั้ง ญี่ปุ่น อเมริกา และออสเตรเลีย
  • ตัวน้ำซุปหม่าล่าของทางร้าน เป็นรสชาติที่ทานได้ทุกเพศ ทุกวัย อร่อยแบบไม่ชาลิ้น เค้าบาลานซ์รสชาติได้พอดี หอมเครื่องยาจีน น้ำซุปซดได้ ชอบมาก!!
  • ทางร้านมีน้ำจิ้มหลายแบบให้เลือก รวมถึงเตรียม ต้นหอมสับ หัวไชเท้าขูด ซอสเผ็ด ซีอิ๊ว งายูสุ ซอสเทอริยากิ น้ำส้มสายชู กระเทียมสับ พริก ฯลฯ เอาไว้ให้ เผื่อใครอยากปรุงน้ำจิ้มสูตรตัวเอง
  • นอกจากชาบูแล้ว ทางร้านยังมีซูชิวากิวย่าง ข้าวแกงกะหรี่เนื้อวากิว ของหวาน รวมถึงมีออพชั่นอื่นๆ ให้เลือกอีกกว่า 70 เมนู อาทิ หรูโล่วฟ่าน (ข้าวหน้าหมูพะโล้), เส้นบะหมี่, เส้นมาม่า ฯลฯ
  • บุฟเฟ่ต์นี้รวมเครื่องดื่มไว้แล้ว มีทั้ง น้ำอัดลม ชานมไต้หวัน กาแฟ ฯลฯ แต่ไม่รวมแอลกอฮอล์นะ ใครอยากได้ แอลกอฮอล์ Free Flow ก็สั่งเพิ่มได้

ข้อมูลเพิ่มเติม

เวลาทำการ : จันทร์ – พฤหัสบดี และอาทิตย์ 11:30-23:30 น. / ศุกร์ – เสาร์ 11:30-02:00 น. ทานได้ 90 นาที แนะนำให้จองล่วงหน้าทางโทรศัพท์ หรือจองผ่านแอปฯ “Wang Pin Feng Food” เท่านั้น
โทรศัพท์ : (07) 550-8038
Website : https://www.wagyushabu.com.tw/
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/aJj92hSevEg9AHde6

17. Moonland World Landscape Park (月世界地景公園)

ฟังชื่อแล้วชวนให้จินตนาการไปถึงหนังอวกาศ ผจญภัยในดวงดาว อะไรทำนองนั้น แต่ Moon world landscape park หรือ 月世界地景公園 แห่งนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาของหมู่ภูเขาหิน ที่ถูกฝนและน้ำกัดกร่อนเป็นเวลาหลายล้านปี จนเกิดเป็นพื้นผิวและรูปทรงแปลกตาไม่เหมือนที่เห็นกันบนโลก ผู้คนก็เลยเรียกมันว่า Moon World ซะเลย (ง่ายดี)

หมายเหตุ : คนท้องถิ่นเรียกที่นี่ว่า Tianliao Moon World

ด้วยความที่ไต้หวันเค้าเก่งในเรื่องการจัดแสดง ความงามของ Tianliao Moon World เลยถูกนำเสนอให้ยิ่งอลังการมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก ด้วยการสร้างเส้นทางเดินชมธรรมชาติ จัดทำมุมถ่ายภาพ จัดทำพิพิธภัณฑ์สำหรับผู้ชื่นชอบด้านธรณีวิทยา และจัดแสงสีส่องสว่าง (ในยามค่ำ) ไว้อย่างสวยงามเลยละครับ

สำหรับเส้นทางชมธรรมชาตินั้นมี 2 เส้นทาง คือ เส้นทางเดินรอบสระน้ำด้านล่างและเส้นทางเดินบนเขา แน่นอนว่าวัยรุ่นอย่างเราต้องเลือกเดินขึ้นเขาสิ เพราะมันได้ชมวิวสวยๆ ได้เยอะกว่า เมื่อเราเดินขึ้นถึงด้านบนของจุดชมวิวบนเขา เราจะเห็นวิวของ Moon World แบบเต็มๆ แถมยังมี “มุมถ่ายรูปพิเศษ” ที่มีเฉพาะคนที่ยอม (เดิน) เหนื่อยเท่านั้น จึงจะมาถึงจุดนี้ได้!!

ที่จุดถ่ายภาพด้านบนของเส้นทางชมธรรมชาติ จะมี “ประติมากรรมไม้ไผ่รูปพระจันทร์เสี้ยว” ที่ออกแบบมาเข้ากับคอนเซ็ปท์ของ Moon World เป็นอย่างดี เราแนะนำให้นั่งพักและถ่ายรูปเพลินๆ กับประติมากรรมพระจันทร์เสี้ยวนี้ให้เต็มอิ่ม ก่อนจะเดินไปชมธรรมชาติในบริเวณอื่นๆ ต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : No.36, Yueciou Rd., Tianliao Dist., Kaohsiung City, Taiwan (R.O.C.)
พิกัด : https://goo.gl/maps/2hVg2DnHuhn
การเดินทาง : ลงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT Gangshan South Station นั่งสุดสายและต่อรถบัส R70B ประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเกาสง ถ้าไปกันหลายคนแนะนำให้เช่ารถเพื่อประหยัดเวลาการเดินทาง

  • สนใจ บริการรถเช่าส่วนตัวพร้อมพนักงานขับรถ ในราคาพิเศษ คลิกที่นี่
  • สนใจ บริการรถเช่าขับเอง ในราคาพิเศษ คลิกที่นี่

18. เกาะฉีจิ้ง (Cijin Island / 旗津島)

ชายหาด ตลาดปลา ถ้าไม่มาแล้วจะเสียใจ 55555 ในเกาสงมีเกาะชื่อ “Cijin Island (ฉีจิ้ง)” เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อเรื่อง “ซีฟู้ดอร่อยและมีที่เที่ยวเฟี้ยวๆ เยอะมาก” ใช้เวลาแค่ 2-4 ชม. ก็เที่ยวได้ทั่วเกาะ เรามาเกาะนี้เพราะ “Seafood อร่อย และ Rainbow Church” เนี่ยแหล่ะ แต่พอมาเข้าจริง เฮ้ย!! มันน่าสนใจกว่านั้นอีกแน่ะ!!

ที่นี่เป็นเกาะที่มีประวัติศาสตร์ มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่ควรแวะไป อาทิ

  • Cihou Lighthouse (ประภาคารสวยริมทะเล)
  • Cihou Fort (ป้อมโบราณริมผา)
  • Wind Power Park (ลานกังหันลม)
  • Cijin Star Tunnel (อุโมงค์ดาว)
  • Cijin Old Street (ร้านซีฟู้ดสดๆ 2 ข้างทาง)

สามารถเช่าจักรยานไฟฟ้าขี่เที่ยวได้สบายใช้เวลา 3-4 ชม.!! ต้นกับปูเป้ใช้เวลาช่วงเช้าเดินชิลล์ๆ ชิมของอร่อยไปตลอดทาง พอรู้ตัวอีกทีก็อิ่มจนกินซีฟู้ดไม่ไหวซะแล้วววว 555

อาหารอร่อย บรรยากาศดี วิวสวย ของไม่แพง ผู้คนก็ยิ้มแย้มเป็นมิตร ถ้ามาเกาสงแล้วอย่าพลาดเที่ยวเกาะฉีจิ้งนะ พอลงจากเรือ จะมีร้านเช่ารถที่ท่าเรือ Ferry เลย จะมีรถจักรยาน และรถจักรยานไฟฟ้าแบบ 2 ที่นั่ง และแบบ 4 ที่นั่ง

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่ตั้ง : No. 10, Hai’an Rd, Qijin District, Kaohsiung City, Taiwan 805
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟฟ้า KMRT Sizihwan, Exit 1 นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากที่ท่า Gushan Ferry Pier Station ไปยัง Cijin Island หรือจะขับรถลอดอุโมงค์มาก็ได้
พิกัด : https://goo.gl/maps/67UbAK3d4RU2

19. ตลาดกลางคืนรุ่ยฟง (Ruifeng Night Market , 瑞豐夜市)

Ruifeng (อ่านว่า “รุ่ยฟง”) เป็นตลาดกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในเกาสงและผิงตง ตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองแถวๆ เขต Tsoying เป็นตลาดกลางคืนสไตล์ท้องถิ่นที่เปิดมานานกว่า 20 ปี ลักษณะแผงขายของเป็นสไตล์อนุรักษ์นิยม อาหารและข้าวของที่ขายที่นี่จะราคาถูกกว่าที่ Liuhe Night Market ใครอยากสัมผัสความเป็น Local ของเกาสง มาที่ตลาดนี้ไม่ผิดหวังครับ

ตลาดตั้งอยู่บนพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีแผงร้านค้ามากกว่า 500 ร้าน!! แผงขายของเรียงรายยาวไปตามฟุตบาท เรื่อยไปถึงตามตรอกซอกซอย มาเดินที่นี่ควรเช็คตำแหน่งกันดีๆ ครับ เดินเพลินๆ ระวังจะหลงเอาง่ายๆ 55555

สำหรับร้านแนะนำตอนนี้ต้องร้าน “ไก่ทอดพ่อค้าแซ่บ” ขายไก่ทอดแบบไม่มีกระดูกชิ้นยักษ์ (เหมือนไก่ Hot Star แต่อร่อยกว่า) ทอดมาร้อนๆ กรอบๆ โรยผงเครื่องปรุง เลือกความเผ็ดได้ 4 ระดับ ปูเป้ชิมแล้วบอกว่าอร่อยกว่า KFC และ Hot Star อีกแฮะ (สงสัยติดใจพ่อค้า) เป็นร้านที่งานไก่นั้นหล่อ เอ๊ย!! อร่อยดีจริงๆ

นอกจากขายอาหารและเครื่องดื่มแล้ว เรายังเหลือบไปเห็นกิจกรรมยามว่างของคนที่นี่อีกด้วย มันคือ “แผงเล่นไพ่นกกระจอก” ที่เค้าจะเน้นเอาสาวงามมานั่งเป็นเจ้ามือ ล่อลวงให้หนุ่มๆ มาเล่นไพ่กันที่แผง แหม… สีสันดีจริงๆ ส่วนตัวเราชอบตลาดนี้ที่สุดละ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ : Yucheng Rd, Zuoying District, Kaohsiung City
เวลาทำการ : 18.00 – 24.00 น. ปิดทุกวันจันทร์และวันพุธ
การเดินทาง : ลง KMRT Kaohsiung Arena (R14) ออกประตู San Min Vocational School เดินไปตามถนน Yucheng จนกว่าจะตัดกับตลาดที่มุมถนน Nanping
พิกัด :  https://goo.gl/maps/VyFdtPaPU8C2

20. Siaogangshan Skywalk Park (ทางเดินกระจกแก้ว, 崗山之眼)

สวนสาธารณะ Siaogangshan Skywalk Park เป็นหนึ่งในโครงการก่อสร้างด้านการท่องเที่ยวของเมืองในเขต Gangshan ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมือง ถือว่าเป็น Skywalk แห่งแรกและแห่งเดียวของเมืองเกาสง เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ 2561

Siaogangshan Skywalk Park รูปร่างด้านหัวคล้ายไวโอลิน เสาหลักสูง 40.5 เมตร ความยาว 88 เมตร ความกว้างเป็น 2 เท่าของความยาว มีสายสลิงลักษณะเหมือนสายไวโอลิน จำนวน 24 เส้น

สวนแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาสามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำ Agongdian อันงดงาม (阿公店水庫) และเส้นทางเดินป่า Skywalk นี้ยิ่งจะช่วยให้ผู้เข้าชมมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่กว้างไกลขึ้น ถ้าสภาพภาพอากาศดี จากจุดชมวิวจะสามารถเห็นภูเขา to North Dawu Mountain ชายแดนติดระหว่างเมืองทางใต้ Pingtung และ Taitung

ข้อมูลเพิ่มเติม

เวลาทำการ : วันอังคาร – วันอาทิตย์ ตั้งแต่ 09:00 – 18:00 น.
Facebook :  Siaogangshan Skywalk Park 崗山之眼
Website :    https://khskywalkpark.com/

21. ล่องเรือในแม่น้ำอ้ายเหอ (Love River)

แม่น้ำอ้ายเหอ Ai He (Love River) เป็นจุดศูนย์กลางของเมืองจากทางใต้ขึ้นไปทางเหนือ สมัยก่อนแม่น้ำสายนี้มีสีดำ มีกลิ่นมลพิษมากจากโรงงานอุตสาหกรรม หลังจากนั้นทางสภาเมืองลงทุนเงินจำนวนมาก เพื่อดูแลและทำความสะอาดน้ำในแม่น้ำให้สะอาดและใสแบบปัจจุบัน

แม่น้ำสายนี้ถือเป็นเสน่ห์ของเมืองเกาสง มีกิจกรรมให้เลือกทำเช่น ล่องเรือพลังงานแสงอาทิตย์ ในแม่น้ำใช้เวลา 25 นาที จากสะพาน Dagang ไปอีกสะพานหนึ่ง, มีเส้นทางเดินเท้า และปั่นจักรยาน และริมฝั่งแม่น้ำมีร้านกาแฟบาร์และร้านอาหารมากมาย ถ้าล่องเรือช่วงอากาศเย็น หรือหนาว ควรเตรียมเสื้อแจ็กเกตมาด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม

จุดลงเรือ :  ท่าเรืออยู่ตรงข้ามโรงแรม Ambassador Hotel
การเดินทาง : นั่ง KMRT สายสีส้มลงสถานี KMRT Yanchengpu Station (R02) ออกประตูที่ออก Wufu road และเดินไปทางตะวันออกประมาณ 10 นาที

สนใจซื้อ บัตรล่องเรือในแม่น้ำ Love River พร้อมไกด์ คลิกที่นี่

22. ทะเลสาบเจิ้งชิง (Chengcing Lake, 澄清湖)